สรุปปัจจัย ๒๔/๔๗ โดยภูมิ ภายใน-ภายนอก สัพพัฏฐานิก และยุค


๑) ปัจจัยที่เป็นได้ใน ปัญจโวการภูมิ เป็นได้ทั้งหมด ๒๔ ปัจจัย หรือ ๔๗ ปัจจัย

๒) ปัจจัยที่เป็นได้ใน จตุโวการภูมิ มี ๒๑ หรือ ๒๕ ปัจจัยคือ

    ๑.เหตุปัจจัย ๒. อารัมมณปัจจัย ๓. อธิปติปัจจัย ๒ ปัจจัย ๔. อนันตรปัจจัย ๕. สมนันตรปัจจัย ๖. สหชาตปัจจัย ๗. อัญญมัญญปัจจัย ๘. สหชาตนิสสยปัจจัย ๙. อุปนิสสยปัจจัย (๓ ปัจจัย) ๑๐. อาเสวนปัจจัย ๑๑. กัมมปัจจัย (๒ ปัจจัย) ๑๒. วิปากปัจจัย ๑๓. นามอาหารปัจจัย ๑๔. สหชาตินทริยปัจจัย ๑๕. ฌานปัจจัย ๑๖. มัคคปัจจัย ๑๗. สัมปยุตตปัจจัย ๑๘. สหชาตัตถิปัจจัย ๑๙. นัตถิปัจจัย ๒๐. วิคตปัจจัย ๒๑. สหชาตอวิคตปัจจัย

* รูปอาหารปัจจัย, อาหารัตถิปัจจัย (รูปอาหารัดถิปัจจัย) อาหารอวิตปัจจัย (รูปอาหารอวิตปัจจัย) ในอรรถกถาปัญจปกรณ์ หน้า ๘๔ แสดงว่ามีอำนาจ ๒ อย่างคือ ชนกสัดติ และอนุปาลกสัตติ  หน้า ๑๘๔ แสดงว่ามีอำนาจ ๒ อย่างคือ ชนกสัตดิ และอุปถัมภกสัตติ

สรุปว่า ปัจจัยที่เป็นอาหารชาติ ๓ ปัจจัยนี้ จัดอยู่ในปัจจับที่มีอำนาจ ๒ อย่างเช่นเดียวกัน ไม่ใช่มีอำนาจ ๔ อย่าง ๓ อย่าง หรือ ๑ อย่าง แต่ประการใด เป็นแต่เพียงว่าอำนาจ ๒ อย่างนั้น ท่านแสดงไว้เป็น ๒ คู่เท่านั้น นักศึกษาจะแสดงคู่ไหนก็ได้ทั้งนั้น


๓) ปัจจัยที่เป็นไปได้ใน เอกโวการภูมิ (อสัญญสัตตภูมิ) มี ๗ หรือ ๙ ปัจจัย คือ

    ๑. สหชาตปัจจัย ๒. อัญญมัญญปัจจัย ๓. สหชาตนิสสยปัจจัย ๔. นานักขณิกกัมมปัจจัย ๕. รูปชีวิตินทริยปัจจัย ๖. อัตถิปัจจัย ๒ ปัจจัย (คือสหชาตัตถิปัจจัย และ อินทริยัตถิปัจจัย) ๓. อวิคตปัจจัย ๒ ปัจจัย (คือสหชาตอวิคตปัจจัยและอินทริยอวิคตปัจจัย)


ปัจจัยที่เป็นได้ในภายนอก คือเกิดได้ในสิ่งที่ไม่มีชีวิต มี ๕ ปัจจัย คือ

๑. สหชาตปัจจัย ๒. อัญญมัญญปัจจัย ๓. สหชาตนิสสยปัจจัย ๔. สหชาตัตถิปัจจัย ๕. สหชาตอวิคตปัจจัย


ปัจจัยที่เปืน สัพพัฏฐานิกปัจจัย มี ๔ ปัจจัย คือ

๑. สหชาตปัจจัย ๒. นิสสยปัจจัย ๓, อัตถปัจจัย ๔. อวิตปัจจัย (ปัจจัยที่เป็นเหตุที่ตั้งแห่งสังขตธรรม รูป นาม ทั้งหมดเรียกว่า สัพพัฏฐานิกปัจจัย หมายความว่า ในสังขารโลก บรรดาสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตทั้งหลายนั้น ต้องเข้าอยู่ในปัจจัย ๔ นี้ทั้งนั้น)

ส่วนปัจจัยที่เหลืออีก ๒๐ ปัจจัย เรียกว่า อสัพพัฏฐานิกปัจจัย หมายความว่า ปัจจัยที่เป็นเหตุที่ตั้งแห่งสังขตธรรมไม่ทั่วทั้งหมด เป็นปัจจัยได้เฉพาะแต่สังขตธรรมที่เกี่ยวข้องกับตนเท่านั้น


ในปัจจัย ๒๔* นี้ พระองค์ทรงแสดงโดยความเป็นคู่ ๆ กัน มี ๕ คู่ คือ

๑. อตฺถยุค คู่หนึ่ง

๒. สทฺทยุค คู่หนึ่ง

๓. กาลปฏิปกฺขยุค คู่หนึ่ง

๔. อญฺโญญฺญปฏิปกฺขยุค คู่หนึ่ง

๕. เหตุปฺผลยุค คู่หนึ่ง


๑. อตฺถยุค หมายถึงปัจจัยที่ทรงแสดงคู่กันโดยเนื้อความ ได้แก่ อนันตรปัจจัยและ สมนันตรปัจจัย

๒. สทฺทยุค หมายถึงปัจจัยที่ทรงแสดงคู่กันโดยการออกเสียง ได้แก่ นิสสยปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย

๓. กาลปฏิปกฺขยุค หมายถึงปัจจัยที่ทรงแสดงคู่กันโดยตรงกันข้าม ได้แก่ ปุเรชาตปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย

๔. อญฺโญญญปฏิปกฺขยุค หมายถึงปัจจัยที่ทรงแสดงคู่กันโดยความตรงกันข้ามของลักษณะอาการ ที่ทำหน้าที่อุปการะ ได้แก่ 

     สัมปยุตตปัจจัยกับวิปปยุตตปัจจัย คู่หนึ่ง 

     อัตถิปัจจัยกับนัตถิปัจจัย คู่หนึ่ง 

     และวิคตปัจจัยกับอวิคตปัจจัย คู่หนึ่ง

๕. เหตุปฺผลยุค หมายถึงปัจจัยที่ทรงแสดงคู่กันโดยความเป็นเหตุและเป็นผล ได้แก่กัมมปัจจัย (นานักขณิกกัมม) กับวิปากปัจจัย.

------------

*การแสดงสรุปปัจจัยธรรมและปัจจยุปบันธรรมในปัจจัย ๔๗ นั้น ตอนหนึ่งกล่าวว่า นามรูปเป็นปัจจัย รูปเป็นปัจจยุปบันไม่มี แต่แล้วในวิธิพระบาลีและนุวาทพระบาลี หน้า ๓๑๕, ๓๑๖ ได้แสดงว่า กุสลา ขนธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อกุสลา ขนฺธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. 

เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่เขียนสรุปไว้นั้นมิเป็นการขัดกันกับพระบาลีที่ทรงแสดงไว้นี้ไปหรือ? ขอเรียนว่าไม่ขัดกัน เพราะวิธิพระบาลีและอนุวทพระบาลีนั้น เป็นเพียง ๒ วาระเท่านั้น คือวาระที่ ๘ และที่ ๙ ในบรรดาวาระทั้ง ๙ ไม่ใช่เป็นวาระทั้งหมดของสหชาตปัจจัย ดังนั้น สหชาตปัจจัยนี้จึงกล่าวไม่ใด้ว่า นามรูปเป็นปัจจัย รูปเป็นปัจจยุปบัน.


[full-post]

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.