ภาคผนวก
สภาคะ - ฆฏนา
สภาคะ หมายถึง การนำปัจจัยที่เข้ากันได้ ที่มีอำนาจเสมอกัน มาแสดงคู่กับปัจจัยประธาน หรือปัจจัยที่ถูกยกขึ้นก่อน พร้อมทั้งแสดงจำนวนวาระร่วมกันของปัจจัยสภาคะ และปัจจัยประธานนั้นด้วย เช่น ในเหตุสภาคะมีพระบาลีแสดงไว้ว่า
"เหตุปจฺจยา อธิปติยา จตฺตาริ, สหชาเต สตฺต, อญฺญมญฺเญ ตีณิ, ฯลฯ อตฺถิยา สตฺติ, อวิคเต สตฺต."
หมายความว่า ในขณะนี้ปัจจัยประธานหรือปัจจัยที่ถูกยกขึ้นก่อน คือ เหตุปัจจัย ส่วน ปัจจัยที่เข้ากันได้ ที่มีอำนาจเสมอกันกับเหตุปัจจัยนั้น คือ อธิปติปัจจัย (สหชาตาธิปติปัจจัย) และจำนวนวาระร่วมกันของปัจจัยสภาคะและปัจจัยประธาน ในที่นี้มี ๔ วาระ ลักษณะหรือวิธีการ เช่นนี้เอง เรียกว่า สภาคะ ปัจจัยสภาคะของเหตุปัจจัยมีทั้งหมด ๑, ปัจจัย มีตัวอย่างดังต่อไปนี้
๑. ปัญญาเจตสิกที่ในสาธิปติชวนะ ๓๔ ได้แก่ อโมหเหตุและวิมังสาธิปติปัจจัยได้ เพราะฉะนั้น อธิปดิปัจจัยจึงเป็นเหตุสภาคะได้
๒. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๓ , ร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตปัจจัยได้
๓. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๓๑ ต่างมีอำนาจเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและอัญญมัญญูปัจจัยได้
๔. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๗ ๑ สามารถมีอำนาจร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรม ที่เกิดพร้อมกันได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตนิสสยปัจจัยได้
๕. อัพยากตเหตุ ๓ ที่ในวิปากจิต ๒๑ เป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกันกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและวิปากปัจจัยได้
๖. ปัญญาเจตสิกที่ในติเหตุกจิด ๔๓ เป็นอโมหเหตุและปัญนทรีย์ทั้ง ๔ ได้ ต่างร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจุยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงขัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตินทริยปัจจัยได้
๗. ปัญญาเจตสิกที่ในติเหตุกจิต ๔๗ เป็นอโมนเหตุและสัมมาทิฏฐิมัคคังคะ สามารถร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและมัคคปัจจัยได้
๘. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๗๑ สามารถร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกันกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสัมปยุตตปัจจัยได้
๙. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๗๑ สามารถร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจยุปบันธรรมได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตวิปปยุตตปัจจัยได้
๑๐. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๙ ๑ สามารถร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกันกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตัตถิปัจจัยได้
๑๑. เหตุ ๖ ที่ในสเหตุกจิต ๓ ๑ สามารถร่วมกันเป็นปัจจัยให้แก่ปัจจยุปบันธรรมที่เกิดร่วมกันกับตนได้ เพราะฉะนั้น จึงจัดเป็นเหตุปัจจัยและสหชาตอวิคตปัจจัยได้
ฆฏนา หมายถึง การรวบรวมปัจจัย ที่เป็นไประหว่างปัจจัย-ปัจจยุปบัน โดยเฉพาะ ๆ ด้วยอำนาจของปัจจัยประธานหรือปัจจัยที่ถูกยกขึ้นก่อน พร้อมทั้งแสดงจำนวนวาระร่วมกันของปัจจัยมฎนาและปัจจัยประธานนั้นด้วย
เรื่องสภาคะและฆฎนามีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่ง ฉะนั้น จึงได้นำเอาพระบาลี สภาคะและพระบาลีฆฏนา มาใส่ไว้ในภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
๑. เสริมคุณค่าทางด้านหลักฐานให้แก่หนังสือหลักสูตรของสถาบัน
๒. ใช้เป็นเครื่องเทียบเคียงกับรายละเอียด หรือองค์ธรรมต่าง ๆ ในหนังสือหลักสูตร
๓. ใช้อ้างอิงหรือค้นคว้าได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องไปเปิดดูในพระอภิธรรมปีฎก
๔. เพื่อให้เกิดทักษะในการศึกษากันคว้าพระไตรปีฎกในโอกาสต่อไป
หมายเหตุ พระบาลีสภาคะและฆฎนาคัดลอกมาจาก พระไตรปีฎก ฉบับสังดายนา พุทธศักราช ๒ ๕๓๐ (ฉบับภาษาบาลี) เล่มที่ ๔๐ หน้า ๒๑๕ - ๒๔๕
--------------//----------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ