๒๓) วจนัตถะ และคำอธิบายในวิคตปัจจัย (ตามหลักสูตร อชว.)


วจนัตถะ


วิคตภาเวน นิโรธสฺส ปตฺติตาย อุปการโก ธมฺโม - วิคตปจฺจโย ธรรมที่อุดหนุนกันโดยภาวะที่ปราศจากไป หมายความว่า ถึงซึ่งความดับไป เรียกว่า วิคตปัจจัย


อธิบายในวิคตปัจจัยโดยสังเขป


      คำว่า วิคต แปลว่า ปราศจากไป คือหมายถึงดับไปแล้วนั่นเอง ในที่นี้หมายความว่า ปัจจยุปบันธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็เมื่อปัจจัยธรรมนั้นปราศจากไปเสียก่อน คือดับไปเสียก่อนนั่นเอง การปราศจากไปของปัจจัยธรรมนั้น เป็นผู้อุปการะอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรมให้เกิดขึ้น เช่นนี้ จึงได้ชื่อว่า วิคตปัจจัย อุปมาเหมือนหนึ่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ ตามธรรมดาพระจันทร์จะไม่ปรากฏแสงในเมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ปราศจากไป ต่อเมื่อพระอาทิตย์ปราศจากไปแล้วนั่นแหละ แสงสว่างของพระจันทร์จึงจะปรากฏขึ้นได้ พระอาทิตย์จึงเป็นผู้อุปการะช่วยอุดหนุนแก่แสงสว่างของพระจันทร์ โดยอาการปราศจากไป ข้อนี้ฉันใด ธรรมที่เป็นวิคตปัจจัยที่ช่วยอุปการะอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรมก็เช่นเดียวกัน คือการปราศจากไปแห่งปัจจัยธรรมมีอำนาจช่วยอุดหนุนให้ปัจจยุปบันธรรมเกิดขึ้นได้ เหมือนหนึ่งพระอาทิตย์ที่ปราศจากไปแล้ว ย่อมทำให้แสงสว่างของพระจันทร์ปรากฎขึ้นได้ฉันนั้น
      วิคตปัจจัย นี้ มีข้อความและองค์ธรรมทั้งหมดเหมือนกับอนันตรปัจจัย และในนัตถิปัจจัยที่ได้แสดงมาแล้วก็มีข้อความและองค์ธรรมทั้งหมดเหมือนกันกับอนันตรปัจจัยเช่นเดียวกัน ดังนั้นทั้ง ๒ ปัจจัยนี้จึงมีข้อความและองค์ธรรมเหมือนกัน แต่ถึงแม้ว่านัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัยจะมีข้อความตลอดจนองค์ธรรมเหมือนกันก็จริงอยู่ แต่เมื่อกล่าวโดยอำนาจแล้วมี

ความหมายที่ต่างกันเป็นพิเศษดังนี้ คือ

      ความหมายของนัตถิปัจจัยนั้น หมายถึงปัจจัยธรรมช่วยอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรมให้เกิดขึ้นโดยอำนาจของการไม่มี คือหมายความว่า ธรรมที่เกิดก่อนนั้นต้องไม่มีแล้ว จึงให้โอกาสแก่ธรรมที่เกิดขึ้นทีหลังเกิดขึ้นได้ ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า นัตถิปัจจัย ดังข้ออุปมาที่ได้ยกไว้ในนัตถิปัจจัยแล้วว่า ความสว่างต้องหมดไปเสียก่อน ความมืดจึงจะปรากฏมีขึ้นได้ถ้าหากยังมีความสว่างอยู่ ความมืดก็ไม่สามารถมีได้ ดังนี้
      ส่วนความหมายของวิคตปัจจัยนี้ หมายถึงปัจจัยธรรมช่วยอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรมให้เกิดขึ้น โดยอำนาจของการปราศจากไป หมายความว่าธรรมที่เกิดก่อนเมื่อปราศจากไปแล้วก็ให้โอกาสแก่ธรรมที่เกิดทีหลังเกิดขึ้นได้ และในที่นี้คำว่า ปราศจากไปนั้น ให้หมายเฉพาะแต่ปราศจากไปเท่านั้น เมื่อปราศจากไปแล้ว จะมีอยู่หรือไม่มีอยู่ก็ตาม ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของวิคตปัจจัย ลักษณะเช่นนี้จึงเรียกว่า วิคตปัจจัย ดังข้ออุปมาที่ยกไว้ข้างต้นว่า พระอาทิตย์เมื่อปราศจากไปแล้ว ยังโอกาสให้แสงของพระจันทร์ปรากฎขึ้นได้ แต่พระอาทิตย์เมื่อปราศจากไปนั้น ก็ไม่ได้หมายถึงว่าพระอาทิตย์นั้นไม่มีแล้ว และก็ไม่ได้หมายความว่าพระอาทิตย์ยังมีอยู่ หมายเอาเฉพาะ แต่ความปราศจากไปของพระอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งต่างกับความสว่างและความมืดที่เป็นข้ออุปมาของนัตถิปัจจัย เพราะความมืดจะปรากฎขึ้นนั้น ต้องให้ความสว่างนั้นไม่มีจริง ๆ เสียก่อน ฉะนั้น หน้าที่ของความไม่มีจึงเป็นหน้าที่ของนัตถิปัจจัย และหน้าที่ของความปราศจากไปเป็นหน้าที่ของวิคตปัจจัย ดังนี้

      ความต่างกันเป็นพิเศษระหว่างนัตถิปัจจัยกับวิคตปัจจัย ในปัฏฐานมูลฎีกาท่านแสดงไว้มีข้อความดังนี้ คือ 
      อภาวมตฺเตน อุปการกตา โอกาสทาน นตฺถิปจฺจยตา สภาวาวิคมเนน อปฺปวตฺตมานานํ สภาววิคมเนน อุปการกตา วิคตปจฺจยตา, นตฺถิตา จ นิโรธานนฺตรสุญฺญตา, วิตตา นิโรธปฺปตฺตตา อยเมเตสํ วิเสโส.
      การที่ช่วยอุดหนุน คือการให้โอกาสแก่ปัจจยุปบันธรรมเกิดขึ้น โดยมาตรว่าความไม่มีชื่อว่า นัตถิปัจจัย
การที่ยังไม่ได้โอกาสเกิดขึ้น เพราะยังไม่ปราศจากไปแห่งสภาวธรรม คือการช่วยอุดหนุนโดยความปราศจากไปแห่งสภาวธรรม ชื่อว่า วิคตปัจจัย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า ความไม่มี ซึ่งเรียกว่า นัตถิปัจจัยนั้น หมายความว่าความดับแล้ว สูญไปจริง ๆ ความปราศจากไป ที่เรียกว่า วิคตปัจจัยนั้น หมายถึงว่าปัจจัยธรรมนั้นดับไปแล้วเท่านั้น ความต่างกันระหว่างนัตถิปัจจัยกับวิคตปัจจัย เป็นดังที่กล่าวมานี้.
----------///----------



[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,วิคตปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.