วจนัตถะ และคำอธิบายในนัตถิปัจจัย

      ปรมตฺถสภาเวน นตฺถิตาย อุปการโก ธมฺโม = นตฺถิปจฺจโย

      ธรรมที่ช่วยอุดหนุนกัน โดยสภาวะที่ไม่มีอยู่โดยสภาพปรมัตถ์ เรียกว่า นัตถิปัจจัย


อธิบายในนัตถิปัจจัยโดยสังเขป

      คำว่า นัตถิ แปลว่า ไม่มี ในที่นี้หมายความว่า ปัจจัยธรรมอันได้แก่จิตและเจตสิกนั้นไม่ปรากฏมีอยู่ในระหว่าง อุปาทะ ฐีติ ภังคะ คือดับไปแล้วนั่นเอง การคับไปของจิตและเจตสิก

นี้แหละ เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่ปัจจยุปบันธรรม ซึ่งได้แก่จิตและเจตสิกเช่นเดียวกันให้เกิดขึ้นสืบต่อไป

      ตามธรรมดาสภาพของนามธรรม คือจิตและเจตสิกนี้ เมื่อขณะที่ดวงแรกเกิดขึ้นและยังไม่ดับไปนั้น จิตดวงที่ ๒ และเจตสิกย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อจิตดวงแรกและเจตสิกดับไปเสียก่อนแล้ว จึงเป็นโอกาสให้จิตดวงที่ ๒ และเจตสิกเกิดขึ้นต่อไปได้ ดังนี้เป็นลำดับไป 

      นัตถิปัจจัย นี้ อุปมาเหมือนแสงสว่างกับความมืด ธรรมดาของความมืดจะมีไม่ได้ในเมื่อแสงสว่างยังปรากฏอยู่ ต่อเมื่อแสงสว่างไม่มีแล้ว ความมืดจึงจะปรากฎขึ้นได้ ดังนั้นความมืดจึงเป็นผลของแสงสว่างที่ดับไปแล้ว ข้อนี้ฉันใด ธรรมที่เป็นนัตถิปัจจัยนี้ก็เช่นเดียวกัน คือ ปัจจุยุปบันธรรมที่เกิดขึ้นนั้น ต้องให้ปัจจัยธรรมดับไปเสียก่อนจึงจะเกิดขึ้นได้ ฉะนั้น ความดับไป หรือความไม่มีของปัจจัยธรรมนี้ จึงทำคุณอุปการะให้แก่ปัจจยุปบันธรรม คือให้ปัจจยุปบันธรรมเกิดขึ้นได้ 

      ในปรมัตถทีปนีมหาฎีกาและวิสุทธิมรรคอรรถกถา แสดงนัตถิปัจจัยนี้ว่า จิตดวงใดดวงหนึ่ง เมื่อเกิดขึ้นในสันดานของสัตว์ทั้งหลายและยังไม่ดับไป คือยังอยู่ในระหว่างอุปาทะ ฐีติ

ภังคะ นั้น จิตดวงอื่นย่อมไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในระหว่างนั้น ต่อเมื่อจิตดวงแรกดับไปแล้ว จิตดวงที่ ๒ จึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ การที่จิตดวงที่ ๒ เกิดขึ้นได้นี้ ก็เพราะอาศัยจิตดวงที่ ๑

ที่ดับไปแล้วเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนโดยอำนาจของความไม่มี คือนัตถิปัจจัยนั่นเอง

      สรุปความว่า นัตถิปัจจัยนี้ จิตดวงที่ ๑ เมื่อดับไปแล้วเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่จิตดวงที่ ๒ จิตดวงที่ ๒ เป็นปัจจยุปบันของจิตดวงที่ ๑ ที่ดับไปแล้ว และจิตควงที่ ๒ เมื่อดับไปก็กลับเป็นปัจจัยแก่จิตดวงที่ ๓ จิตดวงที่ ๓ เป็นปัจจุยุปบันของจิตดวงที่ ๒ ที่ดับไปแล้ว และเมื่อจิตดวงที่ ๓ เมื่อดับไปแล้ว ก็กลับเป็นปัจจัยแก่จิตดวงที่ ๔ ต่อไปอีกเช่นนี้เรื่อยๆ ไป นับตั้งแต่ปฏิสนธิจิตเป็นต้น จนถึงจุติจิต

      ความหมายที่สำคัญในนัตถิปัจจัยนี้ คือความดับไปหรือความไม่ปรากฎมีอยู่แล้วของนามธรรมที่เกิดก่อน จึงจะเป็นนัตถิปัจจัยได้ ถ้านามธรรมที่เกิดก่อนยังไม่ดับไป คือยังปรากฏ

มีอยู่ ก็เป็นนัตถิปัจจัยไม่ได้

      นัตถิปัจจัยนี้ นามเป็นปัจจัย นามเป็นปัจยุปบัน และปัจจัยนี้เหมือนกับอนันตรปัจจัยทุกประการ

 ------------///-----------


[full-post]

พระไตรปิฎก,อภิธรรมปิฎก,นัตถิปัจจัย

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.