ความรู้เรื่องการประเคน (๑)
-------------------------
คำว่า “ประเคน” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกความหมายไว้ว่า -
....................................................
ประเคน : (คำกริยา) ถวายของพระโดยวิธียกส่งให้ตามพิธีการที่กําหนดไว้ เช่น ประเคนอาหาร; ส่งให้ถึงมือ (ใช้ในความแดกดัน) เช่น ต้องเอาไปประเคนให้จนถึงที่; (ภาษาปาก) ตี เช่น ประเคนกระบาล ๓ ที.
....................................................
คัมภีร์มหาวิภังค์ ภาค ๒ วินัยปิฎก พระไตรปิฎกเล่ม ๒ ข้อ ๕๒๔ (สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารที่ไม่ได้รับประเคน) มีคำอธิบายลักษณะ “ทินฺนํ” (ของที่เขาให้ คือของที่เขาประเคน) ไว้ดังนี้ -
....................................................
ทินฺนํ นาม กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา เทนฺเต หตฺถปาเส ฐิโต กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ เอตํ ทินฺนํ นาม ฯ
ที่ชื่อว่า “ทินฺนํ” (ของที่เขาให้) คือ เขาให้ด้วยกาย ด้วยของเนื่องด้วยกาย หรือโยนให้ ๑ ผู้ให้อยู่ในหัตถบาส ๑ ภิกษุรับด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย ๑ นี้ชื่อว่า “ทินฺนํ”
....................................................
ข้อความในพระวินัยปิฎกเหมือนตัวบทในกฎหมาย มีบางคำที่ต้องขยายความ เช่น -
คำว่า “ให้ด้วยกาย” หมายความว่า ใช้มือจับของที่จะให้แล้วยื่นให้
คำว่า “ให้ด้วยของเนื่องด้วยกาย” หมายความว่า ไม่ได้ใช้มือจับของที่จะให้โดยตรง เช่น ใช้ทัพพีตักข้าวใส่บาตร ผู้ให้จับทัพพี ไม่ได้หยิบก้อนข้าวด้วยมือ
คำว่า “หัตถบาส” หมายความว่า ระยะห่างประมาณ ๑ ศอก โดยเจตนาก็คือ ระยะห่างที่สามารถยื่นมือส่งของ-รับของให้กันได้อย่างสะดวก
......................
คัมภีร์สมันตปาสาทิกา อรรถกถาพระวินัย ขยายความลักษณะการให้-การรับเป็นหลักการไว้ ดังนี้ -
....................................................
ปญฺจหิ องฺเคหิ ปฏิคฺคหณํ รุหติ ฯ
การรับประเคนย่อมมีผลเมื่อครบองค์ ๕ คือ
(๑) ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส อุจฺจารณมตฺตํ โหติ
ของที่ประเคนพอที่คนมีกำลังปานกลางยกได้ ๑
(๒) หตฺถปาโส ปญฺญายติ
หัตถบาสปรากฏ (ผู้ประเคนอยู่ในหัตถบาส) ๑
(๓) อภิหาโร ปญฺญายติ
การน้อมถวายปรากฏ (ผู้ประเคนน้อมถวาย) ๑
(๔) เทโว วา มนุสฺโส วา ติรจฺฉานคโต วา เทติ
เทวดาก็ตาม มนุษย์ก็ตาม ดิรัจฉานก็ตาม ถวาย (ประเคน) ๑
(๕) ตํ ปน ภิกฺขุ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ ฯ
ภิกษุรับประเคนของนั้นด้วยกาย หรือด้วยของเนื่องด้วยกาย ๑
เอวํ ปญฺจหงฺเคหิ ปฏิคฺคหณํ รุหติ ฯ
การรับประเคนย่อมมีผลเมื่อครบองค์ ๕ ด้วยประการฉะนี้
ที่มา: สมันตปาสาทิกา ภาค ๒ หน้า ๔๗๘
....................................................
หนังสือวินัยมุข เล่ม ๑ พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส หน้า ๑๕๑-๑๕๒ กล่าวถึงลักษณะการประเคนไว้ดังนี้ -
....................................................
พึงรู้ลักษณะการประเคนนั้น ดังนี้:
ของที่จะพึงประเคนนั้นไม่ใหญ่โตหรือหนักเกินไป พอคนปานกลางยกได้คนเดียว เป็นองค์อัน ๑
ผู้ประเคนเข้ามาอยู่ในหัตถบาส เป็นองค์อัน ๑
เขาน้อมเข้ามา เป็นองค์อัน ๑
กิริยาที่น้อมเข้ามาให้นั้น ด้วยกายก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้ ด้วยโยนให้ก็ได้ เป็นองค์อัน ๑
ภิกษุรับด้วยกายก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้ เป็นองค์อัน ๑.
....................................................
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “ประเคน” ไว้ดังนี้ -
....................................................
ประเคน : ส่งของถวายพระภายในหัตถบาส, ส่งให้ถึงมือ;
องค์แห่งการประเคนมี ๕ คือ
๑. ของไม่ใหญ่โตหรือหนักเกินไป พอคนปานกลางคนเดียวยกได้
๒. ผู้ประเคนเข้ามาอยู่ในหัตถบาส คือห่างประมาณศอกหนึ่ง
๓. เขาน้อมของนั้นเข้ามาให้
๔. น้อมให้ด้วยกาย ด้วยของเนื่องด้วยกาย หรือโยนให้ก็ได้
๕. ภิกษุรับด้วยกายก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้ (ถ้าผู้หญิงประเคน ใช้ผ้ากราบหรือผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดรับ)
....................................................
หนังสือ พุทธประวัติสังเขป ส่วนที่ว่าด้วยศาสนพิธีสังเขป (แบบประกอบนักธรรมชั้นตรี) ของมหามกุฏราชวิทยาลัย หน้า ๙๒-๙๓ อธิบายเรื่องประเคนไว้ดังนี้
....................................................
๒. วิธีประเคนของพระ
การประเคนของพระ คือการถวายของให้ถึงมือพระ. ถ้าผู้หญิงประเคน ต้องวางบนผ้าหรือภาชนะเช่นบาตรเป็นต้นที่พระถืออยู่.
ของที่ประเคนต้องไม่เป็นวัตถุอนามาส หรือของที่พระไม่ควรจับ เช่น เงิน ทองคำ และไม่เป็นของที่หนักถึงกับต้องหาม. แม้อาหารทุกชนิด ถ้าเลยเที่ยงแล้วก็ไม่ต้องประเคน.
ผู้ประเคน พึงเข้าใกล้พระประมาณ ๑ ศอก ไม่เกินศอกคืบ จะนั่งหรือยืนแล้วแต่สถานที่. จับของสองมือ (บางอย่างต้องจับมือเดียว เช่นช้อนตักของใส่บาตร) ยกขึ้น น้อมถวาย เสร็จแล้วไหว้หรือกราบแล้วแต่กรณี.
มารยาทของผู้ประเคน ต้องแสดงออกด้วยความเคารพ ไม่ใช่เสือกไสให้ ทิ้งให้โดยไม่เคารพ, ไม่ควรสูบบุหรี่ ปากคาบหรือนิ้วหนีบบุหรี่ขณะประเคน. คนที่มืนเมาก็ไม่ควรเข้าประเคน.
....................................................
ที่นำเสนอมานี้เป็นหลักการที่ท่านแสดงไว้ เป็นส่วนที่ควรศึกษาให้เข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้อง
ตอนต่อไปจะเป็นส่วนความคิดเห็น
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๓ กันยายน ๒๕๖๕
๑๓:๔๗
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ