วจนัตถะ และคำอธิบายในอาหารปัจจัย
วจนัตถะ
- สกสกปจฺจยุปปนฺเน อาหรติ ภูโส หรตีติ = อาหาโร
สภาพที่นำมา คือสภาพที่ประมวลมามาก ๆ ซึ่งผลของตน ๆ ชื่อว่า อาหาร
- รูปารูปานํ อุปถมฺภกตฺเถน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา = อาหารปจฺจโย
- รูปารูปานํ อุปถมฺภกตฺเถน อุปการกา จตฺตาโร อาหารา = อาหารปจฺจโย
อาหาร ๔ ที่อุปการะ โดยอรรถว่าเป็นสิ่งที่อุปถัมภ์แก่รูปธรรมและนามธรรมทั้งหลาย ชื่อว่า อาหารปัจจัย
อธิบายในอาหารปัจจัยโดยสังเขป
อาหารปัจจัย นี้ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือรูปอาหารประเภทหนึ่ง และนามอาหารหนึ่ง
ประเภทรูปอาหาร ได้แก่ อาหารต่างๆ มีข้าว, น้ำ เป็นต้น
นามอาหาร มีอยู่ ๓ ชนิดด้วยกัน คือ
๑. ผัสสาหาร ได้แก่ ผัสสเจตสิก
๒. มโนสัญเจตนาหาร ได้แก่ เจตนาเจตสิก
๓. วิญญาณาหาร ได้แก่ จิต ๘๘
รวมเป็นอาหาร ๔ ชนิดด้วยกัน
อาหารทั้ง ๔ อย่างนี้ มีหน้าที่ช่วยอุดหนุนแก่รูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายให้เกิดขึ้นและดั้งอยู่ได้ คือรูปอาหารนั้นช่วยอุดหนุนแก่รูปกายให้เจริญขึ้นและตั้งอยู่ได้ ส่วนนามอาหารทั้ง ๓ ก็ช่วยอุดหนุนแก่นามกายให้เกิดขึ้น และให้ตั้งอยู่ได้เป็นระเบียบ ข้อนี้อุปมาเหมือนบ้านที่จะตั้งอยู่ได้ก็ต้องอาศัยมีเสาเป็นเครื่องค้ำจุนอยู่ ถ้าหากว่าไม่มีเสาค้ำจุนอยู่แล้ว บ้านนั้นก็ไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้ ฉันใด รูปธรรมและนามธรรมนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีอาหารอันเปรียบเหมือนเสาเรือนตั้งค้ำจุนไว้แล้ว รูปธรรมและนามธรรมนั้นก็ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ดุจเดียวกัน
ในกามภูมิ (เว้นนิรยภูมิ) รูปอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนให้รูปกายของสัตว์และบุคคลที่อาศัยอยู่ในภูมินี้เจริญเติบโตและตั้งอยู่ได้ ส่วนในรูปภูมิ (เว้นอสัญญสัตตะ) อรูปภูมิ และนิรยภูมินั้น นามอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนทั้งรูปกายและนามกายของบรรดาสัตว์และบุคคล ที่อาศัยอยู่ในภูมิเหล่านี้ให้มีชีวิตดำรงอยู่ได้ แต่รูปอาหารไม่มีในสัตว์บุคคลเหล่านี้ เพราะสัตว์บุคคลเหล่านี้ไม่กินอาหาร มีแต่นามอาหารอย่างเดียว
ส่วนอสัญญสัตตพรหมที่อยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น มีแต่รูปธรรมอย่างเดียว ไม่มีนามธรรมและมีอายุเป็นอยู่ได้ถึง ๕๐๐ มหากัป บุคคลจำพวกนี้ไม่ได้รับอาหารทั้ง ๔ อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นโดยครง แต่ย่อมมีอาหารทางอ้อมเป็นเครื่องดำรงรูปชีวิตอยู่ได้ คือปัญจมฌานเจตนาที่ในอดีตภพนั่นเอง เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่รูปของบุคคลจำพวกนี้ให้สามารถตั้งอยู่ได้ สรุปความว่า อาหารปัจจัยนี้ รูปอาหารและนามอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่รูปธรรมและนามธรรมของบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลายทั่วทั้ง ๓๑ ภูมิ ให้มีชีวิตตั้งอยู่ได้ ถ้าไม่มีอาหารทั้ง ๒ ประเกทเป็นเครื่องช่วยอุดหนุนแล้ว บรรดาสัตว์เหล่านั้นก็ไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ ฉะนั้นจึงนับว่าอาหารนี้เป็นสิ่งที่ทำคุณอุปการะให้แก่สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในสังสารวัฏเป็นอย่างมาก ดังมีพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ว่า สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา แปลว่า สัตว์ทั้งหลายตั้งอยู่ได้ ก็เพราะอาหารนั่นเอง
อธิบายในอาหารปัจจัยโดยสังเขป
อาหารปัจจัย นี้ แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือรูปอาหารประเภทหนึ่ง และนามอาหารหนึ่ง
ประเภทรูปอาหาร ได้แก่ อาหารต่างๆ มีข้าว, น้ำ เป็นต้น
นามอาหาร มีอยู่ ๓ ชนิดด้วยกัน คือ
๑. ผัสสาหาร ได้แก่ ผัสสเจตสิก
๒. มโนสัญเจตนาหาร ได้แก่ เจตนาเจตสิก
๓. วิญญาณาหาร ได้แก่ จิต ๘๘
รวมเป็นอาหาร ๔ ชนิดด้วยกัน
อาหารทั้ง ๔ อย่างนี้ มีหน้าที่ช่วยอุดหนุนแก่รูปธรรมและนามธรรมทั้งหลายให้เกิดขึ้นและดั้งอยู่ได้ คือรูปอาหารนั้นช่วยอุดหนุนแก่รูปกายให้เจริญขึ้นและตั้งอยู่ได้ ส่วนนามอาหารทั้ง ๓ ก็ช่วยอุดหนุนแก่นามกายให้เกิดขึ้น และให้ตั้งอยู่ได้เป็นระเบียบ ข้อนี้อุปมาเหมือนบ้านที่จะตั้งอยู่ได้ก็ต้องอาศัยมีเสาเป็นเครื่องค้ำจุนอยู่ ถ้าหากว่าไม่มีเสาค้ำจุนอยู่แล้ว บ้านนั้นก็ไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้ ฉันใด รูปธรรมและนามธรรมนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าไม่มีอาหารอันเปรียบเหมือนเสาเรือนตั้งค้ำจุนไว้แล้ว รูปธรรมและนามธรรมนั้นก็ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้ดุจเดียวกัน
ในกามภูมิ (เว้นนิรยภูมิ) รูปอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนให้รูปกายของสัตว์และบุคคลที่อาศัยอยู่ในภูมินี้เจริญเติบโตและตั้งอยู่ได้ ส่วนในรูปภูมิ (เว้นอสัญญสัตตะ) อรูปภูมิ และนิรยภูมินั้น นามอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนทั้งรูปกายและนามกายของบรรดาสัตว์และบุคคล ที่อาศัยอยู่ในภูมิเหล่านี้ให้มีชีวิตดำรงอยู่ได้ แต่รูปอาหารไม่มีในสัตว์บุคคลเหล่านี้ เพราะสัตว์บุคคลเหล่านี้ไม่กินอาหาร มีแต่นามอาหารอย่างเดียว
ส่วนอสัญญสัตตพรหมที่อยู่ในอสัญญสัตตภูมินั้น มีแต่รูปธรรมอย่างเดียว ไม่มีนามธรรมและมีอายุเป็นอยู่ได้ถึง ๕๐๐ มหากัป บุคคลจำพวกนี้ไม่ได้รับอาหารทั้ง ๔ อย่างที่กล่าวมาแล้วนั้นโดยครง แต่ย่อมมีอาหารทางอ้อมเป็นเครื่องดำรงรูปชีวิตอยู่ได้ คือปัญจมฌานเจตนาที่ในอดีตภพนั่นเอง เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่รูปของบุคคลจำพวกนี้ให้สามารถตั้งอยู่ได้ สรุปความว่า อาหารปัจจัยนี้ รูปอาหารและนามอาหารเป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนแก่รูปธรรมและนามธรรมของบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลายทั่วทั้ง ๓๑ ภูมิ ให้มีชีวิตตั้งอยู่ได้ ถ้าไม่มีอาหารทั้ง ๒ ประเกทเป็นเครื่องช่วยอุดหนุนแล้ว บรรดาสัตว์เหล่านั้นก็ไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ ฉะนั้นจึงนับว่าอาหารนี้เป็นสิ่งที่ทำคุณอุปการะให้แก่สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในสังสารวัฏเป็นอย่างมาก ดังมีพระพุทธภาษิตที่ตรัสไว้ว่า สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา แปลว่า สัตว์ทั้งหลายตั้งอยู่ได้ ก็เพราะอาหารนั่นเอง
----------///----------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ