เจ้ากรรมนายเวร (๓)
--------------------
รายละเอียดที่ควรรู้ของ “กรรม” (ต่อ)
ส่วนที่ ๓ ความหนักเบาของกรรม
กรรมดีกรรมชั่วที่ทำลงไป แม้จะอยู่ในฝ่ายกรรมดีเหมือนกันหรือกรรมชั่วเหมือนกัน แต่น้ำหนักการให้ผลของกรรมแต่ละอย่างจะไม่เท่ากัน
กรรมในส่วนนี้ท่านแสดงไว้ดังนี้ -
๑ กรรมที่มีน้ำหนักมากให้ผลก่อน
ตัวอย่างในข้อนี้ ฝ่ายกรรมดี คือสมาบัติ ๘ ใครปฏิบัติจิตภาวนาจนถึงระดับได้สมาบัติ คือจิตดิ่งนิ่งแน่วแน่หนักหน่วงถึงขนาด ผลจากสมาบัติจะเกิดทันทีไม่มีอะไรมาคั่นหรือปิดกั้นได้
ในฝ่ายกรรมชั่ว คืออนันตริยกรรม (ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า ทำสงฆ์ให้แตกกัน) ใครทำเข้า กรรมชั่วนี้จะให้ผลทันทีเช่นกัน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง -
คนที่เจริญจิตภาวนาจนได้สมาบัติ ๘ แม้จะได้ทำกรรมอื่นใดไว้ ผลจากกรรมเหล่านั้นก็ต้องหลีกทางให้สมาบัติให้ผลก่อน
คนที่ทำอนันตริยกรรม แม้จะได้ทำกรรมอื่นใดไว้ ผลจากกรรมเหล่านั้นก็ต้องหลีกทางให้อนันตริยกรรมให้ผลก่อน
กรรมชนิดนี้เรียกเป็นศัพท์วิชาการว่า “ครุกกรรม” (คะ-รุ-กะ-กำ) แปลว่า “กรรมหนัก” (weighty kamma)
๒ กรรมที่ทำจนเคยชิน ให้ผลรองลงมาจากครุกกรรม
กรรมที่ทำจนเคยชิน คือที่ทำซ้ำ ทำบ่อย ทำจนเป็นนิสัยหรือเป็นบุคลิกประจำตัว ถ้าไม่มีกิจอะไรอื่นมาแทรกเป็นต้องทำอยู่เสมอ ถ้าเป็นสิ่งของก็มีแต่เพิ่มพูนเป็นกอบเป็นกำเป็นกองมูนมองมากมาย กรรมที่ทำด้วยอาการอย่างนี้จะให้ผลรองลงมาจากครุกกรรม
ครุกกรรมหมดวาระเมื่อไร ถึงทีฉันละ ใครอย่ามาแซงเสียให้ยาก
กรรมชนิดนี้เรียกเป็นศัพท์วิชาการว่า “พหุลกรรม” (พะ-หุน-ละ-กำ) แปลว่า “กรรมข้างมาก” หรือ “อาจิณณกรรม” (อา-จิน-นะ-กำ) แปลว่า “กรรมที่ทำจนเคยชิน” (habitual kamma)
๓ กรรมใกล้ตัวหรือกรรมใกล้ตาย ให้ผลเป็นลำดับถัดมา
บางคน ในชีวิตปกติก็ไม่ได้ฝักใฝ่ทั้งการบุญการบาปใดๆ แต่ในเวลาจวนเจียนใกล้ตาย อะไรอยู่ใกล้ตัวหรือนึกอะไรได้ก็คว้าเอาสิ่งนั้นมาทำลงไป สิ่งหรือเรื่องที่ทำยังจับใจอยู่ใหม่ๆ เมื่อดับจิต ถ้าไม่มีครุกกรรมหรือพหุลกรรม (อาจิณณกรรม) กรรมใกล้ตายนี้จะให้ผลก่อนกรรมอื่น
ท่านอุปมาเหมือนโคอยู่ในคอก เวลาเจ้าของเปิดประตูคอก โคที่ยืนจ่ออยู่หน้าประตูแม้ว่าจะมีกำลังน้อย ก็มีโอกาสได้ออกจากคอกก่อนโคตัวอื่น “อาสันนกรรม” ก็เหมือนโคที่ยืนจ่ออยู่หน้าประตูคอกนั่นแหละ
วิถีชีวิตคนรุ่นเก่า เมื่อปู่ย่าตายายหรือพ่อแม่เจ็บป่วยใกล้ตาย ลูกหลานจะมานั่งล้อมรอบที่นอน คำที่ลูกหลานพูดกับคนป่วยคำหนึ่งคือ “พระอรหัง พระอรหัง” คือเตือนสติคนป่วยให้นึกถึงคุณพระรัตนตรัย นี่ก็คือการทำกรรมที่เรียกว่า “อาสันนกรรม” นั่นเอง
กรรมชนิดนี้เรียกเป็นศัพท์วิชาการว่า “อาสันนกรรม” (อา-สัน-นะ-กำ) แปลว่า “กรรมที่ทำเมื่อจวนเจียน” จะเรียกว่า “กรรมใกล้ตาย” ก็ได้ (death-threshold kamma; proximate kamma)
๔ กรรมสักว่าทำ ให้ผลหลังสุด
กรรมสักว่าทำ หมายถึงกรรมที่ทำด้วยเจตนาอันอ่อน หรือมิใช่เจตนาอย่างนั้นโดยตรง อย่างที่พูดว่า-ทำไปยังงั้นเอง ทำอย่างเสียไม่ได้ ไม่ได้ตั้งใจจริงจัง กรรมที่ทำด้วยอาการเช่นนี้จะให้ผลหลังสุด คือไม่มีกรรมอื่นใดจะให้ผลอีกแล้ว กรรมชนิดนี้จึงจะให้ผล
กรรมชนิดนี้เรียกเป็นศัพท์วิชาการว่า “กตัตตากรรม” (กะ-ตัด-ตา-กำ) หรือ “กตัตตาวาปนกรรม” (กะ-ตัด-ตา-วา-ปะ-นะ-กำ) แปลว่า “กรรมสักว่าทำ” (reserve kamma; casual act)
หมายเหตุ: ภาษาอังกฤษในวงเล็บ จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ข้อ [338]
(ยังมีต่อ)
----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๗ กันยายน ๒๕๖๕
๑๓:๓๕

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ