Sompob Sanguanpanich
มหคฺคตา ธมฺมา
มหัคคตธรรม
ธรรมที่ถึงความเป็นใหญ่
๔/๑๐/๖๕
***
กลุ่มธรรมที่เป็นประเภทมหัคคตะ ได้แก่ จิตประเภทรูปาวจรกุศลจิตและอรูปาวจรกุศลจิต รวมไปถึงรูปาวจรวิปากจิต รูปาวจรกิริยาจิต อรูปาวจรวิปากจิต และอรูปาวจรกิริยาจิต รวมเรียกจิตสองประเภทหลังนี้ว่า นามขันธ์ ๔ ที่เป็นอัพยากตะ อันเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ดังข้อความในพระบาฬีอภิธรรมสังคณี นิทเทสวาระว่า
กตเม ธมฺมา มหคฺคตา? รูปาวจรา, อรูปาวจรา, กุสลาพฺยากตา ธมฺมา; เวทนากฺขนฺโธ…เป.… วิญฺญาณกฺขนฺโธ – อิเม ธมฺมา มหคฺคตาฯ (อภิ.สํ.๓๔/๑๐๒๗).
สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน?
สภาวธรรมที่เป็นกุศล และอัพยากฤต ซึ่งเป็นรูปาวจรและอรูปาวจร ได้แก่ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์. สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นมหัคคตะ.
---
คำว่า มหัคคตะ มีความหมายว่า ธรรมที่ถึงความเป็นใหญ่ ประกอบรูปศัพท์จาก มหา ใหญ่ ที่แปลงมาจาก มหนฺต = ใหญ่, ไพบูลย์ + ตฺต ภาวปัจจัย + คต = ถึง (ลบ ตฺต ภาวปัจจัยใน มหนฺตตฺต = มหัคคตะ) มีความหมายตามศัพท์ว่า
มหนฺตตฺตํ คตาติ มหคฺคตา.
ธรรมอันถึงความเป็นใหญ่ ชื่อว่า มหัคคตะ
ความเป็นใหญ่ หรือ ไพบูลย์ ในที่นี้ คือ ความสามารถในการข่มกิเลสโดยวิกขัมภนปหาน, มีผลไพบูลย์และสืบต่อยาวนาน.
---
อีกนัยหนึ่ง มหัคคตะ มีความหมายว่า ธรรมอันผู้ประเสริฐบรรลุแล้ว นัยหลังนี้ ประกอบรูปศัพท์จาก มหา = ผู้ประเสริฐ + คต = อธิคต บรรลุ มีความหมายตามศัพท์ว่า
มหนฺเตหิ คตาติ มหคฺคตา.
ธรรมที่ผู้ประเสริฐบรรลุแล้ว ชื่อว่า มหัคตะ
ทั้งสองนัยนี้ เป็นคำอธิบายที่มาในอรรถกถาอัฏฐสาลินีว่า
ธรรมที่ถึงความเป็นใหญ่ เพราะสามารถข่มกิเลส, เพราะมีผลไพบูลย์ และสืบต่อกันอย่างยาวนาน. อีกนัยหนึ่ง ได้แก่ ธรรมที่ผู้ประเสริฐยิ่งใหญ่ คือ ผู้มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วีมังสาที่โอฬาร (เลิศล้น) ถึง คือ บรรลุแล้ว(อรรถกถาธัมมสังคณีปกรณ์)
+++
เกี่ยวกับคำนิยามว่า ธรรมที่ถึงความเป็นใหญ่ เพราะสามารถข่มกิเลส, เพราะมีผลไพบูลย์ และสืบต่อกันอย่างยาวนาน นี้ ถือเป็นคุณสมบัติทั่วไปของมหัคคธรรมทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นกุศล วิบาก กิริยา จะพึงมี.
ส่วนนัยแรกจำกัดเฉพาะมหัคคตกุศลเท่านั้นที่มีคุณสมบัติ ๓ ประการนี้ครบถ้วน,
แต่สำหรับมหัคคตะวิบากและกิริยานั้น มีคุณสมบัติเฉพาะการมีความสืบต่ออย่างยาวนานเท่านั้น (มูลฏีกา) .
---
ความจริง ความเป็นมหัคคตะนี้ มิเพียงแต่สามารถข่มกิเลสได้เท่านั้น ที่แท้แล้ว ยังสามารถข่มปฏิปักขธรรมต่อฌานมีวิตกเป็นต้นอีกด้วย เพราะเหตุนั้น คุณสมบัติข้อที่สามารถข่มกิเลสนี้เป็นการแสดงโดยเป็นตัวอย่างแห่งการข่มปฏิปักขธรรมเท่านั้น.
อีกนัยหนึ่ง ก็เพราะกุศลเป็นธรรมชาติกำจัดอกุศลเป็นกิจ ดังนั้น การที่ท่านกล่าวว่า เพราะมีความสามารถในการข่มกิเลส ดังนี้ ก็เพื่อแสดงความที่มหัคตะนี้มีกิจที่ดีเลิศกว่าธรรมพวกปริตตะ ในเพราะกิจคือการกำจัดอกุศลนั้น (อนุฏีกา) .
---
สรุปคุณสมบัติข้อที่ว่า สามารถข่มกิเลส ได้เป็น ๒ ประการ ด้วยกันคือ
๑. ถึงความเป็นใหญ่เพราะข่มกิเลสนิวรณ์และเพราะข่มปฏิปักขธรรมอื่นมีวิตกเป็นต้น
๒. ถึงความเป็นใหญ่กว่าปริตตกุศล ในความมีกิจที่กำจัดกิเลสได้ดีกว่าปริตตธรรม โดยกำจัดกิเลสโดยวิกขัมภนปหาน ต่างจากปริตตกุศล ที่เป็นการกำจัดโดยตทังคปหาน.
คุณสมบัติข้อว่า มีผลไพบูลย์ คือ ถ้ามองว่า คำนี้หมายถึง มหัคคกุศล ก็จะมีความหมายว่า มีผลไพบูลย์ เพราะสามารถให้ผลเป็นภพสมบัติคือการอุบัติในพรหมโลก และ มีโภคสมบัติ คือ การได้เสวยทิพยสมบัติอันประณีตในพรหมโลกนั้น. แต่กรณีที่มองว่า คำนี้หมายถึง มหัคตวิบาก คำนี้ ก็จะมีความหมายว่า เป็นผลที่ไพบูลย์ของมหัคคตกุศล.
แต่ทว่า มีเงื่อนไขที่ควรกำหนดเพิ่มเติม คือ หากกำหนดความหมายของคุณสมบัติข้อว่า ผลไพบูลย์ (แปลตรงศัพท์จากคำบาฬีว่า วิปุลผลตา โดยยังไม่คิดถึงความหมายที่ประสงค์) ว่า เป็นผลอันไพบูลย์ โดยไม่ใช่เป็นธรรม "มีหรือให้ผลไพบูลย์" แม้วิบากนั่นเอง ก็มีคุณสมบัติตรงตามข้อนี้ได้ เพราะวิบากผลแห่งมหัคคตกุศลนั้นเป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่โดยการเสวยพรหมสมบัติที่ประณีตกว่าเทวสมบัติในกามสุคติภูมิ.
แม้การกำหนดความหมายเช่นนี้ในอรรถกถา ถือว่า ท่านกล่าวไว้โดยเอกเสสนัย โดยเลือกแสดงเพียงคำเดียวโดยไม่เอาคำที่ซ้ำกันออกไป แต่คงความหมายสองอย่างคือ มีผลไพบูลย์ และ เป็นผลไพบูลย์
เพราะทั้งสองต่างก็ใช้คำบาฬีว่า วิปุลผลตา เหมือนกัน แต่ความหมายมี ๒ อย่างดังกล่าวมานี้ (อนุฏีกา) .
หมายเหตุ :
กรณีนี้ คำว่า มหา ในคำว่า มหัคคตะ นี้
มีความหมายต่างจากคำว่า มหา ในมหากุศลจิตที่เป็นประเภทกามาวจรกุศลจิต ที่มีความหมายว่า กุศลจิตอันใหญ่ เพราะมีความบริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบต่างๆเป็นต้น ดังกล่าวมาแล้วนั้น แต่ คำว่า มหัคตะ นั้น ชื่อว่า ใหญ่ เพราะใหญ่กว่าปริตตะเป็นธรรมที่ไม่สามารถข่มกิเลส, ไม่มีผลไพบูลย์ และมีความสืบต่อได้ไม่ยาวนาน.
.................................
#หยั่งลงสู่พระอภิธรรม ครั้งที่ ๒๕
ขออนุโมทนา
สมภพ สงวนพานิช
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ