ปัญหาในมรณุปปัตติจตุกกะ ชั้นมัชฌิมอาภิธรรมิกตรี
๑๒. ถาม จงแสดงความแตกต่างกันแห่งอุปลภิตัพพะและอุปโภคคตินิมิต ที่ท่านแสดงไว้ในปรมัตถทีปนีมหาฎีกา
๑๒. ตอบ ในปรมัตถที่ปนีมหาฎีกา ท่านได้แสดงคตินิมิตทั้งสองนี้ไว้เป็น ๒ นัยคือ
นัยที่หนึ่ง กล่าวว่า อุปลภิตัพพตินิมิตนั้น เป็นทุคตินิมิต อุปโภคคตินิมิต เป็นสุคตินิมิต ใน ๒ ประการนี้ อารมณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับอบายภูมิ ๔ เป็นทุคตินิมิต
อารมณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับมนุษยภูมิ เทวภูมิ เป็นสุดตินิมิต
นัยที่ ๒ กล่าวว่า อารมณ์ที่เกี่ยวเนื่องด้วยกาย เป็นอุปลภิตัพพคดินิมิตอารมณ์ที่มิได้เกี่ยวเนื่องด้วยกาย เพียงแต่จะให้ได้เสวยสุข ทุกข์ เป็นอุปโภคคดินิมิต เป็นต้น
๑๓. ถาม บุคคลผู้ใกล้จะตาย ที่มีจิตใจเศร้าหมองเดือดร้อน เนื่องมาจากนิมิตที่ไม่ดีมาปรากฏ ถ้าผู้ใกล้ชิดหรือผู้ที่ได้เห็นรู้ทัน จะมีวิธีแก้ไขได้หรือไม่ ถ้าได้ให้หาอุปมา มาอ้างด้วย?
๑๓. ตอบ ถ้าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือผู้ที่ได้เห็นรู้ทัน พร้อมทั้งเข้าใจในวิธีแก้ไขแล้ว ก็สามารถที่จะเปลี่ยนนิมิตที่ไม่ดีให้กลับดีไปได้ ดังเช่นพระภิกษุผู้เป็นบิดาของพระโสณเถรอรหันต์อยู่ที่วัดบนเขาโสณศิริ เมื่อครั้งยังมีกำลังแข็งแรงดีอยู่ ชอบประกอบอาชีพแต่ในด้านการถ่าเนื้อ แม้ว่าลูกชายซึ่งจะมาตักเตือนห้ามปรามเท่าใด ๆ ก็มิยอมเลิก ต่อมาเมื่อชราลงจึงได้มาบวชอยู่กับพระลูกชาย ครั้นถึงเวลาป่วยหนักจะต้องตายแน่ คตินิมิตที่ไม่ดีก็มาปรากฎ คือเห็นเป็นสุนัขใหญ่ ขึ้นมาจากตีนเขาจะมากัด จึงส่งเสียงโวยวายขอความช่วยเหลือจากพระลูกชาย ฝ่ายพระลูกชายก็ทราบได้ว่า นี้เป็นคตินิมิตที่เกี่ยวกับนิรยภูมิมาปรากฎแก่บิดาแล้ว จึงให้สามเณรไปเก็บดอกไม้มาจัดตั้งไว้ที่หน้าพระพุทธรูปแล้วก็หามบิดาเข้ามา ณ ที่นั้นบอกให้ทราบว่าดอกไม้นี้สำหรับบูชาพระ ขอให้บิดาตั้งใจถวายแล้วน้อมใจไปในพระคุณของพระพุทธเจ้า บิดาก็ยอมทำตามไม่ขัดขืน, ในเวลานั้นคดินิมิตที่เกี่ยวกับนิรยภูมิก็หายไปคตินิมิตที่เกี่ยวกับเทวภูมิคือ นางฟ้าได้มาปรากฏแทน พระที่เป็นบิดามีความยินดี ร้องบอกพระลูกชายว่า "น้าเจ้าเขามา จงหลีกทางให้เขาเข้ามาด้วย" เมื่อจิตมีความชุ่มชื่นด้วยปิดโสมนัส เกิดขึ้นเช่นนี้แล้ว ครั้นตายลงก็ได้ไปสู่เทวภูมิ
๑๔. ถาม จงแสดงระยะเวลาที่แตกต่างกันของ มรณาสันนวิถี กับปัจจาสันนมรณวิถีและให้แสดงด้วยว่า ปัจจาสันนมรณวิถี มีกี่วิถีฯ คืออะไรบ้าง?
๑๔. ตอบ มรณาสันนวิถี (ธรรมดา) หรือมรณาสันนบุคคล หมายเอาบุคคลผู้ใกล้จะตายตั้งแต่ ๑-๒ นาที ถึง ๑-๒ ชั่วโมง ซึ่งต่างกันกับปัจจาสันนมรณวิถี หรือ ปัจจาสันน-มรณบุคคล หมายเอาบุคคลที่จะตายในระยะใกล้ที่สุด คือวิถีสุดท้าย, แสดงมรณาสันนวิถีชนิดปัจจาสันนมรณวิถี มี ๔ ประเภทคือ
๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา จุติ
๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ
๓. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ภวังค์ จุติ
๔. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ
จุติที่เกิดต่อวิถีจิต มี ๒ วิถี จุติที่เกิดต่อจากภวังคจิต มี ๒ วิถี
๑๕. ถาม บุคคลทั้งหลายย่อมเข้าใจเขวไปในเรื่องตาย เรื่องเกิด มิจฉาธิโมกข์ คือการตัดสินใจผิดว่าสัตว์ทั้งหลายที่ตายไปแล้วนั้นยังไม่เกิดขึ้น เหตุภายนอกที่น่ให้เข้าใจผิดนี้มีอยู่กี่ประการ? คืออะไรบ้าง?
๑๕. ตอบ เหตุที่ทำให้เข้าใจผิดมีอยู่ ๒ ประการคือ
๑) ผู้ที่ตายไปแล้วบางคนอาจมาแสดงตัวให้ผู้อื่นเห็นได้ โดยรูปร่างสัณฐานกิริยาอาการตลอดจนเครื่องแต่งกายก็คงเป็นไปเหมือน ๆ กันกับเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
๒) คำว่า สมุภเวสี ในบทสวดมนต์เจ็ดตำนานฉบับหลวงแปลว่า สัตว์ที่กำลังเร่ร่อนแสวงหาที่เกิด เมื่อคำแปลว่าดังนี้ ผู้ที่รู้บาลีก็ตาม ไม่รู้บาลีก็ตาม เมื่อได้อ่านแล้ว ต่างก็พากันเข้าใจไปว่า สัตว์ที่ตายไปนั้นยังแสวงหาภพใหม่อยู่ ยังไม่ได้เกิดก็มี สัตว์นั้นเรียกว่า "สมุภเวสี" ทั้ง ๒ ประการนี้ ความจริงหาได้เป็นเช่นนี้ไม่
๑๖. ถาม สัตว์ที่ชื่อว่า สมุภเวสี นั้นหมายถึงสัตว์ประเภทไหนบ้าง?
๑๖. ตอบ สัตว์ที่ชื่อว่า สมุภเวสี นั้นได้แก่ ปุถุชน < พระเสกขบุคคล ๓ ที่เป็นดัง
นี้ก็เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ มีความเกิดยังไม่สิ้นสุด ต้องแสวงหาภพชาติต่อ ๆ ไปอีกนั่นเอง,
คำว่า สมุภเวสี นี้เป็นคำคู่กับคำว่า "ภูตา" ซึ่งมีแจ้งอยู่ในเมตตสูตร
๑๗. ถาม
ก. เหตุที่ทำให้หทัยวัตถุมีกำลังอ่อนเกิดขึ้นในกาลไหนบ้าง?
ข. จงวินิจฉยปัจจุบันกรรมนิมิตแท้หรือเทียมมาให้เห็นด้วย ว่าเป็นปัจจุบัน ชนิดไหน?
๑๗. ตอบ
ก. เหตุที่หทัยวัตถุมีกำลังอ่อนดังนี้
- ในอติตรุณกาล หทัยวัตถุมีกำลังอ่อน เพราะว่า ทารกที่อยู่ในครรภ์ ซึ่งยังมีอวัยวะเกิดขึ้นไม่ครบนั้นเวลานั้น ร่างกายก็มีสภาพที่อ่อนมาก ฉะนั้นหทัยวัดถุจึงมีกำลังอ่อน,
- หทัยวัตถุมีกำลังอ่อนในเมื่อเป็นโรคหัวใจพิการอย่างหนัก หรือวางยาสลบนั้น ก็เพราะเนื่องมาจากความพิการอย่างหนัก และยาสลบนั่นเอง เป็นสาเหตุหทัยวัตถุมีกำลังอ่อน
- ในเวลาใกล้จะตาย ก็เพราะเวลาใกล้จะตายนั้นเองเป็นสาเหตุ หมายความว่า ตามธรรมดากัมมชรูปย่อมเกิดขึ้นทุก ๆ ขณะจิต แต่เวลาใกล้จะตายนั้นจะเกิดพร้อมกันทุก ๆ ขณะจิตไปจนถึงตายไม่ได้เพราะะต้องดับพร้อมกันกับจุติจิตเสมอไป ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด ดังนั้นการเกิดขึ้นของกัมมชรูป เวลาใกล้จะตายจึงมีน้อยแต่ดับไปมาก
เหตุนี้หทัยวัตถุจึงมีกำลังอ่อนลง เมื่อหทัยวัตถุมีกำลังอ่อนเนื่องด้วยเหตุต่างๆ ดังกล่าวแล้ว จิต เจตสิกที่อาศัยหทัยวัตถุเกิดก็มีกำลังอ่อนลงตามไปด้วย
ข. วินิจฉยปัจจุบันกรรมนิมิตว่าแท้หรือเทียม มรณาสันนชวนะและกามาวจรปฎิสนธิจิตนี้ บางทีก็มีอดีตกรรมนิมิตเป็นอารมณ์ บางทีก็มีปัจจุบันกรรมนิมิตเป็นอารมณ์ที่เรียกว่า ปัจจุบันกรรมนิมิตนี้ เป็นแท้หรือเทียม ที่เป็นดังนี้ก็เพราะว่า คำว่ากรรมนิมิตนี้ แปลว่าอารมณ์ของกรรมที่เป็นผู้ให้ปฏิสนธิจิตเกิด ซึ่งได้แก่กุศล อกุศลกรรมที่เกิดก่อนเวลาไกล้จะตายหรือหลายชั่วโมง หลายวัน หลายเดือน หลายปี ส่วนกุศล อกุศลกรรมในมรณาสันนชวนะนั้น มิอาจที่จะให้ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นได้ ดังนั้นที่กล่าวว่า กามาวจรปฏิสนธิจิตและภวังคจิตอีกอย่างมาก ๖ ดวง มีปัจจุบันกรรมนิมิตเป็นอารมณ์จึงเป็นเทียมอย่างเดียว กล่าวคืออารมณ์ที่เป็นกรรมนิมิตแท้นั้น ได้ดับไปแล้วคงมีแต่อารมณ์ที่เป็นชนิดเดียวกันกับอารมณ์ที่เป็นกรรมนิมิตแท้ เท่านั้นที่ยังตั้งอยู่ ฉะนั้น มรณาสันนชวนะ ปฏิสนธิจิต และภวังคจิต จึงมีปัจจุบันอารมณ์และอารมณ์อันนี้แหละได้ชื่อว่า ปัจจุบันกรรมนิมิตซึ่งเป็นไปในแง่ สันตดิปัจจุบัน (ยังตั้งอยู่โดยการสืบต่อ ) หาใช่เป็นไปในแง่ขณะปัจจุบันแท้หรือปัจจุบันจริงๆ ไม่
จบมรณุปปัตติจตุกฺก
ปัญหาภูมิจตุกกะ กัมมจตุกกะในปริจเฉทที่ ๕ ภาค ๑-๓ จบแต่เพียงเท่านี้

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ