พระไตรปิฎกเล่มเดียวมีหลายคัมภีร์มีวิธีอ้างอย่างไร
..................................................
ขอเตือนว่า นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วไม่สนุกอย่างยิ่ง เพราะเป็นวิชาการ ผมไม่รู้ว่าจะเขียนให้อ่านสนุกได้อย่างไร จึงขออภัยญาติมิตรที่ชอบเรื่องสนุกๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
..................................................
พระไตรปิฎกเล่มเดียวมีหลายคัมภีร์ เวลาอ้างอิง จะอ้างอย่างไร?
หลักการอ้างก็คือ
..................................................
ระบุชื่อคัมภีร์นั้นว่าอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหน
ไม่ใช่-ระบุว่าพระไตรปิฎกเล่มนั้นมีคัมภีร์อะไรบ้าง
..................................................
ยกตัวอย่าง ยกคาถาบทนี้ไปแสดง -
..........................................
อปฺปมาโท อมตํ ปทํ ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
อปฺปมตฺตา น มียนฺติ เย ปมตฺตา ยถา มตา.
ความไม่ประมาทเป็นทางไม่ตาย
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
คนทั้งหลายที่ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย
คนประมาทก็เหมือนคนตายแล้ว
..........................................
ตรวจดูในพระไตรปิฎก ปรากฏว่าเป็นข้อความจากคัมภีร์ธรรมบท อัปปมาทวรรค ข้อ ๑๒ หน้า ๑๘
คัมภีร์ธรรมบทอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๕
พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ มี ๕ คัมภีร์อยู่ในเล่มเดียวกัน คือ ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต
ทั้ง ๕ คัมภีร์อยู่ในกลุ่มขุททกนิกาย สุตตันตปิฎก
ทั้งหมดนี้คือข้อมูลแหล่ง “ที่มา” ที่จะต้องอ้าง
เวลาอ้างไม่ต้องบอกข้อมูลทั้งหมดนี้
คงบอกแต่เพียงว่า -
.................................
ธรรมบท ๒๕/๑๒/๑๘
.................................
สั้นๆ แค่นี้พอ
“ธรรมบท” เป็นการให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ผู้อ่านรู้ว่าข้อความที่ยกมานั้นเป็นพระวินัย พระสูตร หรือพระอภิธรรม เป็นที่รู้กันว่าธรรมบทอยู่ในพระสุตตันตปิฏหรือพระสูตร
“๒๕” บอกให้รู้ว่าข้อความนั้นอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ แต่พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ มีคัมภีร์อะไรรวมอยู่ด้วยกันบ้างไม่ต้องยกมาอ้าง เพราะคัมภีร์อื่นไม่เกี่ยว เกี่ยวเฉพาะคัมภีร์ธรรมบท
ต่อจากนั้นก็บอกข้อ (๑๒) บอกหน้า (๑๘)
เปิดไปตามที่บอกไว้ก็จะพบข้อความที่ยกไปแสดงนั้น
..........................
ความจริง วิธีอ้างอิงตามที่ว่ามานี้เป็นที่รู้กันอยู่แล้วในหมู่นักเขียนนักอ่านเรื่องราวในพระพุทธศาสนาที่อ้างถึงพระไตรปิฎก
ที่ผมยกเอามาเขียนอธิบายนี้ก็เนื่องจากเมื่อวันก่อนผมได้อ่านโพสต์ของพระคุณเจ้าท่านหนึ่งซึ่งเป็น “เพื่อน” กันทางเฟซบุ๊ก ท่านยกข้อความจากพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ มาอ้าง ข้อความนั้นเป็นคาถาว่าดังนี้ -
............................................
สวนฺติ สพฺพธี โสตา ลตา อุพฺภิชฺช ติฏฺฐติ
ตญฺจ ทิสฺวา ลตํ ชาตํ มูลํ ปญฺญาย ฉินฺทถ.
............................................
และอ้าง “ที่มา” ว่า --
............................................
( สูกรโปติกาวตฺถุ. สุตฺต. ขุ. ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา. ๒๕/๓๔.๓๔๐ )
............................................
ผมเห็นวิธีอ้างที่มาแล้ว รู้สึกว่าแปลกไปอีกแบบหนึ่ง ไม่เหมือนกับที่เรียนมาและที่นิยมอ้างกันทั่วไป แต่มีบางอย่างที่สะดุดๆ อยู่
ขออนุญาตอธิบายข้อความใน “ที่มา” ที่อ้างนั้นพอเป็นที่เข้าใจกันดังนี้ -
“สูกรโปติกาวตฺถุ” เป็นชื่อเรื่องในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา คัมภีร์นี้ผมเคยเขียนเล่าให้ฟังกันมาแล้วเมื่อเร็วๆ นี้
..................................................
คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา
https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/pfbid021KU7xoaJyp5vKWRhJD9VzG5AUwPXKTvxHWLHzXpJvrPL9dpopXbjZG4TeKo6QhdWl
..................................................
“สุตฺต.” เป็นคำย่อของพระสุตตันตปิฎก
“ขุ.” เป็นคำย่อของคัมภีร์ขุททกนิกายที่ผมเคยอธิบายมาแล้ว
“ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา” เป็นชื่อคัมภีร์ ๒ ใน ๕ คัมภีร์ที่รวมอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ ที่บอกไว้แล้วข้างต้น
ในตัวเล่มพระไตรปิฎกจะพิมพ์ชื่อคัมภีร์ไว้ทั้ง ๕ คัมภีร์ว่า “ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา-อุทาน-อิติวุตฺตก-สุตฺตนิปาตา” และพิมพ์แบบย่อว่า “ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา ... สุตฺตนิปาตา”
“๒๕/๓๔.๓๔๐” “๒๕” คือเล่ม “๓๔” คือข้อ “๓๔๐” คือข้อประจำคาถาบทนี้
ข้อประจำคาถานี้ พระไตรปิฎกบาลีฉบับสยามรัฐที่เป็นเล่มกระดาษไม่มีลงไว้ แต่พระไตรปิฎกฉบับ BUDSIR 7 for Windows ซึ่งใช้ฉบับสยามรัฐเป็นต้นแบบมีลงไว้ด้วย
ที่ผมว่า “มีบางอย่างที่สะดุดๆ อยู่” มีจุดที่สะดุดใจผมดังนี้ -
๑ คาถาที่ยกมาแสดง (สวนฺติ สพฺพธี โสตา ...) อยู่ในคัมภีร์ธรรมบท (ธมฺปทคาถา) ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ขุทฺทกปาฐ การมีชื่อคัมภีร์ปรากฏอยู่ ๒ ชื่อ (ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา) ทำให้สับสนว่า คาถานั้นยกมาจากคัมภีร์ไหนกันแน่ ขุทฺทกปาฐ หรือธมฺปทคาถา?
เมื่อเป็นคาถาในคัมภีร์ธรรมบท ก็ระบุชื่อคัมภีร์ธรรมบท (ธมฺปทคาถา) ตรงๆ คัมภีร์เดียว ตัดชื่อคัมภีร์อื่นออกไป ก็จะชัดเจน
๒ “สูกรโปติกาวตฺถุ” เป็นชื่อเรื่องในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ไม่มีในคัมภีร์ธรรมบท (ธมฺปทคาถา) ถ้าจะอ้างชื่อ “สูกรโปติกาวตฺถุ” ก็ควรระบุว่าอยู่ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาภาคไหน ผู้สนใจจะได้ตามไปอ่านได้ถูก และควรอ้างคนละส่วนกัน ไม่ต้องเอามาปนหรือพวงอยู่ลอยๆ กับคัมภีร์ธรรมบท
๓ “สุตฺต. ขุ.” ไม่มีอยู่ในระบบอักษรย่อชื่อคัมภีร์ “สุตฺต.” เป็นอักษรย่อชื่อพระสุตตันตปิฎกที่ใช้ในเล่มพระไตรปิฎกเท่านั้น
เท่าที่ยุติในเวลานี้:
- พระวินัยปิฎก ใช้อักษรย่อ “วิ.” (คือ วินัยปิฎก) ตามด้วยชื่อย่อคัมภีร์
- พระอภิธรรมปิฎก ใช้อักษรย่อ “อภิ.” (คือ อภิธัมมปิฎก) ตามด้วยชื่อย่อคัมภีร์
- พระสุตตันตปิฎก ไม่ใช้อักษย่อ “สุตฺต.” แต่ใช้อักษรย่อชื่อ “นิกาย” (ที.ม.สัง.อัง.ขุ.) ตามด้วยชื่อย่อคัมภีร์
นี่คือที่ผมเคยบอกว่า ... “ชื่อคัมภีร์เป็นอักษรย่อ” แต่ละคัมภีร์ใช้อักษรย่ออย่างไร เป็นที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ...
..........................
เรื่องที่เขียนมานี้ ทีแรกผมคิดว่าจะเขียนส่งไปถวายพระคุณเจ้าผู้เป็น “เพื่อน” ให้อ่านรูปเดียว แต่มาคิดดูอีกที เขียนให้คนอื่นอ่านด้วยน่าจะเกิดประโยชน์ในวงกว้างขึ้นไป
เพราะฉะนั้น จึงกราบขออภัยพระคุณเจ้าไว้ ณ ที่นี้ หากคำอธิบายนี้จะไปกระทบกับอะไรเข้าบ้างที่อาจทำให้ไม่สบายใจ ขอได้โปรดรับคำขอขมาล่วงหน้านี้ด้วยเทอญ
-------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑ ตุลาคม ๒๕๖๕
๑๙:๒๐
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ