สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียงและสิริ เป็นที่มาแห่งโภคทรัพย์คืออย่างไร?

   ถาม อ่านพุทธศาสนสุภาษิตว่า ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียงกับสิริเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ อ่านแล้วดูเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่แจ่มแจ้ง ขอความกรุณาช่วยอธิบายให้แจ่มแจ้งด้วย

   ตอบ ก่อนจะตอบปัญหานี้ขอกล่าวถึงที่มาของพระพุทธภาษิตนี้ก่อน ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจดีขึ้น ใน สังยุตตนิกาย, สคาถวรรค ปาเถยยสูตร ข้อ ๒๑๕-๒๑๖ เทวดามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วทูลถามว่า อะไรหนอย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง อะไรหนอเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ ดังนี้เป็นต้น คือข้อความในคำถามยังมีอีก แต่ขอตัดตอนมา เฉพาะที่ตั้งเป็นคำถามเท่านั้น

   พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสตอบคำถามนั้นว่า ศรัทธาย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ นี่เป็นพระพุทธดำรัส

   อรรถกถาท่านอธิบายไว้ว่า ศรัทธานั้นเป็นธรรมะฝ่ายดี มีความหมายว่าความเชื่อ คือเชื่อในกรรม คือเชื่อว่ากรรมดีกรรมชั่วมี นอกจากเชื่อว่ากรรมมีแล้ว ยังเชื่อในผลของกรรมว่า กรรมดีกรรมชั่วมีผล ผลของกรรมดีเป็นความสุข ผลของกรรมชั่วเป็นความทุกข์

   ประการต่อไป เชื่อว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน คือใครทำกรรมใดไว้ย่อม ได้รับผลของกรรมนั้นด้วยตนเอง ไม่มีใครรับแทนใครได้ ประการสุดท้ายคือ เชื่อ พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือเชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็มีจริง เป็นต้น ซึ่งหากรวมศรัทธา ๔ อย่างนี้แล้ว ก็รวมอยู่ในข้อสุดท้ายข้อเดียว คือถ้าเราเชื่อว่พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงแล้ว ย่อมเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่ง พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนให้รู้ว่า กรรมคือการกระทำดี กระทำชั่วมีอยู่ ผลของการกระทำดี กระทำชั่วก็มีอยู่ สัตว์ทั้งหลายทำกรรมใดไว้ย่อมต้องรับผลของกรรมนั้นด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นเมื่อบุคคลเชื่อเช่นนี้ ย่อมจะกลัวเกรงบาปกรรมอันเป็นกรรมชั่ว พยายาม ทําแต่บุญกรรม อันเป็นกรรมดี ละเว้นกรรมชั่วเสีย นั่นคือเมื่อเกิดศรัทธาแล้วย่อมให้ทาน รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีลอุโบสถ ตลอดไปจนศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ย่อมเจริญสมถะวิปัสสนา ก็ทานศีลภาวนาทั้งหลายเหล่านี้ ท่านเปรียบเหมือนเสบียงเดินทางสำหรับใช้ในการเดินทาง ในวัฏสงสารอันยืดยาวนานนี้ เรียกว่า ทาน ศีล ภาวนา อันเป็นกุศลนี้แหละ เป็น เสบียงสำหรับให้เรามีกิน มีใช้ มีความสุข ความสบาย ในชาติต่อไปจนกว่าจะนิพพาน

   อย่างคนเดินทางไกล ก่อนจะเดินทางเขาก็ต้องตระเตรียมเสบียงมีข้าวปลาอาหาร เครื่องใช้ให้พร้อมก่อน จึงจะออกเดินทาง เขาจึงจะประสบแต่ความสุขสวัสดีตลอดเวลาแห่งการเดินทางไกลอันยาวนานนั้นฉันใด ศรัทธาก็เช่นนั้น ย่อมรวบรวมเสบียงคือ กุศลธรรมทั้งหลายมีทาน เป็นต้น สำหรับไว้ใช้ในการเดินทางไกลในสังสารวัฏนี้ ถ้าปราศจากเสบียงเดินทางเสียแล้ว การเดินทางนั้นย่อมไม่ถึงจุดหมายปลายทางได้เลย การที่ทุกท่าน ได้เกิดเป็นมนุษย์อยู่ดีมีสุขในปัจจุบันนี้นั้น ก็เพราะศรัทธาได้รวบรวมเสบียงไว้ให้ท่านได้มาใช้ในปัจจุบันชาตินี้นั่นเอง ศรัทธาจึงเป็นเพื่อนที่ดีของคนเรา ขาดศรัทธาเสียแล้วกุศลก็เกิดไม่ได้

   สำหรับคำอธิบายที่ว่า สิริเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์นั้น มีดังนี้

   ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับคำว่า สิริ เสียก่อนว่าคืออะไร ปกตินั้น สิริ หรือ ที่เราเรียกกันว่า ศรี นั้นเป็นคำน่าฟัง รู้สึกว่าเป็นมงคล เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นสิริก็ต้องเป็นของดีแน่นอน แต่ในที่นี้ท่านว่า สิรินั้นได้แก่ความเป็นใหญ่ (อรรถกถาปาเถยยสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค) คนที่เป็นใหญ่นั้นเป็นใหญ่เพราะยศศักดิ์สูงก็ดี มีบริษัทบริวารมากก็ดี ความเป็นใหญ่นั้นเขาย่อมได้มาด้วยบุญที่สะสมไว้ เมื่อเป็นใหญ่แล้วโภคะทั้งหลาย ไม่ว่าจะมาจากทางน้ำหรือทางบก ย่อมมุ่งหน้ามาสู่เฉพาะคนที่เป็นใหญ่เท่านั้น ท่าน ลองสังเกตดูว่า คนที่เป็นใหญ่เป็นโตทุกวันนี้นั้นใครบ้างที่ยากจนเข็ญใจ มีแต่นานวันเข้า ก็มีทรัพย์สินสมบัติที่เราเรียกว่าโภคะทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค คือทั้งของกินของใช้มากมายเหลือเฟือ ใช้เท่าไรก็ไม่หมด เอาออกแจกจ่ายไปแล้วในหมู่บริวารหรือคนยากจนแล้วก็ได้มาใหม่อีก ไม่หมดไม่สิ้น มีแต่เพิ่มพูนมากขึ้นทุกที และลองสังเกตดูอีกข้อหนึ่งว่า ถ้าเรายิ่งให้เราจะยิ่งได้ ไม่ใช่ยิ่งให้ยิ่งหมด แต่ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ให้อะไรใครเขาไปแล้ว เขาก็เอามาให้ตอบแทนเรามากกว่าที่เราให้เขาเสียอีก คนที่จะเป็นใหญ่ได้จึงต้องเป็นคนไม่ตระหนี่ ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และผลของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ตระหนี้นี่แหละเป็นปัจจัยให้เขาบริบูรณ์ด้วยโภคะและความเป็นใหญ่ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตชาติด้วย เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสตอบคำถามของเทวดาที่ถามว่า อะไรเป็นที่มานอน คือเป็นที่พักอาศัยของโภคทรัพย์ว่า สิริเป็นที่มานอน คือเป็นที่พักอาศัยของโภคทรัพย์ ซึ่งหมายความว่า โภคทรัพย์ย่อมพำนักพักพิงอยู่กับผู้เป็นใหญ่ ไม่พำนักพักพิงอยู่กับผู้น้อย ผู้ยากจน ผู้ไม่มีความเป็นใหญ่เลย 

   นี่คือความหมายของพระพุทธศาสนภาษิตสองข้อนั้น


[full-post]

ปกิณกธรรม,ศรัทธา,สิริ,เสบียง

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.