Sompob Sanguanpanich
อปฺปมาณา ธมฺมา
อัปปมาณธรรม
ธรรมที่ไม่มีปมาณธรรม
๔ ต.ค. ๒๕๖๕
...
ปมาณธรรม คือ กิเลสสร้างการกำหนด
อัปปมาณะ หมายถึง ธรรมที่ไม่มีปมาณธรรม คือ ไม่มีกิเลสสร้างการกำหนด และ เป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสที่ชื่อว่า ปมาณะ นี้
กลุ่มธรรมที่เป็นอัปปมาณะ ได้แก่ จิตประเภทโลกุตตระ กล่าวคือ มรรคจิต ผลจิต และ นิพพาน ดังข้อความในพระบาฬีธรรมสังคณี นิทเทสวาระว่า
กตเม ธมฺมา อปฺปมาณา? อปริยาปนฺนา มคฺคา จ, มคฺคผลานิ จ, อสงฺขตา จ ธาตุ – อิเม ธมฺมา อปฺปมาณา.
สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเป็นไฉน? มรรค, ผลของมรรค และธาตุที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่งซึ่งไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นอัปปมาณะ (อภิ.สํ.๓๔/๑๐๒๘).
อัปปมาณะ ประกอบรูปศัพท์จาก อ = อภาว ไม่มี + ปมาณ กิเลสเป็นตัวสร้างข้อจำกัด มีความหมายตามศัพท์ว่า
นตฺถิ ปมาณํ เอเตสนฺติ อปฺปมาณา.
อัปปมาณะ คือ ธรรมที่ไม่มีกิเลสที่สร้างการกำหนด.
อีกนัยหนึ่ง ประกอบรูปศัพท์จาก อ = วิรุทฺธ ขัดแย้ง, ปฏิปกฺข ตรงข้าม + ปมาณ กิเลสเป็นตัวสร้างการกำหนด มีความหมายตามศัพท์ว่า
น ปมาณํ อปฺปมาณา.
อัปปมาณะ คือ ธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสนั้น
ทั้ง ๒ นัยนี้มีคำอธิบายที่มาในอรรถกถาอัฏฐสาลินีว่า
ธรรมอันสร้างการกำหนด คือ กิเลสมีราคะเป็นต้น ชื่อว่า ปมาณะ. ปมาณะนั้น ย่อมไม่มีแก่ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ไม่ว่าจะโดยเป็นอารมณ์หรือโดยการประกอบร่วมกัน และ ธรรมเหล่านี้ เป็นปฏิปักษ์ต่อปมาณะนั้น เหตุนั้น ธรรมดังกล่าวนั้น ชื่อว่า อัปปมาณะ(อรรถกถา) .
ก็กิเลสที่สามารถสร้างข้อจำกัดได้ดังกล่าวนั้น ได้แก่ กิเลสชั้นหยาบ เพราะมีสภาพปรากฏเหมือนกับว่า กำลังทำข้อจำกัดให้แก่สัตว์ทั้งหลายโดยคุณสมบัติว่า "ผู้นี้มีประมาณเท่านี้" (อนุฏีกา) .
***
#หยั่งลงสู่พระอภิธรรม ครั้งที่ ๒๕
สมภพ สงวนพานิช
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ