สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

เมตตสูตร ว่าด้วยการเจริญเมตตา

   พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า เธอทั้งหลายอย่ากลัวบุญเลย คำว่าบุญนี้เป็นชื่อของความสุข เรารู้ชัดผลของบุญที่ทำไว้เป็นเวลานาน เราเจริญเมตตาพรหมวิหาร ๗ ปี จึงไม่มาเกิดในโลกนี้ถึง ๗ สังวัฏฏวิวัฏฏกัป (หมายถึง ๗ มหากัป ขุ.อิติ.อ. บาลี ๒๒/๘๖) เมื่อกัปพินาศไป เราบังเกิดในอาภัสสรพรหม เมื่อกับเจริญขึ้นใหม่ เราบังเกิดในพรหมวิมานที่ว่างเปล่า เป็นพรหมผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเทียบได้ด้วยคุณธรรม เป็นผู้สามารถเห็นอดีต อนาคต และปัจจุบันได้อย่างแจ่มแจ้ง บังคับจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เราเคยเป็นท้าวสักกะจอมเทพถึง ๓๖ ชาติติดต่อกัน เคยเป็นพระเจ้า จักรพรรดิผู้ทรงธรรม มีอำนาจแผ่ไปทั่วมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นผู้พิชิตชัยได้ทั้งภายในและภายนอก 

มีแว่นแคว้นมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ (คือ จักรแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้ว มณีแก้ว นารีแก้ว คหบดีแก้ว และปริณายกแก้ว ขุ.อิติ.อ. บาลี ๒๒/๘๘) นับได้หลายร้อยครั้ง ไม่จำเป็น ต้องกล่าวถึงการเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินในประเทศราชเลย เหตุที่เรามีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากถึงเพียงนี้ เพราะผลของกรรมและวิบากของกรรม ๓ ประการ คือ (๑) ทาน การให้ ๒) ทมะ การฝึกตน(ในที่นี้หมายถึง การสำรวมอินทรีย์มีตาเป็นต้น และการข่มกิเลสมีราคะเป็นต้น ขุ.อิติ.อ. บาลี ๒๒/๘๙) (๓) สัญญมะ การสำรวม(หมายถึง การสำรวมกาย วาจา ขุ.อิติ.อ. บาลี ๒๒/๘๙) แล้วตรัสพระคาถาว่า

   ปญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย   อายตคฺคํ สุขุทฺรยํ

   ทานญฺจ  สมจริยญฺจ     เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย.

   เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา   ตโย สุขสมุทฺทเย

   อพฺยาปชฺชํ สุขํ โลกํ      ปณฺฑิโต อุปปชฺชตีติ.

แปล่า บัณฑิตพึงศึกษาบุญที่ดีเลิศ มีความสุขเป็นกำไรเท่านั้น คือพึงบำเพ็ญทาน ประพฤติธรรมสม่ำเสมอ และเจริญเมตตาจิต บัณฑิตครั้นบำเพ็ญธรรม ๓ ประการ อันเป็นเหตุเกิดความสุขเหล่านี้แล้ว ย่อมเข้าถึงโลกที่เป็นสุข ซึ่งไม่มีการ เบียดเบียนกัน

(ขุ.อิติ.)


[right-side]

เมตตสูตร,เจริญเมตตา

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.