สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ

พระพุทธเจ้าทรงทราบได้อย่างไรว่า ใครเป็นเวไนยบุคคล

   ถาม พระพุทธเจ้าทรงทราบบุคคลผู้เป็นเวไนยบุคคลได้อย่างไร และทำไม พระพุทธเจ้าจึงทรงโปรดแต่คนเหล่านั้น ไม่ทรงโปรดคนเหล่าอื่น

   ตอบ ขอพูดถึงเวไนยบุคคลสักเล็กน้อยก่อน คำว่า เวไนยบุคคล หรือ เวเนยย บุคคล นั้น ได้แก่ บุคคลที่จึงแนะนำได้ บางคนก็เป็นพุทธเวไนย คือเป็นบุคคลที่พระพุทธเจ้าจะพึงแนะนำได้เท่านั้น มิใช่วิสัยของผู้อื่นที่จะแนะนำ อย่างเช่น สุภัททปริพาชกที่เข้ามาทูลถามปัญหากับพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อตอนที่พระองค์จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน เป็นต้น สุภัททปริพาชกนั้นเป็นพุทธเวไนย ต้องพระพุทธเจ้าทรงโปรดจึงจะสำเร็จมรรคผลได้ แต่บางท่านก็เป็นสาวกเวไนย คือเป็นบุคคลที่พระสาวกของพระพุทธเจ้าจะพึงแนะนำให้ตรัสรู้ธรรมได้ สำหรับพระพุทธเจ้านั้นก่อนที่พระองค์จะทรงแสดงธรรม ในตอนใกล้รุ่งพระองค์จะทรงตรวจดูหมู่สัตว์โลกด้วยพระญาณของพระองค์ เสียก่อนว่า ใครบ้างในวันนี้ที่พระองค์สามารถจะทรงแนะนำให้เข้าถึงสรณคมน์และ มรรคผลนิพพานได้ หรือใครที่พระองค์จะพึงแนะนำให้เขาได้เพียง ให้ทาน หรือรักษาศีล ถ้าทรงตรวจแล้วทรงทราบก็จะเสด็จไปโปรดผู้นั้น แม้ว่าจะอยู่ไกลแสนไกลก็ตาม

   เหมือนอย่างครั้งที่จะเสด็จไปโปรดพระปัญจวัคคีย์ ทรงทราบด้วยพระญาณว่า อุปกาชีวกมีอุปนิสัยแห่งมรรคผลในอนาคต หากได้พบพระองค์ จึงได้ทรงมีพระมหากรุณาเสด็จดำเนินด้วยพระบาทไปในทางที่อุปกาชีวกจะเดินทางสวนมา แล้วจะได้สนทนากันดังนี้เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงโปรดเฉพาะแต่กับคนที่จะโปรดได้เท่านั้น มิได้ทรงโปรดผู้ที่พระองค์ทรงทราบแล้วว่าจะโปรดไม่ได้ ทั้งนี้เพราะไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะโปรดคนที่มิใช่เวไนยสัตว์ เพราะทิฏฐิของเขากล้า มานะจัด เป็นต้น จึงไม่อาจจะโปรดได้ สมัยพุทธกาลมีคนมิใช่น้อยที่ถือมั่นในทิฏฐิของตน ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น คนพวกนี้พระพุทธเจ้าไม่ทรงโปรด เพราะก็คงจะไม่ผิดอะไรกับเอาน้ำไปรดลงบนก้อนหิน ก้อนหินไม่อาจจะซึมซับเอาน้ำไว้ได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

   ในเรื่องการตรวจดูเวไนยสัตว์นี้ อรรถกถาท่านอุปมาไว้น่าฟังมากว่า มนุษย์ทั้งหลายกระทำที่ดินผืนใหญ่รอบเชิงเขา แล้วปลูกกระท่อมไว้ในแนวพื้นที่ทำการเพาะปลูก ตามประทีปไว้ในเวลากลางคืนในกระท่อมที่มีเจ้าของนอนอยู่ ก็ที่ดินนั้นมืดมิด บุรุษตา ดียืนมองดูอยู่บนภูเขานั้น ที่ดินไม่ปรากฏ แนวเพาะปลูกไม่ปรากฏ กระท่อมก็ไม่ปรากฏ แม้คนที่นอนอยู่ในกระท่อมก็ไม่ปรากฏ ปรากฏเพียงแสงไฟในกระท่อมนั้นเท่านั้นฉันได เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูสัตว์โลกด้วยพระญาณ สัตว์ทั้งหลายที่ไม่ได้ทำความดีไว้ คือไม่มีอุปนิสัย แม้จะนั่งอยู่ข้างพระชานุเบื้องขวาของพระองค์ ก็หามาสู่คลองพุทธจักษุไม่ ย่อมจะเป็นเหมือนลูกศรที่ยิงไปในเวลากลางคืน แต่สัตว์ทั้งหลายที่ทำความดีไว้ แม้จะอยู่ ไกลแสนไกล ก็ย่อมมาสู่คลองแห่งพุทธจักษุได้ เหมือนประทีปที่ตามไว้ในกระท่อมใน คืนที่มืดมิดฉะนั้น ส่วนสัตว์ที่มิใช่พุทธเวไนยก็เป็นเหมือนที่ดิน แนวพื้นที่เพาะปลูก กระท่อม และคนที่นอนในกระท่อมที่ไม่ปรากฏแก่คนตาดี ที่ยืนมองอยู่บนยอดเขา ในคืนที่มืดมิดฉะนั้น หรืออย่างที่ตรัสไว้ว่า สัตบุรุษย่อมปรากฏ ณ ที่ไกลเหมือนภูเขา หิมพานต์ ส่วนอสัตบุรุษย่อมไม่ปรากฏ ณ ที่นี้ เหมือนลูกศรที่บุคคลยิ่งไปในเวลากลางคืนฉะนั้น

   สรุปได้ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงละเลยบุคคลที่ไม่พึงแนะนำเสีย โปรดแต่บุคคลที่ทรงแนะนำได้เท่านั้น

------///-----




[right-side]

ปกิณกธรรม,เวไนยสัตว์

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.