มหาสมาคม (๓)
----------------
ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เมื่อพระพุทธองค์ยังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีเหตุการณ์ที่ประชาชนมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมากจนเรียกได้ว่าเป็น “มหาสมาคม” ๓ ครั้ง ขอนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้
........................
มหาสมาคมครั้งที่ ๓ - คังโคโรหณสมาคม
“คังโคโรหณสมาคม” (คัง-โค-โร-หะ-นะ-สะ-มา-คม) แปลว่า “การชุมนุมใหญ่ในคราวเสด็จลงสู่แม่น้ำคงคา” หมายถึง การที่ประชาชนมาชุมนุมกันอย่างแน่นขนัดในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จจากเมืองเวสาลีข้ามแม่น้ำคงคากลับสู่เมืองราชคฤห์
รายละเอียดของเหตุการณ์ครั้งนี้มีบันทึกไว้ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๗ อัตตโนปุพพกัมมวัตถุ (เรื่องที่ ๒๑๓) ขอเก็บความมาเสนอดังนี้
.....................................................
คราวหนึ่ง เมืองเวสาลีได้เกิดมหาภัย ๓ อย่างพร้อมกัน คือทุพภิกขภัย (อาหารขาดแคลน) อมนุสภัย (ภัยจากอมนุษย์) และ โรคภัย (ภัยจากโรคระบาด) ผู้คนล้มตาย ซากศพเกลื่อนเมือง พวกอมนุษย์ก็เข้ามา แถมอหิวาตกโรคซ้ำอีก
ในที่สุด กษัตริย์ลิจฉวีผู้ครองนครตกลงไปอาราธนาพระพุทธองค์ซึ่งเวลานั้นประทับที่เมืองราชคฤห์ (ยังอยู่ในรัชกาลของพระเจ้าพิมพิสาร) ขอให้เสด็จมาโปรด พระพุทธองค์ทรงรับอาราธนา
พระเจ้าพิมพิสารรับสั่งให้ตกแต่งถนนจากตัวเมืองราชคฤห์ไปถึงแม่น้ำคงคาระยะทาง ๕ โยชน์ ประดับธงทิวอลังการตลอดเส้นทาง ทรงสร้างวิหารรายทางห่างกันแห่งละ ๑ โยชน์ พระพุทธองค์ประทับแรมพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ แห่งละคืน รวมเวลา ๕ คืนเสด็จถึงฝั่งแม่คงคา
พระพุทธองค์ประทับเรือซึ่งฝ่ายเมืองราชคฤห์จัดถวายพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ พระเจ้าพิมพิสารส่งเสด็จโดยการลุยน้ำตามเรือไปจนน้ำลึกถึงพระศอ และประทับแรมรอรับเสด็จกลับอยู่ที่ริมฝั่งแม่คงคาโดยมิได้เสด็จคืนสู่พระนคร
ฝ่ายเมืองเวสาลีก็ตกแต่งถนนจากแม่น้ำคงคาถึงตัวเมืองระยะทาง ๓ โยชน์ ประดับธงทิวอลังการตลอดเส้นทาง สร้างวิหารรายทางห่างกันแห่งละ ๑ โยชน์
กษัตริย์ลิจฉวีก็รับเสด็จโดยอาการเดียวกัน คือทรงลุยน้ำไปรับเรือจนน้ำลึกถึงพระศอ
เมื่อพระพุทธองค์ทรงย่างพระบาทลงทรงเหยียบฝั่งเมืองเวสาลี ฝนโบกขรพรรษก็ตกลงมาจนน้ำท่วม พัดพาซากศพลอยลงแม่น้ำคงคาไปหมด
พระพุทธองค์ประทับแรมที่วิหารรายทางพร้อมกับภิกษุ ๕๐๐ แห่งละคืน รวมเวลา ๓ คืนเสด็จถึงตัวเมืองเวสาลี และเมื่อเสด็จถึง ท้าวสักกะและประดาเทพก็มาชุมนุมรับเสด็จ เป็นเหตุให้พวกอมนุษย์หวาดกลัว พากันหนีไป
เมืองเวสาลีมีกำแพง ๓ ชั้น ยังไม่พบรายละเอียดว่าแต่ละชั้นห่างกันกี่เส้น แต่สรุปได้ว่าระบบการระวังป้องกันตัวเมืองทำอย่างเข้มแข็งมาก สมัยพระเจ้าพิมพิสาร มคธกับวัชชีเป็นพันธมิตรกัน แต่เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นราชโอรสขึ้นครองบัลลังก์มคธโดยการปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสาร ได้เคยยกทัพไปเหยียบเมืองเวสาลีหลายครั้ง แต่พ่ายแพ้กลับมาทุกครั้ง จนกระทั่งใช้แผน “สามัคคีเภท” ของวัสสการพราหมณ์ พระเจ้าอชาตศัตรูจึงตีเวสาลีแตก
........................................
แผนสามัคคีเภทก็คือ เสี้ยมสอนให้ประชาชนเกลียดบ้านเมืองของตัวเอง เกลียดศาสนาประจำบ้านเมือง และเกลียดเจ้านายผู้ปกครอง-แบบเดียวกับที่คนไทย-โดยเฉพาะเด็กไทย-กำลังเกิดอาการเช่นนี้กันอยู่ทั่วไป
........................................
พระพุทธองค์เสด็จถึงประตูเมืองชั้นนอก ได้ตรัสรัตนสูตรให้พระอานนท์เรียนและเดินทำปริตรไปในระหว่างกำแพงเมืองทั้ง ๓ ชั้น พระอานนท์เรียนรัตนสูตรนั้นแล้วถือบาตรของพระพุทธองค์ใส่น้ำสำรวมจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ ๑๑ ประการ กล่าวคือ -
(๑) ทส ปารมิโย ทส อุปปารมิโย ทส ปรมตฺถปารมิโยติ สมตึส ปารมิโย = พระบารมี ๓๐ ถ้วน คือ บารมี ๑๐ อุปบารมี ๑๐ ปรมัตตถบารมี ๑๐
(๒) ปญฺจ มหาปริจฺจาเค = มหาบริจาค ๕
(๓) โลกตฺถจริยา ญาตตฺถจริยา พุทฺธตฺถจริยาติ ติสฺโส จริยาโย = จริยา ๓ คือ โลกัตถจริยา ๑ ญาตัตถจริยา ๑ พุทธัตถจริยา ๑
(๔) ปจฺฉิมภเว คพฺภาวกฺกนฺตึ = การก้าวลงสู่พระครรภ์ในภพที่สุด
(๕) ชาตึ = การประสูติ
(๖) อภินิกฺขมนํ = การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
(๗) ปธานจริยํ = การทรงประพฤติความเพียร
(๘) โพธิปลฺลงฺเก มารวิชยํ = การชำนะมารเหนือโพธิบัลลังก์
(๙) สพฺพญฺญุตญาณปฺปฏิเวธํ = การแทงตลอดพระสัพพัญญุตญาณ
(๑๐) ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ = การหมุนกงล้อธรรม คือการแสดงพระพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรอันเป็นประฐมเทศนาเริ่มการประกาศพระศาสนา
(๑๑) นว โลกุตฺตรธมฺเม = โลกุตรธรรม ๙ คือ มรรค ๔ (โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค) ผล ๔ (โสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตตผล) นิพพาน ๑
พระพุทธคุณตามรายการเหล่านี้มีปรากฏอยู่ในบทขัดรัตนสูตรที่ขึ้นต้นว่า “ปณิธานโต ปฏฺฐาย” บทขัดนี้พระสงฆ์รุ่นเก่าสวดสาธยายได้คล่อง แต่พระสงฆ์รุ่นใหม่ที่นิยมสวดตัดสวดย่อ (อ้างว่าไม่มีเวลา!) น่าจะสวดกันไม่ได้แล้วโดยมาก
พระอานนท์รำลึกถึงพระคุณดังนี้แล้วก็สวดรัตนสูตรเข้าไปในตัวเมือง เดินประพรมน้ำพุทธมนต์รอบกำแพงเมืองทั้ง ๓ ชั้น แล้วเข้าไปถึงภายในตัวเมือง
อมนุษย์ถูกน้ำพุทธมนต์ก็เตลิดหนี คนป่วยได้รับน้ำพุทธมนต์ก็ค่อยคลายหายจากโรค เป็นอันว่าทั้งภัยแล้ง ภัยอมนุษย์ และภัยจากโรค ก็สงบสิ้นไป
พระพุทธองค์ประทับที่เมืองเวสาลีครึ่งเดือนจึงเสด็จกลับ มีการชุมนุมครั้งใหญ่เพื่อส่งเสด็จโดยทำนองเดียวกับที่รับเสด็จ และเรียกการชุมนุมครั้งนั้นว่า “คังโคโรหณสมาคม” แปลว่า “การชุมนุมใหญ่ในคราวเสด็จลงสู่แม่น้ำคงคา” ด้วยประการฉะนี้
.....................................................
“คังโคโรหณสมาคม” รูปและเสียงตามต้นฉบับน่าจะไม่คุ้นตาคุ้นหูคนไทย จะแปลงเรียกเสียใหม่ให้คุ้นหูว่า “คงคาโรหณสมาคม” ก็น่าจะพอได้ หูไทยคุ้นกับชื่อแม่น้ำ “คงคา” อยู่แล้ว
.....................................................
เป็นอันว่า การชุมนุมใหญ่ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเมื่อพระพุทธองค์ยังไม่เสด็จดับขันธปรินิพพานมี ๓ ครั้ง คือ -
๑ ยมกปาฏิหาริยสมาคม ชุมนุมใหญ่เมื่อคราวทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี
๒ เทโวโรหณสมาคม ชุมนุมใหญ่เมื่อคราวเสด็จลงจากเทวโลกที่เมืองสังกัสสะ
๓ คังโคโรหณสมาคม ชุมนุมใหญ่เมื่อคราวเสด็จลงสู่แม่น้ำคงคาฝั่งเมืองราชคฤห์และเมืองเวสาลี
การชุมนุมใหญ่ทั้ง ๓ ครั้งนี้ ผมไม่ได้จินตนาการคิดอ่านเอามารวมกันเอง หากแต่ท่านระบุบ่งไว้ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๗ อัตตโนปุพพกัมมวัตถุ (เรื่องที่ ๒๑๓) หน้า ๙๒-๙๓ ตามข้อความในต้นฉบับว่า -
.....................................................
ตโยเอว กิร สมาคมา มหนฺตา อเหสุํ
ยมกปาฏิหาริยสมาคโม
เทโวโรหณสมาคโม
อยํ คงฺโคโรหณสมาคโมติ ฯ
ว่ากันว่าการชุมนุมใหญ่ได้มีมาแล้ว ๓ ครั้งเท่านั้น คือ
ยมกปาฏิหาริยสมาคม
เทโวโรหณสมาคม
และครั้งนี้-คังโคโรหณสมาคม
.....................................................
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=31&p=1
.....................................................
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๕
๑๔:๔๐
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ