วินิจฉัยเรื่องการปวารณาออกพรรษา
ในวันออกพรรษา (จริงๆ คือวันก่อนออกพรรษา ๑ วัน) ภิกษุผู้จำพรรษาอยู่ร่วมกัน (เฉพาะผู้ที่พรรษาไม่ขาด) จะมีการปวารณาคือเชื้อเชิญหรือเปิดโอกาสให้ภิกษุอื่นว่ากล่าวตักเตือนตนได้
คำปวารณาถ้าจะแปลเป็นไทยก็ได้ความว่า
"ผมขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยเรื่องที่เห็น ได้ยิน หรือสงสัยก็ตาม, ท่านทั้งหลายโปรดอาศัยความเอ็นดูว่ากล่าวตักเตือนผม, เมื่อผมเห็น[ความผิดนั้น]แล้วก็จะทำคืน (คือจะแก้ไข)" (กล่าว ๓ ครั้ง)
วันปวารณาของภิกษุผู้จำพรรษาแรก มี ๓ วัน คือ
๑. วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ (วันออกพรรษาตามปกติ)
๒. วันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ (คือถัดไปอีก ๑ อุโบสถ)
๓. วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ (ปวารณาพร้อมกับภิกษุผู้จำพรรษาหลัง)
หมายเหตุ : ข้อ ๒-๓ ใช้เฉพาะกรณีที่ถูกรบกวนจนไม่สามารถ ปวารณาในวันปกติได้
ส่วน วันปวารณาของภิกษุผู้จำพรรษาหลัง มีวันเดียวคือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒
ประโยชน์ของการปวารณา
ภิกษุผู้เห็นความผิดของภิกษุอื่นได้มีโอกาสว่ากล่าวตักเตือน ทำให้บรรเทาความอึดอัดลงได้ และเป็นการช่วยให้เพื่อนภิกษุพ้นความผิดนั้นๆ ตั้งอยู่ในความสำรวมระวังต่อไป
คำถามและคำตอบเกี่ยวกับการปวารณา
ถามว่า ภิกษุผู้จำพรรษาครบโดยไม่ขาดพรรษา ไม่ปวารณาได้หรือไม่?
ตอบว่า ไม่ได้ เพราะเมื่อภิกษุผู้จำพรรษาครบไม่ปวารณาในวันปวารณา จะต้องอาบัติทุกกฏ เว้นแต่เกิดอันตรายจนไม่สามารถปวารณาได้
ถามว่า หากวัดที่จำพรรษาไม่มีสีมา ภิกษุในวัดนั้นพึงทำอย่างไร?
ตอบว่า พึงไปปวารณาในสีมาของวัดอื่นหรือพึงปวารณาในอพัทธสีมามีแม่น้ำเป็นต้น เพราะปวารณากรรมเป็นสังฆกรรมที่ต้องทำในสีมาเท่านั้น
ถามว่า ภิกษุที่ไม่ได้ปวารณา มีสิทธิรับกฐินหรือไม่?
ตอบว่า ถ้าภิกษุนั้นจำพรรษาครบโดยไม่ขาดพรรษา ก็มีสิทธิรับกฐินได้ เพราะการปวารณาหรือไม่มิใช่เหตุให้รับกฐินได้หรือไม่ได้ แต่การจำพรรษาแรกครบหรือไม่ต่างหาก จึงเป็นเหตุให้รับกฐินได้หรือไม่ได้ เพราะในอรรถกถาท่านก็กล่าวเพียงว่า "ภิกษุผู้ขาดพรรษาหรือภิกษุผู้จำพรรษาหลัง ย่อมไม่ได้[สิทธิรับกฐิน]" (ดู สารตฺถ.๓/๔๐๔)
ถามว่า เมื่อปวารณาเสร็จแล้ว สามารถไปค้างแรมที่อื่นโดยไม่ต้องสัตตาหกรณียะได้เลยหรือไม่?
(สัตตาหกรณียะ
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1471106479848970&substory_index=0&id=100008488951390)
ตอบว่า ไม่ได้ เพราะเมื่อทำอย่างนั้น พรรษาจะขาด เพราะวันปวารณายังไม่ใช่วันออกพรรษา จึงต้องอยู่รับอรุณในวัดที่จำพรรษาอีกคืนหนึ่ง หรือถ้ามีกิจจำเป็นจริงๆ ก็สามารถสัตตาหกรณียะไปแล้วไปปวารณาที่วัดอื่นก็ได้
(คำอธิบายเกี่ยวกับปวารณาโดยพิสดาร ผู้สนใจพึงศึกษาได้จากปวารณาขันธกะ วิ.มหา.๔/๒๐๙-๒๔๑/๒๙๖-๓๕๒, วิ.อฏฺ.๓/๑๕๔-๑๖๒ พร้อมทั้งฎีกา)
ดูวีดิโอที่พูดเรื่องนี้ได้ที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1700800599993818&id=1620181371389075
CR : พระมหาภาคภูมิ สีลานนฺโท
จิรํ ติฏฺฐตุ สทฺธมฺโม
ขอพระสัทธรรมจงดำรงมั่นตลอดกาลนาน
[right-side]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ