สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


คัมภีร์ไตรภูมิพระร่วง ที่กล่าวถึงภพ 3  มี กามภพ รูปภพ และ อรูปภพ ซี่งลงรายละเอียดแบ่งย่อยเป็น 31 ภูมิ มี อบายภูมิ 4 กามสุคติภูมิ 7 รูจปาวจรภูมิ 16 อรูปาวจรภูมิ 4 และสมเด็จพระยาลิไทยพระราชนัดดาของสมเด็จพระเจ้าขุนรามคำแหงมหาราชผู้ทรงนิพนพ์ก็ทรงอาศัยพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา 33 คัมภีร์ มี คัมภีร์อรรถกถาจตุรารักขะ แต่งโดย พระญาณมงคลเถระ จารเป็นอักษรขอมบาลี 8 ผูก ปัจจุบันยังไม่มีการปริวรรตเป็นอักษรไทยบาลี-คัมภีร์สารีริกวินิจฉัยปัจจุบันไม่พบหลักฐานแล้ว มิได้มีมติส่วนพระองค์แต่ประการใดไม่

   แต่ทำไม ? ผู้คนยุกปัจจุบันส่วนใหญ่ จึงไม่นิยมศึกษาแถมบอกว่าคร่ำครึอีกด้วย

   การรับรู้สื่อความกันเป็นไป 6 ช่องทาง(ทวาร) คือ

      1. ทางตา ก็อาศัยภาพ(รูปารมณ์

      2. ทางหู ก็อาศัยเสียง(สัททารมณ์)

      3. ทางจมูก ก็อาศัยกลิ่น(คันธารมณ์)

      4. ทางลิ้น ก็อาศัยรส(รสารมณ์)

      5. ทางกาย ก็อาศัยปริมาณธาตุไฟ คือ ความเย็น ความร้อน ปริมาณธาตุดิน คือ ความอ่อน ความแข็ง ปริมาณธาตุลม คือ ความหย่อน ความตึง รวมเรียกว่าความสัมผัสจับต้อง(โผฏฐัพพารมณ์)

      6. ทางใจ ก็อาศัย จิต เจตสิก ปสาทรูป 5 สุขุมรูป 16 นิพพาน บัญญัติ รวมเรียกว่า สภาวธรรมที่รับรู้ได้เฉพาะทางใจ(ธรรมารมณ์)

      เมื่อตาเสีย(บอด) จะอาศัยหูไปรับรู้ภาพได้ไหม ? ในทางกลับกัน เมื่อหูเสีย(หนวก) จะอาศัยตามารับรู้เสียงได้ไหม ?

   นั่นเท่ากับว่า ธรรมชาติแห่งการรับรู้บอกให้ทราบว่า การรู้เข้าใจเรื่องภพภูมิได้ เป็นไปทางใจ ที่ต้องอาศัยความรู้เรื่องจิต เรื่องเจตสิก เรื่องรูป เรื่องนิพพาน เรื่องบัญญัติ เป็นพื้นฐาน ซึ่งความรู้เหล่านี้ มีแสดงในอภิธรรมนั่นเอง 

      ดังนั้นพอไม่มีความรู้พื้นฐานดังกล่าวเป็นปัจจัยรองรับก็จะไม่เข้าใจเรื่องภพภูมิ มองไม่เห็นสาระประโยชน์ เห็นเป็นเรื่องงมงาย คร่ำครึ ไร้สาระ

      ควรที่เพื่อนสหธรรมิกที่มีความรู้พื้นฐานดังกล่าวเป็นปัจจัยแล้ว พึงศึกษาคัมภีร์ ไตรภูมิพระร่วง อันเป็นพระราชนิพนธ์ของพระยาลิไทย(พญาลิไท) พระมหากษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์สุโขทัยเถิด

[right-side]

ไตรภูมิพระร่วง

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.