บทความชุด “ทำบุญวันพระ” (๘)
------------------------------
ไหว้พระ รับศีล (๓)
------------------------------
นำไหว้พระเสร็จ ก็ต่อด้วยอาราธนาศีล วัดทั่วไปทำบุญวันพระอาราธนาศีล ๕ (... ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ) วัดมหาธาตุราชบุรีก็อาราธนาศีล ๕
จนกระทั่งมาถึงผมเป็นมรรคนายก ... ก็ทำนองเดียวกับนำไหว้พระ คืออยู่มาวันหนึ่ง ผมก็มานึกถึงว่า วัดมหาธาตุราชบุรีมีสำนักแม่ชีที่ใหญ่มาก คือ “สำนักประชุมนารี” ในอดีตมีสตรีมาบวชเป็นแม่ชีเป็นจำนวนมาก บวชชั่วระยะหนึ่งแล้วสึกก็มี บวชนานหลายปี และบวชตลอดไปก็มาก สถิติมากที่สุดในแต่ละปีมีแม่ชีกว่า ๒๐๐ ท่าน (ปัจจุบันลดลงน่าใจหาย เหลือราวๆ ๖๐ ท่าน) วันพระแม่ชีมาร่วมมาทำบุญด้วยมากท่าน นั่งขาวไปทั้งศาลา แม่ชีถือศีล ๘ เป็นนิจศีล แต่เมื่อมาทำบุญวันพระ อาราธนาศีล ๕ ดูคล้ายกับมองไม่เห็นแม่ชี อุปมากับการแจกของ มีศีล ๕ แจกให้ชาวบ้านทั่วหน้า แต่ไม่มีศีล ๘ แจกให้แม่ชี หากอาราธนาศีล ๘ ก็น่าจะเหมาะ
อนึ่ง ผู้มาทำบุญส่วนหนึ่งตั้งใจรักษาอุโบสถศีลอันประกอบด้วยองค์ ๘ ตรงกับศีล ๘ นั่นเอง เพียงแต่มีกิจกรรมสมาทานอุโบสถศีลเป็นต่างหากอีกขั้นตอนหนึ่ง หากอาราธนาศีล ๘ ก็เท่ากับเผื่อแผ่ไปถึงผู้ตั้งใจรักษาอุโบสถศีลอีกส่วนหนึ่งด้วย ก็น่าจะเหมาะดี
ส่วนผู้ที่ตั้งใจรักษาแค่ศีล ๕ ก็ไม่มีปัญหาอะไร คือ-ก็สมาทานศีลแค่ ๕ ข้อเหมือนปกติ อีก ๓ ข้อก็ผ่านไป ใครมีศรัทธาจะสมาทานทั้ง ๘ ข้อ ก็สมาทานไป อุปมากับการแจกของ อยากได้ ๕ ก็มีแจก อยากได้ ๘ ก็มีแจก เป็นอันได้รับแจกกันถ้วนหน้า
คิดแล้วก็หารือกับคณะผู้รักษาอุโบสถศีล ทุกคนเห็นด้วย ผมก็นำเรียนพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่า ทำบุญวันพระ ขออนุญาตอาราธนาศีล ๘ หลวงพ่อจะเห็นเป็นประการใด หลวงพ่อก็ว่าขึ้นอยู่กับคนรับ ขอแล้ว ให้แล้ว มีคนรับก็ไม่ขัดข้องอะไร
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผมก็ประกาศให้คนที่มาทำบุญวันพระทราบว่า ต่อไปนี้ทำบุญวันพระวัดมหาธาตุเรา จะอาราธนาศีล ๘ เพื่อว่าแม่ชีที่มาร่วมทำบุญจะได้สมาทานได้เต็มๆ รวมทั้งพวกเราที่มาทำบุญใครมีศรัทธาจะรับศีล ๘ ก็จะได้รับศีล ๘ เต็มตามศรัทธา ใครมีศรัทธารับแค่ศีล ๕ ก็รับศีล ๕ ไปตามปกติ ไม่ได้บังคับกะเกณฑ์ว่าจะต้องรับศีล ๘
ตอนว่าคำอาราธนาศีล ว่าพร้อมกันทั้งศาลา ไม่ใช่มรรคนายกว่าคนเดียว มรรคนายกว่า ...อัฏฐะ สีลานิ ยาจามะ (ขอศีล ๘) ใครที่รับศีล ๕ ก็เปลี่ยนเป็น ... ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ (ขอศีล ๕) เปลี่ยนใครเปลี่ยนมัน “อัฏฐะ” กับ “ปัญจะ” เป็นคำ ๒ พยางค์เท่ากัน ว่าพร้อมกันก็ไม่เตะกัน สบายอยู่แล้ว สรุปว่า บางคนขอศีล ๘ บางคนขอศีล ๕
เพราะฉะนั้น ใครไปทำบุญวันพระที่วัดมหาธาตุราชบุรี ถ้าตะแคงหูฟังให้ดี ตอนอาราธนาศีล จะได้ยินเสียง “อัฏฐะ” กับ “ปัญจะ” ซ้อนกันอยู่ แต่กลมกลืนไปด้วยกัน น่ารักไปอีกแบบ
ตอนสรุปศีลก็อีกตอนหนึ่ง พอสมาทานจบสิกขาบทที่ ๘ (อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ) พระผู้ให้ศีลจะว่า “อิมานิ ... สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ” (ข้าพเจ้าขอสมาทานสิกขาบท ... เหล่านี้) ไม่ระบุว่า “อัฏฐะ” หรือ “ปัญจะ” ผู้รับศีลก็จะว่าตาม ๓ จบ ตรงคำที่เว้นไว้ก็จะเติม “อัฏฐะ” หรือ “ปัญจะ” แล้วแต่ว่าจะรับ ๕ หรือรับ ๘ เพราะฉะนั้น ก็จะได้ยินคำว่าตามต่างกันเป็น ๒ แบบ --
คนที่รับศีล ๘-อิมานิ อัฏฐะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ
คนที่รับศีล ๕-อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ
ต่างกันที่ “อัฏฐะ” กับ “ปัญจะ” แต่กลมกลืนไปด้วยกันได้เป็นอันดี
บางวันพระ มี “ขาจร” มาร่วมทำบุญ ถ้ามาเป็นกลุ่มเป็นคณะมากคนด้วยกัน ถึงตอนอาราธนาศีลผมก็จะประกาศว่า ธรรมเนียมของวัดมหาธาตุทำบุญวันพระอาราธนาศีล ๘ ท่านที่มีศรัทธาสมาทานแค่ศีล ๕ ก็ขอให้รับเพียงศีล ๕ นะครับ ...
..................
ขอแทรกปัญหาทางวิชาการเล็กน้อย-เกี่ยวกับศีล ๕ ศีล ๘
ศีล ๕ กับศีล ๘ ข้อ ๑, ๒, ๔, ๕ ตรงกัน ต่างกันเฉพาะข้อ ๓
ศีล ๕ ข้อ ๓ เป็น “กาเมสุ มิจฉาจารา เวระมะณี ...” เรียกสั้นๆ ว่า “กาเม”
ศีล ๘ ข้อ ๓ เป็น “อะพ๎รัห๎มะจะริยา เวระมะณี ...” เรียกสั้นๆ ว่า “อะพ๎รัห๎ม”
ในทางหลักปฏิบัติ --
“กาเม” ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่ใช่คู่ครองของตน
“อะพ๎รัห๎ม” แม้กับคู่ครองของตนก็ห้าม
ถือศีล ๕ มีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองของตนได้
ถือศีล ๘ งดการมีเพศสัมพันธ์แม้กับคู่ครองของตน
แถมอีกนิดหนึ่ง
ทำบุญวันพระวัดมหาธาตุราชบุรี เมื่ออาราธนาศีล ๘ จนเป็นที่รู้กันแล้ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาสท่านก็ได้กรุณาอธิบายเชิงเสนอแนะว่า รับศีล ๕ ในวันอื่นๆ ก็รับ “กาเม” กันไปตามปกติ แต่รับศีล ๕ วันพระ ควรจะรับเป็น “อะพ๎รัห๎ม” (“อะพ๎รัห๎ม” เป็นศีลข้อ ๓ ในศีล ๘ และศีลอุโบสถ) หมายความว่า “เรื่องอย่างว่า” นั้น วันอื่นๆ ใครจะทำก็ทำกันไปตามอัธยาศัย แต่เฉพาะวันพระควรจะงด นั่นคือถือศีล ๕ แต่เปลี่ยน “กาเม” เป็น “อะพ๎รัห๎ม” ถวายพระเป็นพุทธบูชาสักวันหนึ่ง ก็จะเป็นบุญพิเศษสมกับเป็นวันพระ
ฟังหลวงพ่อว่า เข้าท่าดี ใครเห็นด้วยก็ช่วยกันปฏิบัติตามนี้เถิด
..................
มีอีกนิดหนึ่ง ว่าจะไม่เขียน เพราะผมเขียนไว้ในหนังสือ “พิธีกรควรรู้” แล้ว แต่สรุปสั้นๆ ไว้สักนิด นั่นคือตอนสรุปศีล ที่พระท่านว่า “สีเลนะ สุคะติง ยันติ ...” ท่านหยุดให้ญาติโยมรับว่า “สาธุ” ตรงไหนบ้างและหยุดกี่ครั้ง
เมื่อก่อนจะหยุดตรงไหนอย่างไรก็แล้วไป แต่ทุกวันนี้ทำบุญวันพระของวัดมหาธาตุราชบุรี ตอนสรุปศีลพระที่ให้ศีลท่านจะหยุดดังนี้ -
“สีเลนะ สุคะติง ยันติ” หยุด
ญาติโยมรับว่า “สาธุ”
“สีเลนะ โภคะสัมปะทา” หยุด
ญาติโยมรับว่า “สาธุ”
“สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ” หยุด (พระทั่วไปวัดทั่วไปจะไม่หยุด)
ญาติโยมรับว่า “สาธุ”
“ตัส๎มา สีลัง วิโสธะเย” (จบ)
ญาติโยมรับว่า “อามะ ภันเต” (ไม่ใช่ “สาธุ”)
เรื่องนี้มีเหตุผลเป็นประการใด ตามไปอ่านรายละเอียดในหนังสือ “พิธีกรควรรู้” ที่ลิงก์ข้างล่างนี่ครับ
.........................................................
https://dhamtara.com/?page_id=773
.........................................................
เป็นอันว่า ทำบุญวันพระของวัดมหาธาตุราชบุรี ผมสร้างประวัติศาสตร์ไว้ ๒ เรื่อง คือ (๑) เพิ่มบทนำไหว้พระเป็นภาษาไทยสำนวนของพระธรรมนิเทศทวยหาญ และ (๒) อาราธนาศีล ๘ แทนศีล ๕ ตามที่เคยทำกันมา
วันพระไหนผมขัดข้อง ไม่ได้ไปวัด มรรคนายกมือรองก็นำตามแบบที่ผมนำทางไว้ เป็นที่หวังว่าธรรมเนียมนี้จะสืบทอดกันไปได้ยาวนานตลอดไป
เป็นอันว่า ไหว้พระ รับศีลเสร็จเรียบร้อย ต่อไปพระสงฆ์ก็จะเริ่มถวายพรพระ
-----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
๑๖:๒๑
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ