สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


วสลสูตร ว่าด้วยลักษณะคนเลว

   ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคขณะประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี เสด็จเข้าไปบิณฑบาตตามลำดับตรอกจนถึงนิเวศน์ของอัคคิกภารทวาชพราหมณ์

ซึ่งกำลังเตรียมทำวิธีบูขบบลาไฟ เมื่ออัคติกภารทวาชพราหมณ์เห็นพระองค์ แต่ไกลก็กล่าวว่า หยุดอยู่แค่นั้นแหละ คนหัวโล้น สมณะ คนเลว พระองค์จึงตรัสถามว่า ท่านรู้จักคนเลว หรือธรรมที่ทำให้เป็นคนเลวหรือ เมื่อเขาตอบว่า ข้าพเจ้าไม่รู้จัก พระองค์ จึงตรัสลักษณะคนเลวแก่เขา ดังนี้

   ๑. คนมักโกรธ ชอบผูกอาฆาต ชอบลบหลู่ดูหมิ่น เห็นผิดเป็นชอบ มีมายา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๒. คนผู้ชอบเบียดเบียนสัตว์ทุกจำพวก ไม่มีความเอ็นดูในเพื่อนมนุษย์และสัตว์อื่น พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๓. คนผู้ชอบทำลายชีวิตผู้อื่น เที่ยวปล้นสะดม ถูกประณามว่าเป็นโจรปล้นฆ่า ชาวบ้านร้านตลาด พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๔. คนเที่ยวลักขโมยทรัพย์สินเงินทอง ที่เจ้าของหวงแหนไม่ได้ให้ ในบ้านหรือในป่าก็ตาม พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๕. คนกู้หนี้ยืมสินเขามาแล้ว ถูกทวงกลับกล่าวว่า ไม่ได้ยืม หลบหนีไปเสีย จึงทราบ ว่าเป็นคนเลว

   ๖. คนดักฆ่าหรือทำร้ายคนเดินทาง ชิงเอาทรัพย์สมบัติ เพราะความอยากได้ทรัพย์สมบัติเพียงเล็กน้อยของเขา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๗. คนถูกเขาอ้างเป็นพยาน แล้วกล่าวคำเท็จ เพราะตนเป็นเหตุ เพราะผู้

อื่นเป็นเหตุ หรือเพราะทรัพย์เป็นเหตุ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๘. คนที่ประพฤติล่วงเกินภรรยาของญาติ หรือของเพื่อน จะด้วยการข่มขืนหรือด้วยความยินยอมกันก็ตาม พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๙. คนสามารถเลี้ยงตนเองและผู้อื่นได้ แต่ไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาของตน ผู้แก่ชรา ผ่านวัยหนุ่มวัยสาวแล้ว พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๐. คนผู้ทุบตี ดุด่ามารดาบิดา พี่น้อง พ่อตา แม่ยาย หรือพ่อผัว แม่ผัว พึงทราบว่า เป็นคนเลว

   ๑๑. คนที่ถูกถามถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ กลับบอกสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือพูดกลบเกลื่อน บอกไม่ชัดเจน พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๒. คนทําบาปกรรมไว้แล้ว ปรารถนาว่า คนอื่นอย่าพึ่งรู้ว่าเราทำ ปกปิดการกระทำไว้ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๓. คนไปบ้านผู้อื่น ถูกต้อนรับด้วยโภชนาหารอย่างดี แต่พอเขามาบ้านตนบ้าง กลับไม่ต้อนรับเขาเช่นนั้น พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๔. คนผู้กล่าวมุสาวาท หลอกลวงสมณะหรือพราหมณ์ หรือแม้กระทั่งวณิพก ยาจกอื่นๆ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๕. คนที่เมื่อสมณะหรือพราหมณ์มาบิณฑบาตแต่เช้า ไม่ถวายอาหารบิณฑบาต กลับด่าว่าขับไล่ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๖. คนผู้ถูกโมหะครอบงำ อยากได้สิ่งของเล็กน้อยของผู้อื่น ก็พูดจาหลอกลวงเขา เพื่อให้ได้สิ่งนั้นมา พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๗. คนชอบยกตน และดูหมิ่นคนอื่น ประพฤติเลวทราม เพราะความถือตัวจัด ของตน พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๘. คนโหดร้าย มีจิตใจคับแคบ ปรารถนาชั่ว มีความตระหนี่ โอ้อวด ไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๑๙. คนกล่าวร้ายพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกของพระพุทธเจ้าที่เป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ พึงทราบว่าเป็นคนเลว

   ๒๐. คนไม่เป็นพระอรหันต์ แต่ปฏิญญาว่าเป็นพระอรหันต์ ชื่อว่าเป็นดุจโจรในมนุษยโลก เทวโลก และพรหมโลก พึงทราบว่าเป็นคนเลวทรามต่ำช้าที่สุด

   คนจะชื่อว่าเป็นคนเลว จะชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็หามิได้ แต่ชื่อว่าเป็นคนเลว ชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะกรรม เหมือนบุตรคนจัณฑาลชื่อมาตังคะผู้ปิ้งสุนัขรับประทาน ต่อมา เขามียศศักดิ์ใหญ่ ทั้งกษัตริย์และพราหมณ์ต่างมาบำรุงเขา เขาละกามราคะได้แล้ว ไปเกิดในพรหมโลก ชาติกำเนิดห้ามเขาไม่ให้ไปเกิดในพรหมโลกไม่ได้ ส่วนพวกพราหมณ์ที่ เกิดในตระกูลสาธยายมนตร์ มีหน้าที่ร่ายมนตร์ แต่ทำบาปกรรมเป็นประจำ จึงถูกตำหนิในชาติปัจจุบัน ตายแล้วก็ต้องไปทุคติ ชาติกำเนิดห้ามพวกเขาจากทุคติหรือจากการติเตียนไม่ได้

   อัคคิกภารทวาชพรามหณ์ได้ฟังเช่นนั้นก็มีใจยินดี ชื่นชมพระภาษิต ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะจนตลอดชีวิต(ขุ.สุตฺตนิบาต)  

   * ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทรงโปรดสัตว์ให้ตั้งอยู่ในคุณพระรัตนไตร เพื่อประโยชนสุขในภพปัจจุบัน และไม่ก้าวล่วงทุคตภพในชาติถัดไป แม้จะถูกดูหมิ่น เหยีดหยามก็ทรงโปรดด้วบพระทัยที่เปลี่ยมไปด้วยพระมหาบริสุทธิคุณ *


[right-side]

วสลสูตร,ลักษณะคนเลว

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.