สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
อริยธรรมที่กระตุ้นเตือนผู้คนให้ประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นไฉน?
เช่นพระโปฐิละ ท่านแตกฉานพระไตรปิฎก เป็นอาจารย์สอนศิษย์มากมาย ศิษย์ของท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก็เยอะ ทำไมท่านถึงยังมัวเมาในความเป็นอาจารย์อยู่เล่า? ยิ่งกว่านั้นปลาผิวสีทองแต่ปากเหม็น เป็นอาจารย์สอนปรยัติยุกศาสนาพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ยึดติดความเป็นอาจารย์ เผลอกล่าวธรรมผิด ด้วยความห่วง ลาภ ยศ และชื่อเสียงจะเสียไป จึงยอมกล่าวธรรมแถผิดไปจากความเป็นจริง หรือแม้ยุคสมัยปัจจุบันอาจารย์หลายท่านแตกฉานปริยัติ ทำไมชะล่าใจไม่พากันประพฤติปฏิบัติธรรมกันเล่า? ก็เพราะไม่มีอริยธรรมกระตุ้นเตือนนั่นเอง
ในวิสุทธิมรรคกล่าวว่า อริยธรรมที่กระตุ้นเตือนให้ภิกษุสมาทานธุดงค์ (ธุดงคนิเทส) มี 5 อย่าง คือ
1. ความมักน้อย (อัปปิจฉตา) ได้แก่ความปราศจากความติดข้องปัจจัย 4 เพราะมีอัชฌาสัยไม่โลภ องค์ธรรมก็คือ อโลภะ ที่เป็นไปขณะแสวงหาปัจจัย 4 นั่นเอง
2. ความสันโดษ (สันตุฏฐิตา) ได้แก่ ความรู้จักพอกับปัจจัย 4 ตามเท่าที่มี ตามเท่าที่ได้ ไม่ปรารถนาปัจจัยอันอื่นอีก องค์ธรรมก็คือ อโภะ ที่เป็นไปขณะได้ปัจจัยมาแล้วนั่นเอง
3. ความประพฤติขูดเกลากิเลส (สัลเลขตา) ได้แก่ ความย่ำยีกิเลสด้วยความไม่ละโมบ(อโลภะ)และความไม่ติดข้อง(อโมหะ) องค์ธรรมก็คือ จิตที่ยิ่งด้วยอโลภะและอโมหะนั่นเอง
4. ความสงบสงัดจากความคลุกคลี (ปวิเวกตา) ได้แก่ ความปลีกตัวออกจากหมู่คณะ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบวุ่นวาย ประสงค์จะเร้นจิตไว้ในกรรมฐาน องค์ธรรมก็คือ จิตที่ปราศจากความติดข้อง (อโลภะ) และความหลงติด (อโมหะ) หมู่คณะนั่นเอง
5. ภาวรู้คุณประโยชน์ 4 ข้อเหล่านั้น(อิทมัตถิตา) ได้แก่ความรอบรู้คุณประโยชน์ 4 ข้อดังได้กล่าวมาแล้ว องค์ธรรมก็คือ ปัญญานั่นเอง
องค์ธรรมทั้ง 5 ข้อนี่แหละที่เป็นอริยธรรมกระตุ้นเตือนเพื่อนสหธรรมิก ไม่ให้มัวเมา ยึดติดความเป็นอาจารย์ และชล่าใจ ไม่ประพฤติปฏิบัติธรรม อีกทั้งคุณธรรมพวกนี้จะเป็นข้อบ่งบอกให้ทราบว่า ท่านผู้มีคุณธรรมเหล่านี้เป็นบัณฑิต เพราะสงบเสงี่ยมไม่โอ้อวดภูมิความรู้ตนเอง มีมารยาทงาม เหมือนท่านพระอิสิทัตตะสนทนาธรรมกับท่านจิตตคฤหบดีอุบาสก เมื่อท่านจิตตะถามในที่สนทนาธรรมว่า " มิจฉาทิฏฐิทั้งหลายมีเพราะมีอะไรเป็นปัจจัย." ท่านพระเถระผู้เป็นประธานสงฆ์นิ่งเก้อเขินเพราะตอบไม่ได้ เพื่อรักษาบรรยากาศการสนทนาธรรม ท่านพระอิสิทัตตะผู้รอบรู้ก็ขออนุญาตท่านพระเถระเสียก่อน แล้วตอบว่า " มิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย มีเพราะ มีสักกายทิฏฐิ "นั่นแล
(นิสสยอักษรปัลลวะ อักษรสิงหล)
---------///----------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ