บทความชุด “ทำบุญวันพระ” (๑๕)
------------------------------
บูชาข้าวพระ (๔)
------------------------------
คำบูชาข้าวพระที่เป็นมาตรฐานกลาง ว่าดังนี้
.........................................................
อิมัง สูปะพ๎ยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โอทะนัง อุทะกัง วะรัง พุทธัสสะ ปูเชมิ.
ข้าพเจ้าขอบูชาข้าวสุกแห่งข้าวสาลี พร้อมทั้งแกงและกับ และน้ำอันประเสริฐนี้ แด่พระพุทธเจ้า
.........................................................
คำว่า “สาลีนัง โอทะนัง” นอกจากแปลว่า “ข้าวสุกแห่งข้าวสาลี” คือข้าวสุกที่หุงจาก rice แล้ว ยังสามารถแปลว่า “ข้าวสุกอันบริสุทธิ์” ได้อีกด้วย
ขอเสนอข้อพิจารณาดังนี้ (ส่วนนี้ขออนุญาตเขียนคำบาลีแบบบาลีนะครับ)
คำว่า “สาลีนํ” ในคำว่า “สาลีนํ โอทนํ” หมายถึงอะไร?
ไม่ได้ถามว่า “สาลีนํ โอทนํ” แปลว่าอะไร เพราะนักบาลีในเมืองไทยส่วนมากย่อมจะแปลกันออก คือแปลว่า “ข้าวสุกแห่งข้าวสาลี”
โอทนํ = ข้าวสุก
สาลีนํ = แห่งข้าวสาลี
ในที่นี้ถามเลยไปถึงว่า คำว่า “สาลีนํ โอทนํ” ที่แปลกันว่า “ข้าวสุกแห่งข้าวสาลี” นั้น “สาลีนํ” หมายถึงอะไร?
ธัญชาติที่คนในชมพูทวีปเอามากินเป็นอาหารประจำวันนั้น ที่รู้จักกันดีมีอยู่ ๗ ชนิด คือ -
.........................................................
๑ สาลิ = ข้าวสาลี (rice)
๒ วีหิ = ข้าวเปลือก (paddy)
๓ ยโว = ข้าวเหนียว (barley)
๔ โคธูโม = ข้าวละมาน (wheat)
๕ กงฺคุ = ข้าวฟ่าง (millet)
๖ วรโก = ถั่ว (beans)
๗ กุทฺรูสโก = หญ้ากับแก้ (a kind of grain)
.........................................................
หมายเหตุ: คำบาลียืนตัวตามนี้ ส่วนคำแปลเป็นไทยและคำอังกฤษในวงเล็บ ผู้ต้องการความรู้พึงศึกษาตรวจสอบต่อไป
.........................................................
ข้าวสาลี ถือว่าเป็นอาหารชั้นเลิศในจำพวกอาหารที่เป็นธัญชาติ อนุมานจากวิธีเรียงลำดับจากดีไปหาเลว และยืนยันได้ด้วยข้อความในคัมภีร์ที่จะขอยกมาพอเป็นตัวอย่างดังนี้ -
.........................................................
ทสวสฺสายุเกสุ ภิกฺขเว มนุสฺเสสุ กุทฺรุสโก อคฺคโภชนํ ภวิสฺสติ, เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว เอตรหิ สาลิมํโสทโน อคฺคโภชนํ เอวเมว โข ภิกฺขเว ทสวสฺสายุเกสุ มนุสฺเสสุ กุทฺรุสโก อคฺคโภชนํ ภวิสฺสติ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๑๐ ปี หญ้ากับแก้จักเป็นอาหารอย่างดี เปรียบเหมือนข้าวสุกข้าวสาลีระคนกับเนื้อสัตว์เป็นอาหารอย่างดีในบัดนี้ ฉันใด ในเมื่อมนุษย์มีอายุ ๑๐ ปี หญ้ากับแก้ก็จักเป็นอาหารอย่างดีฉันนั้นเหมือนกัน
ที่มา: จักกวัตติสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระไตรปิฎกเล่ม ๑๑ ข้อ ๔๖
.........................................................
ค่านิยมที่ถือว่าข้าวสาลีเป็นอาหารชั้นเลิศนี้เอง ทำให้คำว่า “สาลี” มีความหมายขยายตัวหรือกลายความหมายไป คืออาหาร-โดยเฉพาะที่ปรุงจากพืชผัก-ถ้ามีคุณภาพดีมากๆ ก็จะถูกเรียกว่า “สาลี”
เปรียบเทียบได้กับคำว่า “เพชร” ในภาษาไทย
“เพชร” เป็นรัตนชาติที่มีค่าสูงสุด เมื่อเราเห็นสิ่งใดมีค่าที่สุด เราก็เอาไปเปรียบกับเพชร เช่น
.........................................................
- บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็น “เพชรน้ำเอก” ในวงวรรณกรรมไทย
- หนังสือ “พุทธธรรม” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปยุตฺโต) เป็น “เพชรน้ำเอก” ในวงการพุทธศาสนา
.........................................................
บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนและหนังสือ “พุทธธรรม” ไม่ใช่เพชร แต่มีคุณค่าประดุจเพชร-ฉันใด
ในวัฒนธรรมของชาวชมพูทวีป บรรดาธัญชาติทั้งหลาย “สาลิ” เป็นของกินที่เลิศรสที่สุด เมื่อเอ่ยถึงอาหารที่ดีที่สุด จึงนิยมเปรียบว่าเลิศรสประดุจข้าวสาลี-ก็ฉันนั้น
เมื่อเอาคำว่า “สาลิ” ไปประกอบวิภัตติปัจจัยตามหลักไวยากรณ์บาลี แล้วพูดควบไปกับคำอื่นๆ เช่น -
สาลีนํ โอทนํ
สาลีนํ ภตฺตํ
สาลีนํ โภชนํ
สาลีนํ ปิณฺฑปาตํ
คราวนี้คำว่า “สาลีนํ” ที่ควบอยู่กับคำต่างๆ เหล่านี้ ก็ไม่ได้หมายถึง “ข้าวสาลี” ตรงตัวตามความหมายดั้งเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่หมายถึงอาหารหรือของกินที่มีคุณภาพดีเลิศ หรือที่เราพูดกันเป็นภาษาปาก ว่า “ของกินดีๆ ทั้งนั้น”
.........................................................
สาลีนํ โอทนํ = ข้าวสุกชั้นดี
สาลีนํ ภตฺตํ = ภัตตาหารชั้นดี
สาลีนํ โภชนํ = โภชนะชั้นดี
สาลีนํ ปิณฺฑปาตํ = อาหารบิณฑบาตชั้นดี
.........................................................
ในที่สุด คำว่า “นํ” ที่เป็นวิภัตติก็ติดมากับคำว่า “สาลิ” ด้วย กลายเป็น “สาลีน” เกิดเป็นคำใหม่ มีความหมายใหม่ขึ้นมาอีกคำหนึ่ง
พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ มีศัพท์ว่า -
Sālin (สาลี) แปลว่า excellent (ประเสริฐ)
Sālīna (สาลีน) แปลว่า fine [rice] (ข้าวชนิดดี)
“สาลีน” หมายถึง ประเสริฐ (excellent), ชนิดดี (fine)
“สาลีนํ โอทนํ” จึงมีความหมายอีกนัยหนึ่งว่า “ข้าวสุกชนิดดี” หรือ “ข้าวสุกอันประเสริฐ” รับกับคำต่อมาที่ว่า “อุทกํ วรํ” ซึ่งแปลว่า “น้ำอันประเสริฐ” หมายความว่า บูชาข้าวน้ำอันประเสริฐแด่พระพุทธเจ้า
สรุปว่า คำว่า “สาลีนํ” ตามศัพท์เดิมจริงๆ แปลว่า “แห่งข้าวสาลี” (rice, ไม่ใช่ wheat) แต่ต่อมาความหมายกลายไป หมายถึง ประเสริฐ, ชั้นดี, ชนิดดี (excellent, fine)
ดังนั้น คำบูชาข้าวพระที่ใช้กันอยู่ทั่วไป มีคำว่า “สาลีนํ” ด้วย จึงเป็นการถูกต้องแล้ว ไม่จำเป็นต้องตัดออก แต่ต้องแปลให้ถูกต้องตามความหมายที่ควรจะเป็น
๑ “สาลีนํ โอทนํ” ถ้าคงแปลตามศัพท์เดิม ก็คือ “ข้าวสุกที่หุงจาก rice” คือข้าวที่เรารับประทานประจำวันกันทุกวันนี้
๒ “สาลีนํ โอทนํ” ไม่ใช่ “ข้าวสุกที่หุงจาก wheat” ดังที่คนส่วนมากเข้าใจผิด ถึงกับคิดจะตัดคำว่า “สาลีนํ” ออกไปจากคำบูชาข้าวพระ โดยให้เหตุผลว่า ข้าวที่เราใช้บูชาข้าวพระเป็นข้าวสุกธรรมดา ไม่ใช่ข้าวที่หุงจาก wheat นั่นคือเข้าใจผิดไปว่า “ข้าวสาลี” หมายถึง wheat ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ตั้งอยู่บนฐานแห่งความเข้าใจผิดทั้งสิ้น
๓ “สาลีนํ โอทนํ” นอกจากจะแปลว่า “ข้าวสุกที่หุงจาก rice” แล้ว ยังสามารถแปลว่า “ข้าวสุกอันประเสริฐ” หรือ “ข้าวสุกอันบริสุทธิ์” (excellent rice, fine rice) ได้อีกด้วย
..................
คำแปลคำบูชาข้าวพระตามนัยที่เสนอมา เป็นดังนี้ -
แปลยกศัพท์ :
อหํ อันว่าข้าพเจ้า
ปูเชมิ ขอบูชา
โอทนํ ซึ่งข้าวสุก
สาลีนํ อันบริสุทธิ์
สูปพฺยญฺชนสมฺปนฺนํ อันสมบูรณ์ด้วยสูปะและพยัญชนะ
อุทกํ (และ) น้ำ
วรํ อันประเสริฐ
อิมํ นี้
พุทฺธสฺส แก่พระพุทธเจ้า
แปลโดยใจความ :
ข้าพเจ้าขอบูชาข้าวสุกอันบริสุทธิ์ พร้อมทั้งแกงและกับและน้ำอันประเสริฐนี้ แด่พระพุทธเจ้า
..................
คำบูชาข้าวพระยังมีประเด็นเกี่ยวกับภาษาอีกเรื่องหนึ่ง คือ ควรจะเป็น “ปูเชมิ” หรือ “ปูเชมะ” ขอต่อตอนหน้าอีกตอนหนึ่งครับ
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕
๑๓:๒๒
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ