แนะนำพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ (๔)

--------------------------------

ขอทบทวนการอ้างที่มาอันเป็นต้นเหตุให้ผมเขียนเรื่องนี้ ท่านเขียนว่า -

.................................................

( สูกรโปติกาวตฺถุ. สุตฺต. ขุ. ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา. ๒๕/๓๔.๓๔๐ )

.................................................

ผมอธิบายและสรุปว่า ควรอ้างเท่านี้พอ คือ --

.................................................

ขุ.ธ. ๒๕/๓๔/๖๐

.................................................

นั่นคือ ตั้งแต่คำว่า สุตฺต. ขุ. ... ไปจนจบตัวเลข ปรับมารวมไว้ในคำว่า-ขุ.ธ. ๒๕/๓๔/๖๐

หมายความว่า - ข้อความที่ยกมาอ้างอยู่ในคัมภีร์ขุททกนิกาย ธัมมปทคาถา พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ ข้อ ๓๔ หน้า ๖๐

ก็ยังเหลือคำว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” มาอยู่ตรงนี้ทำไม?

ผมบอกไว้แล้วว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” เป็นชื่อเรื่องในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ถ้าใครพาซื่อตามที่อ้าง ตามไปดูที่คัมภีร์ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา (ซึ่งชวนให้เข้าใจว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” มีอยู่ใน ๒ คัมภีร์นี้) ก็จะไม่พบ “สูกรโปติกาวตฺถุ” แต่อย่างใดทั้งสิ้น

เพราะ “สูกรโปติกาวตฺถุ” อยู่ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา ที่ระบุต่อท้ายไว้

คำอธิบายของผมก็คือ ถ้าต้องการอ้าง “สูกรโปติกาวตฺถุ” ก็ต้องแยกออกไปเป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่ต้องเอาคำว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” มาใส่ไว้ตรงนี้

นั่นก็แปลว่า เรื่องที่ยกมาอ้างนี้มีที่มา ๒ แห่ง (๑) คัมภีร์ธัมมปทคาถา อันเป็นที่มาของตัวคาถา (๒) คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา อันเป็นที่มาของ “สูกรโปติกาวตฺถุ”

คัมภีร์ธัมมปทคาถา อ้างอย่างไร อธิบายมาแล้ว

คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาอ้างอย่างไร จะได้อธิบายต่อไปนี้

อันดับแรก ควรรู้ก่อนว่า คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาเป็นคัมภีร์ชั้นอรรถกถา ตรงนี้ต้องถอยไปตั้งหลักกันสั้นๆ ว่า ระดับชั้นของคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาแบ่งเป็น -

(๑) พระไตรปิฎก (บางทีเรียก “พระบาลี”) เป็นชั้นสูงสุด

(๒) คำอธิบายพระไตรปิฎก เรียกว่าอรรถกถา

(๓) คำอธิบายอรรถกถา เรียกว่าฎีกา

(๔) คำอธิบายฎีกา เรียกว่าอนุฎีกา

มองภาพรวมไว้เท่านี้ก่อน แล้วไปหาคำอธิบายขยายความกันทีหลัง

ขอแนะนำให้รู้จักคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ดังนี้ 

ข้อ ๑ “ธัมมปทัฏฐกถา” เป็นคัมภีร์ชั้นอรรถกถา อธิบายความในคัมภีร์ “ธมฺมปทคาถา” หรือ “ธมฺมปท” หรือ “ธรรมบท” อันเป็นคัมภีร์ชั้นบาลีหรือชั้นพระไตรปิฎก

ข้อ ๒ ความจริงคัมภีร์นี้มีชื่อเฉพาะว่า “ปรมัตถโชติกา” แต่นักเรียนบาลีแทบทั้งหมดจะไม่รู้จักชื่อนี้ จึงมักเรียกกันว่า “ธัมมปทัฏฐกถา” และเรียกสั้นลงไปอีกว่า “ธรรมบท” ซึ่งไปพ้องกับชื่อคัมภีร์ธัมมปทคาถาในพระไตรปิฎก

ข้อ ๓ คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” ประกอบด้วยเนื้อหาหลัก ๓ ส่วน คือ - 

(๑) เรื่องเล่าถึงความเป็นมาหรือเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้พระพุทธองค์ตรัสคาถาบทนั้นๆ ส่วนนี้นิยมเรียกกันว่า “ท้องนิทาน”

(๒) ตัวคาถาที่ยกมาจากคัมภีร์ “ธมฺมปทคาถา” ในพระไตรปิฎก เรียกกันว่า “คาถา” 

(๓) คำอธิบายความหมายของคาถา เรียกกันว่า “แก้อรรถ” 

ข้อ ๔ วิธีเรียบเรียงในคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” คือยกคาถาจากคัมภีร์ “ธมฺมปทคาถา” ในพระไตรปิฎกมาตอนหนึ่ง (ซึ่งอาจเป็นคาถาบทเดียวหรือหลายบท) โดย (๑) เล่า “ท้องนิทาน” ประกอบ (๒) แล้วอ้างคาถาบทนั้น และ (๓) อธิบายความหมายของคาถา จบลงด้วยการสรุปว่าเมื่อพระพุทธองค์ตรัสคาถาจบแล้วผู้ฟังบรรลุผลเช่นไร รวมทั้ง ๓ ส่วนนี้เรียกว่า “วตฺถุ” แปลว่า “เรื่อง-” เช่น “จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ” = เรื่องพระเถระชื่อว่าจักขุบาล 

“ธัมมปทัฏฐกถา” ประกอบด้วย “วตฺถุ” คือ“เรื่อง-” ดังกล่าวนี้ทั้งหมด ๓๐๒ เรื่อง

ข้อ ๕ คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” ที่พิมพ์เป็นบาลีอักษรไทยฉบับที่ยุติเป็นมาตรฐานในเมืองไทย คือฉบับที่มหามกุฏราชวิทยาลัยจัดพิมพ์ แบ่งเป็น ๘ เล่ม เรียกว่า “ภาค” ตั้งแต่ “ปฐโม ภาโค” = ภาค ๑ จนถึง “อฏฺฐโม ภาโค” = ภาค ๘ 

และวงการบาลีในเมืองไทยถ้าพูดว่า “ธรรมบท” จะเป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึง “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “อรรถกถาธรรมบท” ดังกล่าวนี้ ไม่ได้หมายถึง “ธมฺมปทคาถา” ในพระไตรปิฎก 

ข้อ ๖ หลักสูตรการศึกษาแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทยกำหนดให้ใช้คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาเป็นแบบเรียนในชั้นต่างๆ ดังนี้ -

ชั้นประโยค ๑-๒ วิชาแปลมคธเป็นไทย ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๑-๔ 

ชั้นประโยค ป.ธ.๓ วิชาแปลมคธเป็นไทย ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๕-๘ 

ชั้นประโยค ป.ธ.๔ วิชาแปลไทยเป็นมคธ ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๑ 

ชั้นประโยค ป.ธ.๕ วิชาแปลไทยเป็นมคธ ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๒-๔ 

ชั้นประโยค ป.ธ.๖ วิชาแปลไทยเป็นมคธ ธัมมปทัฏฐกถา ภาค ๕-๘ 

กล่าวได้ว่า มหาเปรียญทั้งหมดในเมืองไทยต้องผ่านคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “ธรรมบท” มาแล้วจึงจะมีสิทธิ์ใช้คำนำหน้าชื่อว่า “พระมหา” 

......................

ทีนี้ก็มาดูว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” ที่ปรากฏอยู่ในการอ้างที่มาข้างต้นโน้นอยู่ตรงไหนของคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา

ในเมื่อคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาแบ่งเป็นภาคๆ การบอกที่มาก็คือบอกว่าเรื่องที่ต้องการอ้างอยู่ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาภาคไหน

นักเรียนบาลีส่วนหนึ่งที่ความจำดีย่อมบอกไว้ว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” อยู่ภาคไหน แต่นักเรียนบาลีส่วนหนึ่งที่ความจำไม่ดี-เช่นทองย้อยเป็นต้น-จะจำไม่ได้ ขณะที่กำลังเขียนเรื่องนี้อยู่นี่แหละผมก็นึกไม่ออกว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” อยู่ภาคไหน

เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เคยเรียนบาลี ไม่รู้จักคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา แค่บอกชื่อไว้ว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” ก็ไม่ต่างอะไรกับบอกชื่อร้านอาหารอร่อย แต่ไม่บอกว่าร้านนี้อยู่ที่ไหนนั่นเอง 

ยิ่งไปบอกว่า - สูกรโปติกาวตฺถุ. สุตฺต. ขุ. ขุทฺทกปาฐ-ธมฺมปทคาถา ... ก็เหมือนกับร้านอยู่ภูเก็ต แต่ไปบอกว่าร้านอยู่เชียงใหม่-ไปโน่นเลย

ก็จึงต้องเป็นภาระของผู้อ้างที่จะต้องไปตรวจสอบดูว่า “สูกรโปติกาวตฺถุ” อยู่ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาภาคไหน

ถ้าเป็นสมัยโบราณหรือสมัยที่ผมกำลังเรียนในชั้นเรียน ก็ต้องยกคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถาทั้ง ๘ ภาคมานั่งไล่ดูทีละภาค เสียเวลาเป็นอันมาก แต่สมัยนี้มีกลไกไฮเทคเข้ามาช่วย แบบที่เรียกว่า-คลิกเดียวก็เจอ บางทีไม่ต้องหาที่คลิกเอง เพราะมีคนเอาสิ่งที่เรียกว่า link มาวางไว้ให้คลิก อย่างที่ผมเอามาวางไว้นี่ -

.................................................

https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=34&p=2

.................................................

เมื่อจะอ้าง ก็เขียนลงไปว่า

.................................................

สูกรโปติกาวตฺถุ ธมฺมปทคาถา.อ. ๘/๘-๑๔ แปล น. ๑๒-๑๙

.................................................

หมายความว่า สูกรโปติกาวตฺถุ อยู่ในอรรถกถาธมฺมปทคาถา (ธัมมปทัฏฐกถา อ. ย่อมาจากคำว่า “อรรถกถา”) ภาค ๘ หน้า ๘ ถึง ๑๔ ฉบับแปลหน้า ๑๒ ถึง ๑๙

ทั้งหมดนี้ได้มาจากการไปตรวจสอบตัวคัมภีร์ ไม่ใช่ลอกตามกันมา

โปรดทราบว่า คำว่า “แปล น.๑๒-๑๙” นั้น ผมกำหนดขึ้นเอง ไม่มีในแบบแผน จะไม่ต้องลงไว้ก็ได้ (ให้คนอ่านค้นหาเอาเองมั่ง จะได้เข็ด!)

เป็นอันว่า อธิบายเรื่องวิธีบอกที่มาของคัมภีร์บาลีที่ยกไปอ้าง โดยเจาะจงเฉพาะพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ ก็จบลงเพียงเท่านี้

......................

ขณะกำลังค้นหาเรื่อง “สูกรโปติกาวตฺถุ” ในคัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา ผมหวนระลึกถึงความฝันของตัวเองในช่วงเวลาที่กำลังเรียนชั้น ป.ธ.๓ อยากจะนำมาบอกเล่าสู่กันฟัง นี่ประการหนึ่ง

กับอีกประการหนึ่ง ผมตั้งชื่อบทความชุดนี้ว่า “แนะนำพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕” แต่ยังไม่ได้ทำสิ่งที่เรียกว่า “แนะนำ” ตรงๆ เต็มๆ 

เพราะฉะนั้น บทความชุดนี้ก็คงจะมีต่อไปอีกตอนหรือสองตอนจึงจะจบ 

กัดฟันอ่านกันหน่อยนะครับ-บอกแล้วว่าไม่สนุก

(ยังมีต่อ)

-------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

๑๑:๓๗

[full-post]

การอ้างอิงคัมภีร์, อ้างอิงพระไตรปิฎก

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.