แนะนำพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ (๘)

--------------------------------

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ รวมคัมภีร์ย่อยไว้ ๕ คัมภีร์ คือ

๑ ขุทฺทกปาฐ (ขุด-ทะ-กะ-ปา-ถะ)

๒ ธมฺมปทคาถา (ทำ-มะ-ปะ-ทะ-คา-ถา)

๓ อุทาน (อุ-ทา-นะ)

๔ อิติวุตฺตก (อิ-ติ-วุด-ตะ-กะ)

๕ สุตฺตนิปาต (สุด-ตะ-นิ-ปา-ตะ)

จะได้แนะนำคัมภีร์ทั้ง ๕ ไปตามลำดับ

......................

(๓) คัมภีร์ที่ ๓ “อุทาน” 

“อุทาน” ในบาลีมีความหมายดังนี้ -

(๑) การเปล่งออก, การเปล่งเสียงร้อง, คือ อุทาน ซึ่งเกิดขึ้นโดยความรู้สึกที่แรงกล้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะดีใจหรือเศร้าโศก (breathing out, exulting cry, i e. an utterance inspired by a particularly intense emotion, whether it be joyful or sorrowful)

(๒) องค์หนึ่งในบรรดานวังคสัตถุศาสน์ หรือคำสอนของพระศาสดาซึ่งมีองค์เก้า (one of the angas or categories of the Buddhist Scriptures)

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “อุทาน” ไว้ดังนี้ -

..............

อุทาน :

๑. วาจาที่เปล่งขึ้นโดยความเบิกบานใจ มักเป็นข้อความยาว ๑ หรือ ๒ คาถา ที่ยาวกว่านั้นมีน้อยครั้ง; ในภาษาไทย หมายถึงเสียงหรือคำที่เปล่งออกมาเวลาดีใจ แปลกใจ หรือตกใจ เป็นต้น 

๒.พระอุทานคาถาของพระพุทธเจ้า อันสื่อธรรมที่ลึกซึ้งหรือเป็นคติธรรมสำคัญพร้อมทั้งเรื่องราวที่เป็นข้อปรารภให้ทรงเปล่งพระอุทานนั้นๆ ๘๐ เรื่อง รวมจัดเป็นคัมภีร์ที่ ๓ แห่งขุททกนิกาย.

..............

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกความหมายของ “อุทาน” ไว้ดังนี้ -

(๑) อุทาน ๑ : (คำนาม) เสียงหรือคําที่เปล่งออกมาเวลาตกใจ ดีใจ หรือเสียใจ เป็นต้น; ในไวยากรณ์เรียกคําหรือเสียงที่เปล่งออกมาเช่นนั้นว่า คําอุทาน. (ป., ส.).

(๒) อุทาน ๒ : (คำนาม) ชื่อคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาส่วน ๑ ใน ๙ ส่วนที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์. (ป.).

ข้อสังเกต :

คำว่า “ธรรมบท” พจนานุกรมฯ บอกไว้ว่า -

“ธรรมบท : (คำนาม) ข้อแห่งธรรม, ชื่อคาถาบาลีคัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก.”

แต่ “อุทาน” ซึ่งก็เป็น “คัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก” เช่นเดียวกับ “ธรรมบท” พจนานุกรมฯ บอกว่า “ชื่อคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาส่วน ๑ ใน ๙ ส่วนที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์” ไม่ได้บอกว่าเป็น “คัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก” แสดงว่าพจนานุกรมฯ มองฐานะของคัมภีร์ทั้งสองนี้ต่างกัน

ถ้ามองในแง่ “ฐานะของคัมภีร์” “อุทาน” มี ๒ ฐานะ คือเป็น (๑) คัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก และ (๒) คัมภีร์ในพระพุทธศาสนาส่วน ๑ ใน ๙ ส่วนที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์

ขยายความ :

คัมภีร์ “อุทาน” คือพระอุทานคาถาของพระพุทธเจ้า อันสื่อธรรมที่ลึกซึ้งหรือเป็นคติธรรมสำคัญ พร้อมทั้งเรื่องราวที่เป็นข้อปรารภให้ทรงเปล่งพระอุทานนั้นๆ 

เนื้อหาในคัมภีร์ “อุทาน” แบ่งเป็นวรรค มีทั้งหมด ๘ วรรค วรรคละ ๑๐ สูตร รวมทั้งสิ้น ๘๐ สูตร 

ชื่อวรรคและตัวอย่างสูตรที่น่าอ่านมีดังนี้ -

.......................................................

(๑) โพธิวรรค 

คำที่นักอธิบายธรรมนิยมยกไปอ้าง “เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี” อยู่ในวรรคนี้

(๒) มุจจลินทวรรค 

ถ้าพูดว่าคาถาคลอดบุตรง่าย เรามักนึกถึงคาถาของพระองคุลิมาล น้อยคนที่จะรู้ว่า - “สุขินี โหตุ อโรคา อโรคํ ปุตฺตํ วิชายตุ” เป็นคาถาคลอดบุตรง่ายของพระพุทธองค์ มีเรื่องราวอยู่ในวรรคนี้

(๓) นันทวรรค 

เรื่องพระนันทะ (โอรสของพระนางมหาปชาบดีโคตมี) บวชประพฤติธรรมเพราะอยากได้นางอัปสร ต้นฉบับอยู่ในวรรคนี้

(๔) เมฆิยวรรค 

ที่มาของพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์มีแสดงไว้ในวรรคนี้ด้วย ชื่อพระพุทธรูปปางนี้เขียนอย่างไร - ป่าเลไลยก์ ปาเลไลยก์ ปาริไลยก์ ปาเรไลยก์ – คำบาลีในวรรคนี้สะกดเป็น “ปาลิเลยฺยก” อ่านเรื่องและศึกษาคำไปด้วย

(๕) โสณเถรวรรค 

“ตสฺมา น หึเส ปรมฺตฺตกาโม - ผู้รักตนไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น” ถ้าเห็นคุณค่าของพุทธอุทานบทนี้ โลกก็จะมีแต่สันติ ศึกษาที่มาของพุทธอุทานนี้ได้ในวรรคนี้

(๖) ชัจจันธวรรค 

ชาติหน้ามีหรือไม่มีสงสัยกันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล สำนวน “ตาบอดคลำช้าง” มาจากไหน ศึกษาได้จากวรรคนี้

(๗) จูฬวรรค

วรรคนี้ มีเรื่องพระสารีบุตรแสดงธรรมให้พระรูปหนึ่งฟัง พระรูปนั้นฟังธรรมอยู่นั่นเองก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พระสารีบุตรไม่ทราบว่าพระรูปนั้นบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็จึงแสดงธรรมที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้นไปอีกโดยหวังว่าพระรูปนั้นจะได้บรรลุธรรม 

เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ให้คติว่า ขนาดพระสารีบุตรอัครสาวกผู้เลิศทางปัญญายังไม่รู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ เราท่านสมัยนี้ที่บอกว่าหลวงปู่หลวงพ่อรูปนั้นรูปโน้นเป็นพระอรหันต์ คงต้องเก่งกว่าพระสารีบุตรเป็นแน่

(๘) ปาฏลิคามิยวรรค

นิพพานเป็นอะไรกันแน่ คำตอบมีอยู่ในสูตรแรกของวรรคนี้

.......................................................

อ่านเรื่องในคัมภีร์อุทาน

https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=25&A=1425

.......................................................

โปรดทราบว่า สูตรที่แนะนำไว้นั้นเป็นเพียงตัวอย่าง ขอเรียนว่าทุกสูตรในคัมภีร์อุทานเป็นเรื่องที่น่าอ่านน่าศึกษา

ถ้าตัดอุปาทานผิดๆ ว่า-พระไตรปิฎกเป็นเรื่องวัดๆ น่าเบื่อหน่าย-ทิ้งไปจากห้วงนึก ลองแข็งใจอ่านคัมภีร์อุทานดู แล้วจะรู้ว่า-อ่านพระไตรปิฎกสนุกไม่แพ้ดูละคร 

แต่รับรองว่า ได้อะไรๆ มากกว่าดูละคร

(ตอนหน้า แนะนำคัมภีร์อิติวุตตกะ)

---------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖

๑๖:๕๑

[full-post]

อ้างอิงพระไตรปิฎก

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.