เรื่องตายแล้วเกิดทันที
ถาม ฟังมาว่าสัตว์ตายแล้วต้องเกิดขึ้นทันที ถ้าอย่างนั้นเมื่อเวลาที่มีสัตว์เกิด ก็ต้องมีสัตว์ตายก่อนใช่หรือไม่ ถ้าใช่ขอถามว่า สามีภรรยาคนไทยคู่หนึ่ง เดินทางไปทำงานอยู่ต่างประเทศ สมมติว่าเป็นประเทศอเมริกาเป็นเวลา 4 ปี ปีแรกที่ไปอยู่ภรรยาก็ตั้งครรภ์ แสดงว่าต้องมีคนอเมริกาคนหนึ่งตายลงก่อน แล้วมาเกิดในครรภ์ของภรรยา คนไทยใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แล้วไป ถ้าไม่ใช่ คนชาติอื่นหรือคนนอกประเทศอเมริกา จะมาเกิดในครรภ์ของภรรยาคนไทยได้หรือไม่ ถ้าได้ มาได้อย่างไร ในเมื่ออยู่ไกลกันมาก
ตอบ คำถามนี้มีสองประเด็น ประเด็นแรกถามว่า สัตว์ตายแล้วต้องเกิดทัน ถ้าเช่นนั้นเมื่อเวลามีสัตว์เกิด ก็ต้องมีสัตว์ตายก่อนใช่หรือไม่ ประเด็นนี้ขอตอบว่า นอกจากพระอรหันต์แล้ว สัตว์ทั้งหลายรวมทั้งสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์และเทวดาทุกจำพวกตายแล้วต้องเกิดทันที แต่จะไปเกิดเป็นอะไร ที่ไหนนั้น แล้ว แต่กรรมที่สัตว์นั้นได้ทำไว้ส่งผลนำเกิด พูดโดยปรมัตถ์แล้วก็ว่าจุติจิตดับลงปฏิสนธิจิต ก็เกิดขึ้นติดต่อทันที โดยไม่มีจิตอื่นมาคั่นด้วยอำนาจของปัจจัยหลายปัจจัย มีอนันตรปัจจัย เป็นต้น ซึ่งแสดงว่าเมื่อมีสัตว์ตายลงเมื่อใด ก็ต้องมีสัตว์เกิดขึ้นทันทีเมื่อนั้น ถ้าสัตว์ที่ตาย นั้นยังไม่ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ และสัตว์ที่เกิดใหม่นั้นก็สืบต่อมาจากสัตว์ที่ตายไปแล้ว นั่นเอง พูดอย่างชาวบ้านว่าสัตว์ตัวใดตาย สัตว์ตัวนั้นนั่นแหละเกิด แต่ถ้าพูดโดยปรมัตถ์แล้วพูดผิด เพราะสัตว์ตายไม่มี สัตว์เกิดไม่มี คำว่าสัตว์ก็ไม่มี เราเพียงแต่สมมติตั้งขึ้น ให้เข้าใจกันในเวลาศึกษาและพูดจากันเท่านั้น
โดยปรมัตถ์แล้ว สัตว์ ได้แก่ รูปนามขันธ์ ๕ ที่ประชุมรวมกันอยู่ รูปนามขันธ์ ๕ นั่นแหละเกิด นอกจากรูปนามขันธ์ ๕ แล้วไม่มีอะไรเกิด นอกจากรูปนามขันธ์ ๕ แล้วไม่มีอะไรตาย เพราะฉะนั้นการตายการเกิดจึงเป็นเพียงการสืบต่อของรูปนามขันธ์ ๕ในภพหนึ่งๆ ชาติหนึ่งๆ เท่านั้น รูปนามขันธ์ ๕ นั้น ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ นั่นเอง และโดยความเป็นจริงแล้ว รูปนามขันธ์ ๕ นี้แหละที่เกิดตายอยู่ทุกขณะจิต แต่เมื่อใดรูปนามขันธ์ ๕ นั้นสิ้นสุดลง ในภพหนึ่งชาติหนึ่ง คือตายเป็นครั้งสุดท้ายในภพนั้นชาตินั้น เราเรียกว่าสัตว์ตาย และ เมื่อใดรูปนามขันธ์ ๕ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภพใดชาติใด เราก็เรียกว่าสัตว์เกิด เกิดแล้ว ก็ตาย ตายแล้วก็เกิด วนเวียนกันอยู่อย่างนี้จนกว่าจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ ตายแล้ว จึงจะไม่ต้องเกิด ถ้ายังไม่เป็นพระอรหันต์ตายแล้วก็ต้องเกิดอยู่เรื่อยไป
ประเด็นที่สองถามว่า สามีภรรยาคนไทยเดินทางไปอยู่อเมริกา แล้วภรรยาตั้งครรภ์เกิดบุตรชายที่อเมริกา อยากทราบว่าเมื่อเวลาที่ภรรยาตั้งครรภ์นั้น คนอเมริกันคนหนึ่งต้องตายก่อนแล้วมาเกิดในครรภ์ของภรรยาคนไทยนั้นใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แล้วไป ถ้าไม่ใช่ คนชาติอื่นหรือคนที่อยู่นอกประเทศอเมริกาจะมาเกิดในครรภ์ของภรรยาคนไทยคนนั้นได้หรือไม่นั้น
ขอตอบดังนี้ ภรรยาคนไทยที่ตั้งครรภ์นั้น เวลาที่ตั้งครรภ์ คือเวลาที่สัตว์มาปฏิสนธินั้นแน่นอนต้องมีสัตว์จากที่ใดที่หนึ่งตายแล้วมาปฏิสนธิในครรภ์ของภรรยาคนไทยคนนั้น สัตว์ที่ตายมาปฏิสนธิในครรภ์ของภรรยาคนไทยคนนั้นอาจเป็นมนุษย์ที่เป็นชาติอเมริกัน หรือชาติหนึ่งชาติใดรวมทั้งชาติไทยก็ได้ที่ตายลง แล้วมาถือปฏิสนธิ คือเกิดในครรภ์ของ ภรรยาคนไทยคนนั้นก็ได้ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ ที่ว่าไม่ใช่ คืออาจจะเป็นสัตว์ประเภทใดประเภทหนึ่งที่ตายจาก ๒๖ ภูมิ เว้นสุทธาวาสภูมิ ๕ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพระอนาคามี หรืออาจจะเป็นสัตว์จากโลกอื่นที่นอกจากโลกของเรานี้ก็ได้ที่ตายแล้วมาปฏิสนธิในครรภ์ ของภรรยาคนไทยทันที สัตว์ที่ตายนั้นอาจจะตายจาก จากนรก จากเปรต จากอสุรกาย จาก
สัตว์เดรัจฉาน จากมนุษย์ จากเทวดา จากพรหม อย่างใดก็ได้ ไม่ได้จำกัดว่าสัตว์ที่ถือกำเนิดเป็นมนุษย์จะต้องมาจากมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น จะมาจากสัตว์ประเภทไหน กำเนิดอะไร เกิดอยู่ในภูมิไหนก็ได้ ทำนองเดียวกับที่มนุษย์ตายแล้วอาจไปตกนรกเป็นสัตว์นรก ไปเป็นเปรต ไปเป็นอสุรกาย ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเป็นมนุษย์ หรือไปเป็นเทวดาก็ได้ เพราะการเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ไหน ได้กำเนิดอะไรนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมที่สัตว์นั้นทำไว้เท่านั้น
เพราะฉะนั้น ทารกที่มาถือปฏิสนธิในครรภ์ของภรรยาคนไทย อาจจะเป็นคนอเมริกันคนใดคนหนึ่งที่ตายลงก็ได้ หรือไม่ใช่ก็ได้ดังได้กล่าวมาแล้ว นี่ก็กล่าวตามสำนวนพระสูตรซึ่งเข้าใจได้ง่ายกว่าสำนวนพระอภิธรรม ซึ่งมีเพียงสภาวธรรมเท่านั้น
ส่วนประเด็นที่ถามว่า คนที่ไม่ได้อยู่อเมริกาจะมาเกิดในครรภ์ของภรรยาคนไทย ที่อยู่ในอเมริกาได้หรือไม่ ถ้าได้ มาได้อย่างไร ในเมื่ออยู่ไกลกันมากนั้น ขอตอบว่ามาเกิดได้ดังที่ได้ชี้แจงไปแล้วว่า สัตว์ที่ตายแล้วจะไปเกิดที่ไหน เป็นอะไรก็ได้ สุดแต่กรรมที่นำเกิด การที่มนุษย์คนละประเทศตายแล้วไปเกิดเป็นมนุษย์ในครรภ์ของมารดาที่อยู่ คนละประเทศนั้นจึงเป็นไปได้ ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลเพียงใด แม้เทวดา พรหม ซึ่งอยู่แสนไกล จุติแล้วก็ยังมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ ไม่ต้องกล่าวถึงจุติจากมนุษย์มาเกิดเป็นมนุษย์เลย ทั้งนี้เพราะจุติจิตที่ดับคือตายไปนั้น มิได้ต้องเดินทางมาสู่ครรภ์ของมารดา เหมือนคนเราเมื่อจะไปไหนๆ ต้องเดินทางด้วย รถ เรือ เครื่องบิน อะไรทำนองนั้น ถ้าระยะทางไกลก็ต้องใช้เวลาเดินทางนาน ถ้าระยะทางสั้นก็ใช้เวลาน้อย ธรรมชาติของจิต ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะจิตเป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่าง เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย เมื่อจิตต้องอาศัยเหตุปัจจัย ไม่ได้อาศัยการเดินทาง จึงไม่ต้องคิดเลยไปถึงว่าจุติจิตดับแล้วจะไปเกิด คือถือปฏิสนธิในครรภ์มารดาในที่ไกลๆ ได้อย่างไร ขอให้คุณคิดถึงประเทศใดก็ได้ที่อยู่ แสนไกลที่คุณเคยไป จะเห็นว่าพอจิตคิดถึงที่นั้นคุณก็ถึงที่นั้นทันที โดยไม่ต้องเดินทางไปเลยได้ฉันใด จุติจิตของสัตว์ใดๆ ที่ดับแล้วก็ไม่ต้องเดินทางไปไหนๆ ดับแล้วก็แล้วกัน มิได้กลับมาเกิดใหม่อีก เพียงแต่ทำหน้าที่เคลื่อนจากภพ (เก่า) แล้วสืบต่อกับปฏิสนธิจิต ที่เกิดขึ้นในภพใหม่ ในบุคคลใหม่ที่สืบต่อมาจากบุคคลเก่า ด้วยอำนาจของปัจจัยหลาย ปัจจัย มีอนันตรปัจจัย เป็นต้น เท่านั้น
และการที่ปฏิสนธิจิตจะเกิดขึ้นในครรภ์ของมารดาได้นั้น ก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายปัจจัย มีกรรมปัจจัย เป็นต้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป มิได้เกิดขึ้นอีกเช่นเดียวกับจิตทั้งหลาย และเมื่อดับไปแล้วสามารถเป็นปัจจัยให้จิตอื่นๆ เกิดขึ้นสืบต่อจากตน สืบสายกันอยู่เช่นนี้ ตั้งแต่เกิดจนตาย ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย ไม่รู้จบสิ้น ตราบเท่าที่ยังไม่ปรินิพพาน
ใน มหาตัณหาสังขยสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ข้อ ๔๕๒ พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ทารกจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะอาศัยความประชุมพร้อมของปัจจัย ๓ อย่าง คือ
๑. มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน
๒. มารดามีระดู คือมารดาเป็นผู้อยู่ในวัยที่มีประจำเดือน ไม่ใช่อยู่ในวัยที่ยังไม่มีประจำเดือน หรือหมดประจำเดือนแล้ว
๓. ทารกที่จะมาเกิดก็ปรากฏ หมายความว่าต้องมีสัตว์มาปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา
ท่านใช้คำว่า สัตว์ ซึ่งสัตว์นั้น ไม่ว่าชนิดใดก็หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั้งสิ้น เพราะ ฉะนั้นสัตว์ที่มาปฏิสนธิเกิดขึ้นในขณะแรกก็ถือว่ามีชีวิตแล้ว ใครฆ่าสัตว์คือทารกที่ถือปฏิสนธิในครรภ์ของมารดาเป็นขณะแรก ก็ได้ชื่อว่าล่วงปาณาติบาตแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึง ทารกที่มีอายุได้ ๑-๒ เดือน ในครรภ์ของมารดาหรอกว่า ฆ่าแล้วจะไม่ผิดศีลข้อ ๑
สรุปว่า สัตว์ตายแล้วเกิดทันที ถ้ายังไม่ใช่พระอรหันต์ และจะเกิดที่ไหนใกล้ไกล ในกำเนิดอะไร เป็นใคร ก็สุดแต่กรรมที่นำเกิด
--------///----------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ