แสดงธรรมอย่างไรจึงจะเป็นการแสดงธรรมที่ดี
ถาม ปัจจุบันนี้รายการธรรมะมีมาก ผู้แสดงธรรมคือ ผู้บรรยายธรรมก็มีมาก บางท่านก็แสดงได้เนื้อหาควรฟัง บางท่านก็ไม่ชวนฟัง บางท่านก็ชอบยกตนแล้วข่มคนอื่น จึงอยากทราบว่า การแสดงธรรมอย่างไรจึงเป็นการแสดงธรรมที่ดี จับใจคนฟัง
ตอบ ในเรื่องของการแสดงธรรมที่ดีนี้ จะไม่ขอพูดถึงใครว่าเป็นอย่างไร แต่จะ ขอยกตัวอย่างของผู้แสดงธรรมที่ดีเป็นที่ยกย่องของผู้ฟังในสมัยพุทธกาลมาเรียนให้ทราบ แล้วให้ท่านตัดสินด้วยตนเองว่า ท่านแสดงธรรมอย่างไร จึงได้จับใจผู้ฟัง ท่านผู้นั้นคือ ท่านพระอานนท์ ซึ่งทุกท่านรู้จักท่านดีในฐานะเป็นยอดอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาคเจ้า และยังเป็นพหูสูตด้วย ท่านเป็นผู้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกย่องว่า มีความอัศจรรย์ในการแสดงธรรม เพราะเมื่อใดที่ท่านพระอานนท์แสดงธรรม ผู้ฟังยังฟังไม่จุใจ การแสดง ธรรมนั้นก็จบลงเสียก่อน ผู้ฟังไม่อิ่มในการที่จะฟังท่านพระอานนท์แสดงธรรมเลย ทุกคนต้องการเห็น ต้องการฟังธรรมจากท่าน ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรือ อุบาสิกา ท่านเป็นผู้น่าเลื่อมใสอย่างยิ่ง
แม้ในการแสดงธรรมแก่คนนอกศาสนา ท่านก็สามารถแสดงธรรมกลับใจให้เขาหันมานับถือพระรัตนตรัยได้ ดังมีเรื่องเล่าไว้ในอาชีวกสูตร อัง. ติก ข้อ ๕๑๒ ซึ่งจะขอยกมาเล่าให้ฟังดังต่อไปนี้
สมัยหนึ่งท่านพระอานนท์อยู่ที่วัดโฆสิตาราม ใกล้กรุงโกสัมพี ในครั้งนั้นได้มี คฤหบดีที่เป็นสาวกของอาชีวกคนหนึ่ง (อาชีวกเป็นนักบวชนิกายหนึ่งในสมัยนั้น) คฤหบดีคนนี้ได้ไปหาท่านพระอานนท์ อภิวาทท่านแล้วก็นั่ง ณ ที่สมควร แล้วได้ถาม ท่านว่า ท่านพระอานนท์ผู้เจริญ เรา ๒ พวก คือพวกอาชีวกกับพระพุทธเจ้า ธรรมะของ พวกใครเป็นสวากขาตธรรม พวกใครเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วในโลก พวกใครเป็นผู้ดำเนินดีแล้วในโลก
ท่านพระอานนท์แทนที่จะกล่าวว่า พวกพระพุทธเจ้าสิดีเลิศ ท่านกลับย้อนถามว่า ท่านคฤหบดี อาตมาจะขอย้อนถามท่านในเรื่องนี้ ท่านพอใจอย่างไรก็จงตอบอย่างนั้น ท่านจะสำคัญความข้อนี้ว่ากระไร บุคคลเหล่าใดแสดงธรรมเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ
ธรรมของบุคคลเหล่านั้นเป็นสวากขาดธรรมหรือไม่ สาวกของอาชีวกยอมรับว่าผู้ที่แสดง ธรรมเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ ธรรมของบุคคลนั้นเป็นสวากขาดธรรมจริง ท่านพระ อานนท์ถามต่อไปว่า บุคคลใดปฏิบัติเพื่อละราคะ โทสะ โมหะ บุคคลนั้นเป็นผู้ปฏิบัติดี แล้วในโลกหรือไม่ คฤหบดีสาวกของอาชีวกก็ยอมรับอีกว่าใช่
ท่านพระอานนท์ก็ถามอีกว่า ราคะ โทสะ โมหะ บุคคลใดละได้แล้ว มีรากขาดแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วนแล้ว ทำไม่ให้เกิดมีในภายหลัง มีอันไม่เกิดอีกต่อไปเป็นธรรมดา บุคคลนั้นเป็นผู้ดำเนินไปดีแล้วในโลกใช่หรือไม่ ท่านคฤหบดีก็ยอมรับว่าใช้อีก ท่าน พระอานนท์จึงสรุปว่า ข้อนี้ท่านก็ตอบเองแล้วว่าบุคคลใดแสดงธรรมเพื่อละ ราคะ โทสะ โมหะ ธรรมของบุคคลนั้นเป็นสวากขาตธรรม บุคคลใดปฏิบัติเพื่อละ ราคะ โทสะ โมหะ บุคคลนั้นเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วในโลก บุคคลใดละ ราคะ โทสะ โมหะ ได้แล้ว มีรากขาดแล้ว ทำให้เหมือนตาลยอดด้วน เป็นต้น ฯลฯ บุคคลนั้นเป็นผู้ดำเนินไปดีแล้ว ในโลก
คฤหบดีสาวกของอาชีวกฟังแล้วก็อัศจรรย์ใจถึงกลับกล่าวออกมาว่า น่าประหลาด แท้ๆ ท่านอานนท์แสดงธรรมอย่างนี้ ไม่ชื่อว่ายกธรรมฝ่ายตน ทั้งไม่เป็นการรุกรานธรรม ของฝ่ายอื่นเลย เป็นการแสดงอยู่ในกรอบโดยแท้ กล่าวแต่เนื้อความไม่นำตนเข้าไปพัวพัน เกี่ยวข้องด้วย ดีแท้ๆ ท่านผู้เจริญ พระผู้เป็นเจ้าอานนท์บอกธรรมหลายปริยาย เหมือน หงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลง ส่องประทีปในที่มืด เพื่อให้คนตาดีได้ เห็นรูปได้ฉะนั้น ข้าพเจ้าขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็น ขอพระผู้เป็นเจ้าอานนท์จงจำข้าพเจ้าไว้ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะแล้วตลอดชีวิต สรณะ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป
นี่คือเรื่องราวที่แสดงให้เห็นความสามารถในการแสดงธรรมของท่านพระอานนท์ ว่าท่านแสดงอย่างไร จึงทำให้คนนอกศาสนายกย่องและเลื่อมใสได้ ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะ นี่เป็นตัวอย่างในสมัยนั้น แม้ในสมัยนี้ก็สามารถ ปฏิบัติตามท่านได้ถ้าต้องการเป็นนักแสดงธรรมที่ดี พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวางหลักของ ผู้เป็นธรรมกถึก คือผู้กล่าวธรรม ผู้แสดงธรรมไว้ดังนี้
๑. แสดงธรรมไปตามลำดับ ไม่ตัดลัดให้ขาดความ
๒. อ้างเหตุผลแนะนำให้ผู้ฟังเข้าใจ
๓. ตั้งจิตเมตตาปรารถนาให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง
๔. ไม่แสดงธรรมเพราะเห็นแก่ลาภ
๕. ไม่แสดงไม่แสดงธรรมกระทบตนและผู้อื่น คือไม่ยกตน แล้วเสียดสีผู้อื่น
ใครต้องการเป็นผู้แสดงธรรมที่ดี จับใจผู้ฟัง ควรยึดถือหลักธรรม ๕ ข้อข้างต้นนี้เถิด

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ