คนไหนเป็นเพื่อนแท้ (๓)

---------------------

ตามเกณฑ์นั้น สมาชิกใหม่จะต้องอยู่ในความปกครองดูแล-ซึ่งหมายความว่าจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนจากพระอุปัชฌาย์อาจารย์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี ทั้งภาคทฤษฎีหรือหลักวิชาการ และภาคปฏิบัติคือความประพฤติ การวางตน การปฏิบัติกิจทั้งปวงของบรรพชิต มีพระธรรมวินัยเป็นหลักสูตร มีการประพฤติปฏิบัติของพระอุปัชฌาย์อาจารย์เป็นแบบฉบับ 

พ้นจาก ๕ ปีไปแล้วจึงจะสามารถไปอยู่ไกลหูไกลตาของพระอุปัชฌาย์อาจารย์ได้ แต่ถึงกระนั้น การแนะนำ สั่งสอน ฝึกหัด อบรม ก็ยังจะต้องทำกันเรื่อยไปตามโอกาสและเหตุการณ์ มิใช่ว่าจะจบสิ้นลงไปด้วย

สมาชิกประเภทบรรพชิต หรือสมาชิกแห่งสังฆมณฑลย่อมมีคุณภาพ (หรือด้อยคุณภาพ) เป็น ๓ ลักษณะ คือ -

.......................................................

๑ ทำหมู่คณะให้งดงาม นำมาซึ่งความศรัทธาเลื่อมใส จูงใจคนให้มุ่งหน้าไปในทางแห่งความดียิ่งๆ ขึ้น เรียกว่า “คณโสภกะ” ผู้ยังหมู่คณะให้งาม

๒ ปฏิบัติกิจพอเป็นไปตามปกติ ไม่มีเรื่องเสื่อมเสีย แต่ก็ไม่มีสิ่งที่ดีเด่น พูดตามภาษาราชการที่นิยมเรียกกันก็ว่า “ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ” หรือคำพูดประชดว่า “เช้าชามเย็นชาม” เรียกว่า “คณปูรกะ” ผู้ทำให้ครบคณะ อยู่พอรักษาวัด หรือพอไม่ให้วัดร้าง

๓ เหยียบย่ำพระธรรมวินัย ทำหมู่คณะให้เสื่อมเสีย เรียกว่า “คณทูสกะ” ผู้ประทุษร้ายหมู่คณะ

.......................................................

ทุกลักษณะ ท่านว่าย่อมมีการแนะนำ สั่งสอน ฝึกหัด อบรมของพระอุปัชฌาย์อาจารย์เป็นปากทางหรือเป็นต้นทาง พระอุปัชฌาย์อาจารย์แนะนำ สั่งสอน ฝึกหัด อบรมดี ก็ส่งเสริมให้เป็นสมาชิกที่ดี หรือถ้าเห็นว่าเหลือขอจะเอาไว้ไม่อยู่ พระอุปัชฌาย์อาจารย์ก็จะหาทางสกัดกั้นไว้ได้ทันท่วงที ไม่เปิดโอกาสให้อยู่ทำชั่วได้ง่ายๆ ก็เท่ากับตัดทางแห่งความเสื่อมเสียลงเสียได้

แต่ถ้าไปเจอพระอุปัชฌาย์อาจารย์ชนิดที่ไม่กล้าแตะเพราะกลัวจะเสียประโยชน์ส่วนตัวดังที่ท่านแสดงไว้ การรับสมาชิกใหม่ประเภทนั้นเข้ามาก็จะมีผลเท่ากับ “เรี่ยรายหยากเยื่อลงในศาสนานี้” (อิมสฺมึ  สาสเน  กจวรํ  อากิรติ) นั่นแล

พอจะมองเห็นภาพชัดขึ้นนะครับ

คำว่า “หยากเยื่อ” ท่านแปลมาจากคำว่า “กจวร” (กะ-จะ-วะ-ระ)

พจนานุกรมบาลีที่ฝรั่งทำ แปล “กจวร” ว่า sweepings, dust, rubbish (ของที่กวาดทิ้ง, ฝุ่น, ขยะ)

พระธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นระบบที่ให้เกียรติกัน ให้สมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสังคมของคนที่เจริญแล้ว คือเคารพกติกาที่ถูกต้องชอบธรรม มีระบบคัดกรองสมาชิก มีระบบฝึกศึกษาเพื่อการพัฒนาขัดเกลา มีระบบส่งเสริมสมาชิกที่ดีและกำราบสมาชิกที่ร้าย ขอเพียงแต่ให้ยึดหลักพระธรรมวินัยไว้ให้มั่นคงเท่านั้น

สมาชิกระดับเถระที่ร่วมอยู่ในกระบวนการคัดสรรรับสมาชิกใหม่ ถ้าเอาใจใส่ในการแนะนำ สั่งสอน ฝึกหัด อบรมศิษยานุศิษย์ให้เป็นสมาชิกที่ดีตามหน้าที่ตามพระธรรมวินัย ก็เท่ากับนำเอาดอกไม้มาปลูกหรือมาโปรยปรายไว้ในพระศาสนา 

แต่ถ้าได้รู้เห็นความประพฤติปฏิบัติที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย แต่กลับเพิกเฉยเลยละ ก็เท่ากับนำเอาหยากเยื่อหรือขยะมาเทใส่ไว้ในพระศาสนา ดังที่อรรถกถาท่านว่าไว้ข้างต้นนั้นแล

ท่านแสดงลักษณะของพระอุปัชฌาย์อาจารย์ที่ดีตามพุทธประสงค์ กล่าวคือ เมื่อเห็นสมาชิกที่อยู่ในการปกครองดูแลของตนกำลังประพฤติการอันควรเว้นหรือเว้นการอันควรประพฤติ ก็มิได้อยู่นิ่งเฉย หรือออกมาปกป้องแบบช่วยคนผิด หากแต่ -

๑ ตชฺเชนฺโต = ทำให้กลัว, ขู่; ดุด่า, ว่ากล่าว (to frighten, threaten; curse, rail against)

๒ ปณาเมนฺโต = คัดออก, ขับออก, ไล่ออก (to make go away, to turn someone away, give leave, dismiss) หมายถึงทำให้หมดสิทธิ์บางอย่างที่สมาชิกปกติจะพึงได้รับ

๓ ทณฺฑกมฺมํ  กโรนฺโต = ทำทัณฑกรรม คือลงโทษตามวิธีการของอารยชน เช่นให้ทำงานหนัก ให้บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

๔ วิหารา  นีหรนฺโต = ไล่ออกจากสำนัก ในกรณีที่เห็นว่าเหลือขอจริงๆ ศิษย์เหลือขอบางคนพอถูกไล่ออกแล้วเกิดสำนึกผิด กลับตัวเป็นคนดีได้ก็มี

การกระทำทั้งปวงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการ “สิกฺขาเปติ” แปลตรงตัวว่า “ให้การศึกษา” คือให้สำเหนียกสำนึกในการที่จะศึกษาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้นเจริญขึ้น มิใช่เคียดแค้นชิงชังตั้งใจจะทำลายให้ย่อยยับ

เมื่อถูกขนาบเช่นนั้นแล้ว ใครอดทนได้ ตั้งใจพัฒนาตนเองไม่ท้อถอย ก็จะประสบความสำเร็จคือบรรลุมรรคผลหรือคุณธรรมชั้นใดชั้นหนึ่งอันเป็นจุดหมายที่ถูกต้องของผู้ที่เข้ามาอยู่ในพระศาสนานี้

-------------

สมมุติว่าคุณมีเพื่อนสองคน 

วันหนึ่งคุณกำลังเดินไปกับเพื่อนคนหนึ่ง

อีกวันหนึ่งคุณก็กำลังเดินไปกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง

เพื่อนทั้งสองคนนี้รู้ดีว่า อีกไม่กี่ก้าวที่คุณกำลังจะย่างไปนั้นคุณจะตกเหว

ต่อไปนี้เป็นภาพสมมุติ

ภาพที่ ๑

คุณเดินไปกับเพื่อนคนหนึ่งใน ๒ คนนั้น 

เพื่อนคนนี้ร้องเอะอะโวยวาย ฉุดกระชากลากคุณออกมาจากทางนั้น รวมทั้งอาจจะตบคุณเข้าอีกสองฉาดแล้วด่าเอ็ดตะโร

ภาพที่ ๒

คุณเดินไปกับเพื่อนอีกคนหนึ่งใน ๒ คนนั้น 

เพื่อนคนนี้ปล่อยให้คุณเดินต่อไปอย่างสงบเงียบเรียบร้อย

เพื่อนสองคนนี้ คนไหนเป็นเพื่อนแท้?

(ถ้าคุณเดินไปกับเพื่อนคนหลังนี่ละก็...

คุณไม่มีโอกาสได้กลับมาตอบคำถามนี้หรอกครับ)

-------------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๑๓ มีนาคม ๒๕๖๖

๑๐:๐๗

 

[full-post]

คนไหนเป็นเพื่อนแท้ (๓)

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.