ทำอะไรต้องมีคนเห็น
----------------------
ประโยคทวินัย
ถ้าพูดว่า “ออกสื่อ” คนสมัยนี้คงเข้าใจตรงกันว่า คือการที่ใครทำกิจกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วมีสื่อมวลชนมาถ่ายรูปเอาไปออกข่าว
การออกสื่อน่าจะเป็นค่านิยมหรือวัฒนธรรมอะไรอย่างหนึ่งไปแล้วของคนสมัยนี้ โดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับผู้คนหรือต้องปรากฏตัวในสังคมอยู่เสมอๆ
สมัยก่อน การออกสื่อนิยมทำกันในหมู่พวกที่เราเรียกกันว่า “ดารา” ซึ่งก็เป็นธรรมชาติธรรมดาของคนที่มีอาชีพเช่นนั้น แต่เวลานี้ดูจะแพร่ไปหมดแทบทุกวงการ
.................................................
ประจักษ์พยานที่แสดงว่าคนเดี๋ยวนี้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของการออกสื่อก็คือ เวลาถ่ายรูปการมอบสิ่งของให้กัน แทนที่ผู้มอบและผู้รับจะมองหน้ากันและกัน ก็กลับเป็นหันไปมองกล้องถ่ายรูป
.................................................
ใครจะว่าอย่างไรก็ว่าไป แต่ผมว่าเป็นกิริยาที่วิปริตที่สุด
สิ่งที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือ ค่านิยม-ทำกิจกรรมกิจการอะไรต้องทำให้คนเห็น
ความจริง เรารู้จักคำว่า “โฆษณาประชาสัมพันธ์” กันมานานแล้ว รู้จักกันดีจนถึงกับจัดเป็นศาสตร์ชนิดหนึ่ง แต่หลักของการโฆษณาประชาสัมพันธ์-ตามความเข้าใจของผม-อยู่ที่มีเหตุการณ์หรือมีคนทำอะไรขึ้นมา ก็ตามไปดูแล้วเอามาบอกกล่าวแก่ประชาชน
หมายความว่า คนทำเขาทำของเขาไปตามปกติ จะมีใครมาดูมาเห็นหรือไม่มีเขาก็ทำอยู่แล้ว
แต่เพราะอิทธิพลของการออกสื่อเข้าครอบงำ เวลานี้แม้งานที่เคยทำเพื่องาน ก็กลายเป็นทำเพื่อออกสื่อหรือทำเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
หนักๆ เข้าแม้งานบริหารบ้านเมืองก็มีคนเอามาทำ-หรือเข้าไปทำ-เพียงเพื่อออกสื่อ พอถ่ายรูปเสร็จก็เลิก
ถ้าดูที่นักการเมืองจะเห็นชัดที่สุด
คนพวกนี้จะเป็นมนุษย์สองหน้า เวลาจะทำเพื่อให้คนเห็นหรือทำในขณะที่มีคนเห็นจะดูดีไปหมด - ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
แต่ถ้าใครตามไปดูเวลาเขาคุยกันในวงข้าววงเหล้าในหมู่พวกเขาเองในเขตปลอดสื่อ จะเห็นตัวจริงของเขาว่า-ทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องของตัวเองทั้งสิ้น
ที่น่าสงสารก็คือ ประชาชนส่วนใหญ่มีโอกาสได้รู้ได้เห็นก็เฉพาะภาพที่เป็นเพียงการแสดงบนเวทีเท่านั้น แล้วก็พากันชอบหรือชังตามอิทธิพลของภาพที่ได้เห็น โดยไม่มีโอกาสได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของคนพวกนี้เป็นอย่างไร
เวลานี้ผมรู้สึกว่า ไม่ใช่เฉพาะในหมู่นักการเมืองเท่านั้นที่ถูกครอบงำด้วยคติ “ทำอะไรต้องมีคนเห็น” แต่ในสังคมทั่วไปก็เป็นอย่างนั้นกันไปหมด จนยากที่จะรู้ได้ว่าอะไรเป็นการทำเพื่องาน และอะไรเป็นการทำเพื่อให้คนเห็น
........................
ในพระพุทธคุณที่บัณฑิตประมวลสรุปไว้ ๙ บท มีบทหนึ่งว่า “อรหํ” เราแปลกันทั่วไปว่า “ทรงเป็นพระอรหันต์”
เราส่วนมากไม่ค่อยได้คิดว่า แล้ว “อรหันต์” แปลว่าอะไร
ในคัมภีร์ท่านไขความไว้ว่า ผู้ที่ได้นามว่า อรหํ - พระอรหันต์ เพราะเหตุดังต่อไปนี้ -
(๑) อารกตฺตา เพราะเป็นผู้ไกลจากกิเลส
(๒) อรีนํ หตตฺตา เพราะกำจัดข้าศึกคือกิเลสทั้งหลายเสียได้
(๓) อรานํ หตตฺตา เพราะทำลายซี่กำแห่งวงล้อคือการเวียนตายเวียนเกิดเสียได้
(๔) ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา เพราะเป็นผู้ควรรับของถวายมีปัจจัยสี่เป็นต้น
(๕) ปาปกรเณ รหาภาวา เพราะไม่มีที่ลับในอันที่จะทำชั่ว
ข้อสุดท้าย-เพราะไม่มีที่ลับในอันที่จะทำชั่ว-นี่แหละที่อยากจะให้พิจารณาเป็นพิเศษ
พระอรหันต์ไม่มีความลับที่จะต้องปิดบังใครๆ หรือที่ต้องกลัวว่าจะมีใครเอาไปเปิดโปง ต่อหน้าอย่างไร ลับหลังก็อย่างนั้น
ในคัมภีร์ท่านขยายความไว้ซึ่งผมขออนุญาตถอดความด้วยสำนวนของผมเองว่า -
.................................................
บรรดามนุษย์ที่วางมาดให้ผู้คนเห็นอยู่ในสังคมนั้นไม่มีใครกล้าทำอะไรที่ไม่ดีต่อหน้าสาธารณชน แต่เมื่ออยู่ในหมู่พวกของตัวหรือเมื่ออยู่ในที่ปลอดสายตาคนหรือปลอดสื่อ อะไรๆ ที่ไม่ดีหรือที่เปิดเผยไม่ได้ คนพวกนี้สามารถทำได้ทุกอย่าง
.................................................
ผมอยากเห็นคนที่ทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม-โดยเฉพาะพวกที่อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง-มีคุณสมบัติของพระอรหันต์ข้อสุดท้ายนี่สักข้อหนึ่ง นั่นคือ ไม่มีความลับที่จะต้องปิดบังใครๆ หรือที่ต้องกลัวว่าจะมีใครเอาไปเปิดโปง ต่อหน้าอย่างไร ลับหลังก็อย่างนั้น พูดกับประชาชนว่าอย่างไร พูดกับพรรคพวกในวงข้าววงเหล้าก็อย่างนั้น
........................
“ทำอะไรต้องมีคนเห็น” เป็นประโยคทวินัย คือมีนัย ๒ อย่าง
นัยหนึ่ง - ทำอะไรต้องออกสื่อ ต้องได้หน้า ต้องมีคนเห็น ถ้าไม่มีคนเห็น กูไม่ทำ
อีกนัยหนึ่ง - อะไรที่เป็นหน้าที่ หรือเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ต่อสังคม ต่อประเทศชาติ วันนี้ไม่มีคนเห็น แต่ถ้าโลกยังไม่ว่างจากคน วันหนึ่งก็จะต้องมีคนเห็นจนได้ เพราะฉะนั้น วันนี้ใครจะเห็นหรือไม่เห็น กูก็จะทำ
ท่านจะเลือกนัยไหน?
-----------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒ มีนาคม ๒๕๖๖

๑๑:๓๘ 

[full-post]

ทำอะไรต้องมีคนเห็น

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.