ขอถวายกำลังใจแก่พระที่ยังเป็นปุถุชน (๑)
--------------------
ญาติมิตรคงเคยได้เห็นภาพพระกราบแม่ และพระปรนนิบัติแม่ด้วยการอาบน้ำถูตัว ป้อนน้ำป้อนข้าว แบบเดียวกับที่ลูกที่ดีทั้งหลายจะพึงปฏิบัติต่อแม่
ควบคู่มากับภาพเช่นนั้นก็คือการแสดงความคิดเห็นที่เยื้องแย้งกัน
เยื้องแย้งกันว่า พระทำเช่นนั้นได้หรือ
บ้างก็ว่าได้ บ้างก็ว่าไม่ได้
เท่าที่สังเกต ส่วนใหญ่เป็นการแสดงความคิดเห็นตามความเข้าใจส่วนตัวหรือตามความรู้สึก
เมื่อเป็นความเข้าใจส่วนตัวหรือเป็นความรู้สึก เรื่องก็ไม่จบ
เพราะความเข้าใจส่วนตัวและความรู้สึกเป็นเรื่องที่หาจุดจบไม่ได้
แต่ความประพฤติปฏิบัติทั้งปวงของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาเถรวาทนั้นมีจุดที่จบได้ คือยุติได้
ไม่ใช่ยุติด้วยความเข้าใจส่วนตัวหรือด้วยความรู้สึก
แต่ยุติด้วยหลักพระธรรมวินัย
.....................
ปัญหาใหญ่หลวงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมชาวพุทธเมืองไทยเวลานี้ก็คือ ชาวพุทธไม่ศึกษาพระธรรมวินัย
เมื่อไม่ศึกษา ก็ไม่รู้
เมื่อไม่รู้ ก็ไม่มีหลัก
เมื่อไม่มีหลัก ก็ต่างคนต่างคิดต่างทำ ที่เรียกว่า-สะเปะสะปะ
ไม่ได้คิดและทำตามหลักคือพระธรรมวินัย
แต่คิดและทำตามที่ตนเข้าใจ หรือตามที่ตนพอใจ
คนที่ได้มารู้มาเห็นความประพฤติหรือการกระทำเช่นนั้น ก็ไม่มีความรู้หลักพระธรรมวินัยที่จะตัดสินว่าถูกหรือผิดอย่างไร
จะศรัทธาหรือไม่ศรัทธา เห็นดีงามด้วยหรือไม่เห็นดีงามด้วย จะเห็นว่าถูกหรือเห็นว่าผิด ก็ใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่ตั้ง
และแสดงความคิดเห็นไปตามความรู้สึก ดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วไป
เราจึงห่างไกลพระธรรมวินัยออกไปเรื่อยๆ
.....................
ชาวพุทธบางส่วนไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยโดยตรง แต่ใช้วิธีสืบทอดจากครูบาอาจารย์
ครูบาอาจารย์สอนอย่างไร ปฏิบัติอย่างไร ก็ทำตามนั้น
ไม่ฉงนสนใจว่าจะผิดหรือถูกตามพระธรรมวินัยหรือไม่
คงอ้างแต่เพียงว่า-อาจารย์ของข้าพเจ้าสอนมาอย่างนี้
สำนักของข้าพเจ้าปฏิบัติกันมาอย่างนี้
พระธรรมวินัยจะว่าอย่างไรข้าพเจ้าไม่สนใจ
ข้าพเจ้าสนใจแต่เรื่องที่อาจารย์ของข้าพเจ้าว่าอย่างไรเท่านั้น
.....................
เวลานี้มีอีกจำพวกหนึ่งที่เริ่มเสนอความคิดออกมาหนาหูหนาตาขึ้นว่า พระก็คือปุถุชน เพราะฉะนั้น ใครที่มองพระ อย่าหลับหูหลับตาท่องแต่คำว่าพระธรรมวินัยลูกเดียว
ควรพิจารณาด้วยว่า ปุถุชนปฏิบัติตามพระธรรมวินัยได้แค่ไหน
โลกเปลี่ยนไปแล้ว อย่ามาเกณฑ์ให้พระปฏิบัติตามพระธรรมวินัยแบบไม่ลืมหูลืมตา
มีท่านผู้หนึ่งประกาศว่า ท่านนับถือพระในแบบที่เป็นพระปุถุชน จึงไม่เกณฑ์ให้พระต้องทำตนอย่างพระอริยะ
แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า ศีล ๒๒๗ ข้อ พระท่านจะละเมิดไปสักกี่ข้อก็จะเป็นไรไป
พระทำอะไรไม่ตรงกับพระธรรมวินัยไปบ้าง ก็จะเป็นไรไป
เพราะพระก็ยังเป็นปุถุชน
.....................
เป็นอันสรุปได้ว่า
๑ ชาวพุทธไม่เรียนไม่รู้พระธรรมวินัย จะว่าไม่รับรู้พระธรรมวินัยก็คงได้ แต่เอาความเข้าใจและความพอใจส่วนตัวตัดสินปัญหา
๒ แม้จะเรียนรู้พระธรรมวินัย แต่ก็เห็นว่าไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามไปเสียทุกเรื่อง
ญาติมิตรคิดกันอย่างไรครับ?
---------------------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๔ มีนาคม ๒๕๖๖
๑๔:๐๖
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ