สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


ปราชญ์ผู้รู้ท่านกล่าวว่าจะเห็นพระมหาบริสุทธิคุณได้อย่างซาบซี้งในพระวินัยปีฎกอันเป็นศีลสิกขาบทที่ทรงบัญญัติขึ้นสำหรับพระภิกษุและพระภิกษุณี

   แน่นอนว่า จิตที่ล่วงละเมิดศีลสิกขาบทเกิดเป็นอาบัติได้  มี 32 ดวงเท่านั้น คือ กามาวจรกุศลจิต 8 ดวง, อกุศลจิต 12 ดวง, กามาวจรกิริยาจิต 10 ดวง ( มหากามาวจรกิริยา 8 ดวง+ปัญจทวาราวัชชนจิต 1 ดวง+มโนทวาราวัชชนจิต 1 ดวง) และอภิญญาจิต 2 ดวง คือ กุศลอภิญญาจิต 1 ดวง และกิริยาอภิญญาจิต 1  ดวง

(วิ.อฏ. มจร.1/66/291)

      สำหรับเพศฆรวาสไม่ได้ถือศีลสิกขาบท จิตที่ล่วงละเมิดศีลมีได้ 14 ดวง คือ อกุศลจิต 12 ดวง (โลภมูลจิต 8 ดวง, โทสมูลจิต 2 ดวง,โมหมูลจิต 2 ดวง) และกิริยาปัญจทวาราวัชชนจิตในฐานะเป็นปัญจทวารให้อโยนิโสมนสิการเกิดขณะรรับอารมณ์ในชวนะทางปัญจทวาร, กิริยามโนทวาราวัชชนจิตในฐานะะเป็นมโนทวารให้อโยนิโสมนสิการเกิดขณะรับอารมณ์ในชวนะทาง มโนทวารส่วนพระโสดาบันเพศฆรวาสและพระสกทาคามีเพศฆรวาสลดโลภทิฏฐิวิปปยุตตจิตไปหนึ่งดวง เหตุเพราะโสดาปัตติมรรคละได้แล้ว,พระอนาคามีเพศฆรวาสลด  โทสมูลจิตไป 2 ดวง เหตุ

เพราะอนาคามีมรรคละได้แล้ว ส่วนพระอรหันต์เพศฆรวาสไม่มี เพราะสิ้นกิเลสแล้วต้องดำรงอยู่ในเพศนักบวชเท่านั้น

   เพศภิกษุที่เเป็นปุถุชน

มีจำนวนจิตที่ล่วงละเมิดศีลสิกขาบทที่ต้องรักษาเพิ่มขึ้นอีก คือ กามาวจรกุศลจิต 8 ดวง รวมเป็น

22 ดวง (อกุศลจิต 12  ดวง+กิริยาปัญจทวาราวัชชนจิต 1 ดวง+กิริยามโนทวาราวัชชนจิต 1 ดวง+กามาวจรกุศลจิต 8 ดวง=22 ดวง) พระโสดาบันเพศภิกษุ และพระสกทาคามีเพศภิกษุลดจากพระปุถุชนเพศภิกษุไป 1 ดวง คือ โลภทิฏฐิวิปปยุตตจิต (=21 ดวง)พระอนาคามีเพศภิกษุลดจากพระปุถุชนเพศภิกษุไป 3 ดวง คือ

โลภทิฏฐิวิปปยุตตจิต 1

ดวง และโทสมูลจิต 2 ดวง (=19 ดวง) พระอรหันต์มีเพศเป็นพระนักบวชอย่างเดียว คือ เป็นพระภิกษุและพระภิกษุณี เพราะศาสนาอื่นไม่มีมรรคพรหมจรรย์(=กิริยาจิต 10 คือ มหากิริยาจิต 8 ดวง+กิริยาปัญจทวาราวัชชนจิต 1 ดวง+มโนทวาราวัชชนจิต 1 ดวง)

   จากความเป็นเหตุเป็นผลกันระหว่าง เพศกับบุคคลที่ถือศีลสิกขาบทและจำนวนจิตที่ล่วงละเมิดศีลสิกขาบทนั้น เพื่อนสหธรรมิกก็จะทราบความเป็นไปได้ว่า ทำไม พระอริยเพศฆรวาสจึงต้องไหว้พระปุถุชนเพศพระภิกษุ

   ถามว่าศีลสิกขาบททำให้เพศเป็นเพศที่ประเสริฐ เป็นเพศที่อุดมได้เพราะเหตุไร?

   ตอบว่าเป็นศีลที่ทำให้เพศที่รักษาปิดกั้นความเสียหายและความผิดพลาดได้ ไม่เว้นแม้นแต่มหากุศลจิต(กามาวจรกุศลจิต) 8 ดวง และมหากิริยาจิต 8 ดวงซึ่งเป็นจิตของพระอรหันต์ที่มีสติสมบูรณ์แล้วก็ตาม เหมือนยาดีที่รักษาโรคได้ ถ้าใช้ไม่พอเหมาะ แทนที่โรคจะหาย กลับสร้างความเสียหายให้เกิดแก่ร่างกายได้ หรือใช้ไม่ตรงต่อโรคและอาการของโลกก็จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้

   ถามว่า 1.องค์ประกอบที่ทำศีลสิกขาบทเสียหาย คืออะไร? 2.องค์ประกอบที่ทำให้ศีลสิกขาบทผิดพลาด คืออะไร?

   ตอบว่า 1.องค์ประกอบที่ทำให้ศีลสิกขาบทเสียหาย คือ

         1.1.สาตถกสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการจัดการประโยชน์แห่งศีลสิกขาบทนั้นๆ

         1.2.สัปปายสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการจัดการความเหมาะสมแห่งศีลสิกขาบทนั้นๆ

   กล่าวคือองค์ประกอบทั้งสองต้องมีครบ ขาดองค์ใดองค์หนึ่งไป การจัดการศีลสิกขาบทนั้นๆก็จะเสียหาย

   2.องค์ประกอบที่ทำให้ศีลสิกขาบทผิดพลาด คือ

       2.1.โคจรสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการบริหารเรื่องแห่งศีลสิกขาบทนั้นๆ

       2.2.อสัมโมหสัมปชัญญะ ความรอบคอบในการบริหารประเด็นแห่งศีลสิกขาบทนั้นๆ

   กล่าวคือ องค์ประกอบทั้งสองต้องมีครบ หากขาดองค์ใดองค์หนึ่งไป การบริหารศีลสิกขาบทนั้นๆก็จะผิดพลาด

   ความว่า พระภิกษุต้องมีตถาคตโพธิศรัทธาที่เกิดจากความเข้าใจสัมปชัญญะ 4 ดีนั่นเอง พระภิกษุรูปนั้นจึงจะยินดีรักษาศีลสิกขาบทอันเป็นพระบัญญัติของพระพุทธองค์ เพื่อประโยชน์แก่การปิดกั้นความเสียหายและความผิดพลาดต่อการบรรลุมรรคผลแห่งพุทธสาวกนั่นแล

(นิสสยอักษรปัลลวะและอักษรสิงหล)

 

[full-post]

เห็นพระมหาบริสุทธิคุณได้ในพระวินัยปีฎก

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.