อาจารย์สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
คัมภีร์วิมานวัตถุกับคัมภีร์เปตวัตถุเป็นไฉน ?
อเหตุกกิริยาจิต(หสิตุปปาทจิต)กับสเหตุกกิริยาจิต(มหากิริยาโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง) ซึ่งต่างก็เป็นจิตยิ้มของพระอรหันต์ อาการรับรู้อารมณ์ต่างกันเป็นไฉน ?
ทำไมคัมภีร์ทั้ง 2 คือ วิมานวัตถุ กับเปตวัตถุ ท่านโปราณาจารย์ จึงนิยมแสดงเป็นคู่กัน ?
ปุถุชนยิ้มหัวเราะด้วยจิต 8 ดวง ดวงใดดวงหนึ่ง คือ โลภโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง มหากุศลโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง รวม 8 ดวง พระเสกขบุคคลยิ้มหัวเราะด้วยจิต 6 ดวง ดวงใดดวงหนี่ง คือ โลภโสมนัสสสทิฏฐิคตวิปปยุตตจิต 2 ดวง มหากุศลโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง รวม 6 ดวง พระอรหันต์ยิ้มด้วยจิต 5 ดวง ดวงใดดวงหนึ่ง คือ หสิตุปปาทจิต 1 ดวง มหากิริยาโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง รวมเป็น 5 ดวง ดังนั้นขอบเขตอารมณ์และอาการความรู้สึกจึงมีส่วนต่างกันแน่นอน เช่นปุถุชนอารมณ์ย่อมวิกัปด้วยโลภโสมนัสสสหคตจิต 4 ดวง เป็นต้นว่าชื่นชอบกลิ่นรองเท้าอับชื่น พระเสกขบุคคลกับพระอเสกขบุคคลย่อมไม่มีอารมณ์วิกัปเช่นนั้นเหตุเพราะละทิฏฐิดังกล่าวด้วยโสดาปัตติมรรคแล้วนั่นเอง
มหากิริยาโสมนัสสจิต ตามปกติมีอารมณ์เป็น โอฬาริกอารมณ์(อารมณ์หยาบ)เว้นแต่ขณะทำหน้าที่ปัจจเวกขณะ จึงจะมีอารมณ์เป็นอโนฬาริกอารมณ์(อารมณ์ละเอียดปราณีต) ส่วนหสิตุปปาทจิต มีอารมณ์เป็นอโนฬาริกอารมณ์อย่างเดียว เช่นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา เห็นสัตว์บางเหล่าต้องทนทุกขเวทนา ด้วยผลแห่งกรรมของตน เช่นเปรตที่ไฟกำลังไหม้อยู่ หรือเห็นสัตว์บางเหล่าที่จะต้องรับกรรมของตนในอนาคตกาล เช่นเห็นเทวดาและนางฟ้า กำลังหลงระเริงด้วยกามคุณอารมณ์เป็นต้น ท่านก็รู้ว่าฐานะอย่างนั้นย่อมไม่มีแก่ท่านแล้ว หสิตุปปาทจิตก็เกิดขึ้น ส่วนพระอรหันต์ผู้ไม่ได้อภิญญา เมื่อท่านได้เห็นเหล่าพระภิกษุปุถุชนกล่าวคำเยื้อแย่งอาหารกันเป็นต้นว่า จงให้เราและอุปัชฌาย์อาจารย์ของเราก่อนเถิด ท่านก็รู้ว่าฐานะที่กิเลสครอบงำอย่างนั้นไม่มีแก่ท่านแล้ว หสิตุปปาทก็เกิดขึ้น
ระหว่างสเหตุกกิริยาจิต 4 ดวง กับอเหตุกหสิตุปปาทจิต จึงต่างกันที่มีอารมณ์เป็นอโนฬาริก(อารมณ์ละเอียดปราณีต)แน่นอน กับไม่แน่นอน ดังนั้นความตระหนักจึงต่างกัน ด้วยอาการรับอารมณ์ กับด้วยอาการดีใจว่า สภาพที่เลวร้ายไม่น่ายินดีที่ต้องเกิดเป็นเปรต กับสภาพที่น่าภิรมณ์ที่ได้วิมานทิพย์จักไม่มีแก่ท่านแน่นอน เหตเพราะสิ้นกิเลสแล้ว อารมณ์ที่น่ายินร้ายและน่ายินดีจึงไม่มีต่อท่าน อารมณ์ของหสิตุปปาทจิตจึงเป็นไปได้ทั้งที่น่ายินดี และทั้งที่น่ายินร้ายเสมอเหมือนกัน ท่านโบราณาจารย์จึงนิยมแสดงคัมภีร์วิมานวัตถุ กับเปตวัตถุในคราวเดียวกัน เพราะหสิตุปปาทจิตมีอารมณ์ที่น่ายินดียินร้ายเสมอกัน โดยคัมภีร์วิมานวัตถุ มี โครงสร้าง ประกอบด้วยเรื่องวิมานของเหล่าเทพบุตร มี 3 วรรค และเหล่าเทพธิดา มี 4 วรรค อันเป็นทิพยสมบัติที่เกิดจากบุญ ส่วนโครงสร้างคัมภีร์เปตวัตถุ ประกอบด้วยเรื่องผลปุพกรรมชั่วที่เหล่าเปรตได้กระทำไว้ มึ 3 วรรค 51 เรื่อง ซึ่งเมื่อเข้าใจสภาวะหสิตุปปาทจิตดี แม้จะสลับอ่านไปมาระหว่างคัมภีร์ทั้งสองท่านก็จะไม่สับสน
(สาระความเนื่องกันระหว่างคัมภีร์ทั้งสองกับหสิตุปปาทจิต จากคัมภีร์ นิสสยะ อักษรปัลลวะ อักษรสิงหล)
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ