ปริยัติเป็นแผนที่

บ่งบอกลายแทงให้เข้าถึงการประพฤติพระวินัยและการปฏิบัติกรรมฐานได้จริงหรือ ?

    ในเมื่อการประพฤติและการปฏิบัติล้วนเนื่องอยู่กับวิญญัติที่แสดงออกทางกาย และทางวาจา วิญญัติจึงสำคัญเป็นไฉน? วิญญัติ มี กี่ประเภท ? ท่านพึงใช้วิญญัติประเภทไหนเวลาใด ?

     คำว่า " วิญญัติ "  มีวจนัตถะ ว่า อธิปฺปายํ วิญญาเปตีติ วิญฺญติ  แปลว่า รูป(สภาวะ)ที่บ่งบอกให้รู้ความประสงค์ เรียกว่า วิญญัติ มี 2 รูป คือ 

      1.) กายวิญญัตติรูป มี ลักษณะเฉพาะ ดังนี้

          วิญญาปน ลกฺขณํ  มีการ บ่งบอกให้รู้ความหมาย เป็น ลักษณะ

          อธิปฺปายปกาสน รสํ  มีการประกาศความหมายให้รู้เป็นกิจ

          กายวิปฺผนฺทนเหตุภาว ปจฺจุฐานํ  มีเหตุให้กายแปรเปลี่ยนไป เป็นผลปรากฏ

          จิตฺตสมุฏฐานวาโยธาตุ ปทฏฐานํ  มีวาโยธาตุที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นเหตุใกล้

 กายวิญญัตติรูป จำแนก โดยความจงใจให้รู้ความมุ่งหมาย มีได้ 2 ประเภท คือ

      1. โพธนกายวิญญัญติ คือ การไหวกายที่จงใจให้ผู้อื่นรู้ความมุ่งหมาย เช่น การกวักมีอเรียก เป็นต้น

      2. ปวัตตนกายวิญญัตติ คือการไหวกายที่สักว่าเป็นไป ไม่จงใจให้ผู้อื่นรู้ความมุ่งหมาย เช่น การเดิน การวิ่ง เป็นต้น แม้ไม่จงใจให้รู้ความมุ่งหมายแต่อย่างใดเลย ถึงกระนั้นผู้อื่นก็รู้ว่า เราเดิน เราวิ่ง

   2.) วจีวิญญัตติรูป มี ลักษณะเฉพาะ ดังนี้

        วิญฺญาปน ลกฺขณํ  มีกา รบ่งบอกให้รู้ความหมาย  เป็นลักษณะ

        อธิปฺปายปกาสน รสํ  มีการประกาศความหมายให้รู้เป็นกิจ

        วจีโฆสเหตุภาว ปจฺจุปฏฺฐานํ  มีเหตุให้เปล่งเสียงคำพูดออกมา  เป็นผลปรากฏ

        จิตฺตสมุฏฺฐานปฐวีธาตุ ปทฏฺฐานํ  มีปฐวีธาตุที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นเหตุใกล้

   วจีวิญญัตติรูป จำแนก โดยความจงใจให้รู้ความมุ่งหมาย มีได้ 2 ประเภท คือ

       1. โพธนวจีวิญญัติ คือ กาากล่าววาจาที่จงใจให้ผู้อื่นรู้ความมุ่งหมาว เช่น การตะโกนเรียก เป็นต้น

       2. ปวัตตนวจีวิญญัติ คือ การสักว่าเปล่งเสียง เช่น เวลาตกใจ เป็นต้น แม้จะไม่มีความมุ่งหมายใดๆเลย ถึงกระนั้นผู้อื่นก็รู้ได้เป็นเสียงตกใจ

      จากเนื้อหาปริยัติที่นำมาแสดงเป็นหลักฐานและเหตุผล ก็จะทราบได้ว่า ทั้งกายวิญญัติ ทั้งวจีวิญญัติ ต่างก็มีทั้งประเภทที่จงใจบอกความมุ่งหมาย(โพธน กายวิญญัติ, โพธนวจีวิญญัติ) ซึ่งมีเจตนาออกหน้าเป็นประธาน และมีทั้งประเภทที่เป็นไปตามธรรมชาติทั่วไปที่เจตนาไม่ออกหน้าทำกิจจัดแจงในคราวนั้นๆ(ปวัตตนกายวิญญัติ, ปวัตตนวจีวิญญัติ) 

      ถามว่า เมื่อวิญญัตติรูป ประเภท โพธนกายวิญญัติ , โพธนวจีวิญญัติ  ซึ่งมีเจตนาออกหน้าทำกิจจัดแจง สักกายทิฎฐิก็เกิดความเข้าใจผิดว่า ตนเป็นผู้เดิน ตนเป็นเป็นผู้พูด เข้าอิงอาศัยการปฏิบัติได้ กับวิญญัติติรูป ประเภท ปวัตตนกายวิญญัติ, ปวัตตนวจีวิญญัติ ซึ่งเป็นวิญญัตติรูปที่เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีการจัดแจงของเจตนาออกหน้าเป็นประธาน แต่เพิ่มโยนิโสมนัสสิการเพื่อป้องกันอัตตวิปัลลาส(สักกายทิฏฐิ)ไม่ให้อิงอาศัยการปฏิบัติได้ ท่านก็จะรู้ได้ว่า วิญญัตติรูปประเภทใดเหมาะสม ทำไมคัมภีร์ปฏิบัติท่านถึงกล่าวเช่นนั้น เมี่อไม่เข้าใจปริยัติดีพอก็เกิดความเห็นต่าง และความขัดแย้งขึ้น เป็นต้นว่า

     มีการสอนการเจริญวิปัสสนากรรมฐานแบบนี้ว่า " แล้วแต่เหตุปัจจัย ทำไม่ได้ ตั้งใจไม่ได้ เพราะทำแล้วจะเป็นอัตตา "

   ถามว่า การกระทำอะไรโดยไม่ตั้งใจ ผลที่ได้จะดีมั้ย ? เช่น

          ทาน การให้ ถ้าไม่ตั้งใจให้ ทานจะสำเร็จได้มั้ย ?

          ศีล ถ้าไม่ตั้งใจรักษา ศีลจะสำเร็จได้ไหม

          สมาธิ ถ้าไม่ตั้งใจเจริญ จิตจะสงบได้มั้ย ?

   กุศลเมื่อจำแนกโดยอาศัยวัฏฏะ มี 2 ประเภท คือ

          1. กุศลที่เป็นไปเพื่อวัฏฏะ ได้แก่กุศลทั่ว ๆ ไป

          2. กุศลที่เป็นไปเพื่อวิวัฏฏะ ได้แก่ การบำเพ็ญบารมี  การเจริญสติปัฏฐาน การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

   ทั้ง 2 ประเภทต่างกันเช่นไร กุศลที่เป็นไปเพื่อวัฏฏะไม่มีการป้องกันวิปัลลาส ส่วนกุศลที่เป็นไปเพื่อวิวัฏฏะมีการป้องกันวิปัลลาส เช่น อัตตวิปัลลาสเป็นต้น ดังนั้นกุศลที่เป็นไปเพื่อวัฏฏะ จึงมีการกระทำ คือการจัดแจง(เจตนา)เป็นประธาน ส่วนกุศลที่เป็นไปเพื่อวิวัฏฏะ จึงมีการวางใจ(โยนิโสมนสิการ)เป็นประธาน หมายความว่าการวางใจได้ถูกต้องนั้นเองเป็นการป้องกันอัตตวิปัลลาส คือวางใจเสมือนดูละคร ไม่ใช่แสดงละครเสียเอง การจัดแจง คือเจตนาจึงพ้นจากอัตตวิปัลลาสได้ คือ เห็นนามรูปเป็นไปตามเหตุปัจจัย ปราศจากตัวตนเข้าไปจัดแจง ปราศจากตัวตนเข้าไปบังคับบัญชา เหมือนเป็นผู้ดูละคร ไม่ใช่ผู้แสดงละครนั่นแล(มหาฎีกาวิสุทธิมรรค,นิสสยอักษรปัลลวะ,อักษรสิงหล,อักษรขอม)

        แม้ในพระวินัย ความต่างกันแห่งกิริยา(กิริยานานตฺต)ในสิกขาบททั้งหลาย ซึ่งมี 5 ประเภท คือ กิริยา 1 อกิริยา 1 กิริยากิริยา 1 สิยา กิริยา สิยา อกิริยา 1 สิยา กิริยา สิยา กิริยากิริยา 1 ก็เป็นเรื่องของวิญญัตติรูปนั่นเอง ซึ่งถ้าเข้าใจปริยัติเรื่องดังกล่าวดี ท่านก็จะเห็นความพริ้วของแต่ละสิกขาบทที่มีสภาววิญญัตติรูปอันมีนัยละเอียดสุขุมลุ่มลึกรองรับ ทำให้ปลื้มปิติเกิดศรัทธาเลื่อมใสใคร่ที่เรียนรู้และฝึกฝน

 

[full-post]

ปริยัติเป็นแผนที่

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.