ศีลมีการจำแนกกี่รูปแบบ?
รูปแบบนั้นๆอาศัยสภาวะอะไรจำแนก?
แต่ละรูปแบบผู้ศึกษาจะมองเห็นแง่มุมในวาระที่ทรงแสดงศีลนั้นๆได้เช่นไรบ้าง?
ศีลมีการจำแนก 3 รูปแบบ คือ
1) รูปแบบที่อาศัยสภาวะลักษณะที่เป็นข้อกำหนดของศีลทุกประเภท(วิเสสนลักษณะ=ลักษณะเฉพาะของศีล)
* รูปแบบนี้จึงแสดงแง่มุมที่เป็นขอบเขตของศีล เช่น พระเทวทัต ทั้งๆที่ได้ฌานอภิญญา พอละโมบโลภมาก คิดจะเป็นใหญ่แทนพระพุทธเจ้า ฌานอภิญญาก็เสื่อมทันที เพราะศีลทั้งหลายมีลักษณะเป็นฐานที่ทรงความดีไว้ได้ และเป็นฐานที่รองรับคุณธรรมที่สูงขึ้นได้ ซึ่งฐานทั้งสองเนื่องกัน เมื่อฐานใดฐานหนึ่งเสียไป ฐานทั้งสองก็ย่อมเสียไปทั้งหมด
2) รูปแบบที่อาศัยสภาวะธรรม(องค์ธรรม)ที่เป็นศีลได้ ซึ่ง มี เจตนาก็เป็นศีลได้(เจตนาศีล) เจตสิกก็เป็นศีลได้(เวรมณีศีล=วิรตี คือ ความงดเว้นทางกายและทางวาจา+ปหานศีลคือ การละได้ทางใจ โดยอาศัยธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกิเลสที่จะละนั้น เช่น เพราะมีเบญจธรรมประจำใจเบญจศีลมีการฆ่าสัตว์เป็นต้นจึงละได้) สังวรก็เป็นศีลได้ คือการสำรวมป้องกัน 5 ประการ เช่น 1.ขันติสังวร คือ การทำใจยอมรับความจริง.ได้=อธิวาสนะ 2.ปาติโมกขสังวร คืิอ สติที่สำรวมความประพฤติทางทวารกรรม 3 ทวาร 3.อินทรีย์สังวร คือ สติที่สำรวมทวารอินทรีย์ 6 ทวาร 4.ปัจจยสันนิสิตสังวร คือ ปัญญาสัมรวมการใช้สอยปัจจัยสี่ 5.อาชีวปาริสุทธิสังวร คือ ความเพียรพยายามดำรงชีวิตความเป็นอยู่อย่างหมดจด ความไม่ก้าวล่วง (อวีติกกมะ)ก็เป็นศีลได้ คือกุศลจิตตุปบาทที่เกิดขึ้นห้ามการก้าวล่วง(อวีติกกมศีล)(วิสุทธิมรรค, ปฏิสัมภิทามรรค)
* รูปแบบนี้จึงแสดงแง่มุมที่เป็นองค์ธรรมของศีล เช่น นายพราณเข้าป่าล่าสัตว์ ตั้งใจยิงสัตว์ให้ตายก็เป็นเรื่องของเจตนาศีลที่เป็นไปทางกาย แต่ถ้าสัตว์ไม่ตายนายพรานไม่เลิกล้มความพยายามมุ่งมั่นที่จะฆ่าให้ได้ การกระทำนั้นก็ล่วงเลยกำลังของเจตนาไป เข้าถึงความพยาบาทที่เกิดขึ้นทางใจเป็นต้น หรือแม้เจตนาก่อนฆ่าไม่มี แต่เพราะไม่ฉลาดในเรื่ององค์ธรรมดังกล่าว ก็ย่อมมีโทษที่ไม่พึงประสงค์ได้ เช่น ขณะปิดหน้าต่างทับจิ้งจกตายก็สะใจสมน้ำหน้าว่า " ไม่ใช่ที่ไม่ใช่ทางเสียหน่อย ตายได้ก็ดี " เจตนาหลังฆ่าก็เกิดขึ้นได้ แม้นำเกิดไม่ได้ก็จริง แต่เจตนาหลังฆ่าก็ให้ผลในปวัตติกาลได้
3) รูปแบบที่อาศัยสภาวะหลักการ ที่เป็นข้อจำแนกศีลเป็นแต่ละประเภท เช่น ใช้หลักการข้อประพฤติปฏิบัติจำแนก ก็จะได้ศีล 2 ประเภท คือ จาริตศีล(ศีลเป็นข้อพึงประพฤติปฏิบัติ) และวาริตศีล(ศีลเป็นข้อห้ามประพฤติปฏิบัติ) เป็นต้น(หลักการที่เป็นข้อจำแนกศีลเป็นแต่ละประเภททั้งหมด 56 ประเภทนั้น เคยโฟสต์แสดงในการประมวลศีลทั้งสิ้น เพื่อนๆที่ประสงค์ทราบรายละเอียด โปรดย้อนกลับไปดูเถิด)
* รูปแบบนี้จึงแสดงแง่มุมที่เป็นหลักการของศีล เช่น อาทิพรหมจริยกศีล(อาชีวัฏฐมกศีล คือ ศีล 8 อันเป็นเบื้องต้นของมรรคพรหมจรรย์ ต่างจากศีล 8(องค์มรรค 8)ในมรรคจิตด้วยหลักการอย่างไร?
ศีล 8 นอกมรรคจิตเกิดได้ทีละข้อ จึงละกิเลสได้เป็นตทังคปหาน ส่วนศีล 8 ในองค์มรรคเกิดได้พร้อมครบทุกข้อ จึงละกิเลสได้เป็นสมุจเฉทปหาน เหตุเพราะได้อาศัยวิสุทธิ 7 เป็นอุปนิสสยปัจจัยนั่นแล
เพื่อนๆที่ประสงค์เข้าถึงความละเอียดสุขุมลุ่มลึกคัมภีรภาพของศีล โปรดใส่ใจการศึกษาทั้ง 3 รูปแบบเถิด ท่านจะเข้าใจได้อย่างซาบซึ้ง โดยไม่ต้องท่องจำเอา หรือแม้นลืมท่านก็ทวนย้อนสภาวะที่เป็นข้อกำหนด, สภาวะที่เป็นองค์ธรรม, สภาวะที่เป็นหลักการ และเหตุผล(ยุติ)พร้อมหลักฐาน(อาคม)ที่ทรงแสดงไว้ดุจได้ฟังจากพระโอษฐ์แล
(สาระการศึกษาศีลสิกขาจากคัมภีร์นิสสยะอักษรปัลลวะ และอักษรสิงหล)

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ