ปาฬิศัพทศาสตร์
ทำไมพระผู้มีพระภาคเจ้า
จึงทรงแสดงธรรมอย่างหนึ่ง
โดยใช้ศัพท์ "ไวพจน์" จำนวนมาก ?
.....ศัพท์ "ไวพจน์" คือ ศัพท์ที่สื่อความหมายถึงสิ่งเดียวกัน (ใช้แทนกันได้) แต่มีรูปศัพท์ (ธาตุ+ปัจจย) และรูปวิเคราะห์ (วิคฺคห/วจนตฺถ; มุมมองของความหมายจากรากศัพท์) ที่ต่างกัน แผลงมาจากรูปบาฬีว่า "เววจน"[1] โดยมี "ปริยาย" ศัพท์ เป็นศัพท์ไวพจน์ (เววจน=ปริยาย)[2]
.....การใช้ศัพท์ไวพจน์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีประโยชน์ ๘ ประการ ดังคัมภีร์อรรถกถาเนตติปกรณ์แสดงไว้ดังนี้;
.....(๑) ทำให้บุคคลบางคนเข้าใจข้อความนั้น ในเวลาแสดงธรรมและในเวลานึกทบทวน
.....(๒) ทำให้คนที่มีจิตฟุ้งซ่านคิดเรื่องอื่นอยู่ในขณะฟังธรรม ได้เข้าใจเนื้อความโดยใช้ศัพท์อื่น
.....(๓) ทำให้ผู้ที่มีปัญญาน้อย ไม่สับสนในการกำหนดรู้ความหมายของพระดำรัส
.....(๔) หลีกเลี่ยงการคิดถึงความหมายอื่น เพราะศัพท์ที่เหมือนกันมีหลายความหมาย
.....(๕) แสดงความหมายนั้นๆ ด้วยความหมายรู้นั้นๆ จำนวนมาก (แสดงความหมายสิ่งหนึ่ง ด้วยศัพท์หลายศัพท์) เหมือนในคัมภีร์นิฆัณฑุ (อภิธานัปปทีปิกา)
.....(๖) ทำให้ผู้แสดงธรรม สามารถแสดงให้ผู้ฟังเข้าใจความหมายของพระบาฬีได้ง่าย
.....(๗) แสดงความเป็นผู้บรรลุธรรมปฏิสัมภิทา (แตกฉานในเหตุ) และนิรุตติปฏิสัมภิทา (แตกฉานในภาษาแสดงธรรม) ของพระองค์เอง
.....(๘) หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งปฏิสัมภิทาญาณทั้งสองนั้นแก่เวไนยชน (ชนผู้ควรแนะนำ)
ข้อความอรรถกถาบาฬี
และแปลยกศัพท์
.....กสฺมา ปน ภควา เอกํ ธมฺมํ อเนกปริยาเยหิ นิทฺทิสตีติ ? วุจฺจเต –
.....(ปุจฺฉา) อ.การถาม (ปณฺฑิเตน) อันบัณฑิต วุจฺจเต ย่อมกล่าว อิติ ว่า ปน ก็ กสฺมา เพราะเหตุใด ภควา อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า นิทฺทิสติ ย่อมทรงแสดง เอกํ ธมฺมํ ซึ่งธรรม อย่างหนึ่ง อเนกปริยาเยหิ ด้วยไวพจน์มิใช่อย่างหนึ่ง. อิติ ดังนี้.
.....เทสนากาเล อายติญฺจ กสฺสจิ กถญฺจิ ตทตฺถปฏิโพโธ สิยาติ ปริยายวจนํ.
.....(วิสชฺชนา) อ.การแก้ (อฏฺฐกถาจริเยน) อันพระอรรถกถาจารย์ (วุจฺจเต) ย่อมกล่าว (อิติ) ว่า ตทตฺถปฏิโพโธ อ.การรู้เฉพาะซึ่งเนื้อความแห่งพระดำรัสนั้น สิยา พึงมี กสฺสจิ (ปุคฺคลสฺส) แก่บุคคล บางคน กถญฺจิ โดยประการใดประการหนึ่ง เทสนากาเล ในกาลแห่งการเทศนา จ ด้วย อายตึ ในกาลต่อไป (จ) ด้วย อิติ เพราะเหตุนั้น (ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์.
.....ตสฺมึ ขเณ วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ อญฺญวิหิตานํ อญฺเญน ปริยาเยน ตทตฺถาวโพธนตฺถํ ปริยายวจนํ.
.....(ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ ตทตฺถาวโพธนตฺถํ เพื่อประโยชน์แก่การรู้ซึ่งเนื้อความแห่งพระดำรัสนั้น (ปุคฺคลานํ) ของบุคคล ท. วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ ผู้มีจิตอันฟุ้งซ่านแล้ว อญฺญวิหิตานํ ผู้คิดแล้วซึ่งเรื่องอื่น ตสฺมึ ขเณ ในขณะนั้น อญฺเญน ปริยาเยน ด้วยไวพจน์ อย่างอื่น.
.....เตเนว ปเทน ปุน วจเน, ตทญฺเญสํ ตตฺถ อธิคตตา สิยาติ มนฺทพุทฺธีนํ ปุนปฺปุนํ ตทตฺถสลฺลกฺขเณ อสมฺโมสนตฺถํ ปริยายวจนํ.
.....วจเน ครั้นเมื่อพระดำรัส (สติ) มีอยู่ เตน ปเทน ด้วยบท นั้น ปุน อีก เอว นั่นเทียว, (ปุคฺคลสฺส) อธิคตตา อ.ความเป็น-แห่งบุคคล-ผู้รู้แล้ว ตตฺถ (วจเน) ในคำ นั้น สิยา พึงมี ตทญฺเญสํ (ปุคฺคลานํ) แก่บุคคล ท. เหล่าอื่นจากผู้มีจิตฟุ้งซ่านเป็นต้นนั้น อิติ เพราะเหตุนั้น (ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ อสมฺโมสนตฺถํ เพื่อประโยชน์แก่ความไม่หลง ตทตฺถสลฺลกฺขเณ ในการกำหนดด้วยดีซึ่งเนื้อความแห่งพระดำรัสนั้น ปุนปฺปุนํ บ่อยๆ มนฺทพุทฺธีนํ (ปุคฺคลานํ) ของบุคคล ท. ผู้รู้ช้า.
.....อเนเกปิ อตฺถา สมานพฺยญฺชนา โหนฺตีติ ยา อตฺถนฺตรปริกปฺปนา สิยา, ตสฺสา ปริวชฺชนตฺถมฺปิ ปริยายวจนํ.
.....อตฺถา อ.เนื้อความ อเนเกปิ แม้มีมาก สมานพฺยญฺชนา เป็นเนื้อความอันมีพยัญชนะอันเหมือนกัน โหนฺติ ย่อมมี อิติ เพราะเหตุนั้น ยา อตฺถนฺตรปริกปฺปนา อ.การดำริซึ่งเนื้อความอันเป็นอื่น ใด สิยา พึงมี, (ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ ปริวชฺชนตฺถมฺปิ แม้เพื่อประโยชน์แก่การเว้นรอบ ตสฺสา (อตฺถนฺตรปริกปฺปนาย) ซึ่งเนื้อความอันเป็นอื่น นั้น.
.....อนญฺญสฺส วจเน อเนกาหิ ตาหิ ตาหิ สญฺญาหิ เตสํ เตสํ อตฺถานํ ญาปนตฺถมฺปิ ปริยายวจนํ เสยฺยถาปิ นิฆณฺฏุสตฺเถ.
.....(ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ ญาปนตฺถํ เพื่อให้รู้ เตสํ เตสํ อตฺถานํ ซึ่งเนื้อความ ท. เหล่านั้น นั้น ตาหิ ตาหิ สญฺญาหิ ด้วยสัญญา เหล่านั้น นั้น อเนกาหิ อันมิใช่หนึ่ง วจเน ในพระดำรัส อนญฺญสฺส (ปทสฺส) แห่งบท อันมิใช่อื่น เสยฺยถาปิ เหมือนกับ นิฆณฺฏุสตฺเถ ในคัมภีร์นิฆัณฏุ (อภิธานัปปทีปิกา)
.....ธมฺมกถิกานํ ตนฺติอตฺถุปนิพนฺธนปราวโพธนานํ สุขสิทฺธิยาปิ ปริยายวจนํ.
.....(ภควา) อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า (นิทฺทิสติ) ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ สุขสิทฺธิยาปิ แม้เพื่อความสำเร็จโดยง่าย ธมฺมกถิกานํ แก่พระธรรมกถึก ตนฺติอตฺถุปนิพนฺธนปราวโพธนานํ ผู้ยังบุคคลอื่นให้รู้ด้วยการเข้าไปเทียบเคียงซึ่งเนื้อความแห่งพระบาฬี.
.....อตฺตโน ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติยา วิภาวนตฺถํ, เวเนยฺยานํ ตตฺถ พีชาวาปนตฺถํ วา ปริยายวจนํ ภควา นิทฺทิสติ.
.....ภควา อ.พระผู้มีพระภาคเจ้า นิทฺทิสติ ย่อมทรงแสดง ปริยายวจนํ ซึ่งพระดำรัสอันเป็นไวพจน์ วิภาวนตฺถํ เพื่อประโยชน์แก่การชี้แจง ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทาปฺปตฺติยา ซึ่งธรรมปฏิสัมภิทาและนิรุตติปฏิสัมภิทา อตฺตโน ของพระองค์ วา หรือว่า พีชาวาปนตฺถํ เพื่อประโยชน์แก่การให้หว่านซึ่งเมล็ดพันธุ์ ตตฺถ (ธมฺมนิรุตฺติปฏิสมฺภิทายํ) ในธรรมปฏิสัมภิทาและนิรุตติปฏิสัมภิทา นั้น เวเนยฺยานํ (ชนานํ) แก่ชน ท. ผู้ควรแน่ะนำ.
ขุ.เนตฺติ. (เววจนหารวิภงฺควณฺณนา) ข้อ ๓๗ (ฉฏฺฐสงฺคายนา โกเอ็นก้า)
---------------------------
[1] เววจน (วิ+วจ วิยตฺติยํ วาจายํ+ยุ) วิเคราะห์ว่า "เอโก อตฺโถ ปุนปฺปุนํ วุจฺจติ อเนนาติ เววจนํ" ศัพท์ที่มีความหมายเดียวกัน ย่อมถูกเรียกด้วยศัพท์นี้ เพราะเหตุนั้น ชื่อว่า เววจน. (อภิธาน-ฏีกา คาถา ๑๒๐) แผลงรูปใช้ทับศัพท์ในภาษาไทยว่า "ไวพจน์"
.....เนตติหารัตถทีปนี ข้อ ๑๐ วิเคราะห์ว่า "วิวิธํ วจนํ เอตฺถ, วิวิธํ วา วุจฺจติ อตฺโถ เอเตนาติ วิวจนํ, วิวจนเมว เววจนํ." ศัพท์ต่างๆ ย่อมถูกกล่าวในวิธีนี้ หรืออรรถย่อมถูกกล่าวโดยประการต่างๆ ด้วยวิธีนี้ เพราะเหตุนั้น วิธีนี้ ชื่อว่า วิจวน, วิวจน นั่นแล ชื่อว่า เววจน (วิวจน+ณ ปัจจัยตัทธิต สกัตถ์) ได้แก่ หารอันมีลักษณะพรรณนาธรรมทั้งหลายที่มาจากพระสูตรด้วย "เววจน" ศัพท์ (ศัพท์ที่เป็นคำไวพจน์)
[2] ปริยาย (ปริ+อย คมเน+ณ) มีหลายความหมาย ในที่นี้เป็นศัพท์ไวพจน์ของ "เววจน" ศัพท์ (อรรถกถานัย) วิเคราะห์ว่า "ปริพฺยตฺตมตฺถํ อยนฺติ คจฺฉนฺติ พุชฺฌนฺติ เอเตนาติ ปริยาโย" บัณฑิตย่อมรู้ความหมายได้ชัดเจนรอบด้าน ด้วยศัพท์นั้น เพราะเหตุนั้น ศัพท์นั้น ชื่อว่า ปริยาย. (อภิธาน-ฏีกา คาถา ๑๒๐, ๘๓๗)
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ