สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
ปฏิจจสมุปปาท มี องค์ 12 เป็นไฉน?
คำว่า " ปฏิจจวมุปปาท " แปลว่า " ธรรมอาศัยกันและกันเกิดขึ้น " ได้แก่ธรรมทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้น อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในคัมภีร์ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ว่า " กตโม จ ภิกฺขเว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อวิชฺชาปจฺจยา ภิกฺขเว สงฺขารา ฯเปฯ เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ฯ " ดังนี้ แปลความว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปฏิจจสมุปปาทเป็นไฉน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย :-
- สังขาร(กุศลกรรมและอกุศลกรรม) มีเพราะอวิชชา(ความไม่รู้อริยสัจจ์ 4)เป็นปัจจัย
- วิญญาณ(โลกิยวิบากวิญญาณ) มีเพราะ สังขารเป็นปัจจัย
- นาม(โลกียวิบากนามขันธ์ 3 เว้นวิญญาณ) และรูป มีเพราะวิญญาณ เป็นปัจจัย
- สฬายตนะ(อายตนะ 6) มีเพราะนามรูป เป็นปัจจัย
- ผัสสะ(การกระทบอารมณ์) มีเพราะสฬายตนะ เป็นปัจจัย
- เวทนา มีเพราะผัสสะ เป็นปัจจัย
- ตัณหา มีเพราะเวทนา เป็นปัจจัย
- อุปาทาน(ตัณหาและทิฏฐิที่มีกำลัง) มีเพราะตัณหา เป็นปัจจัย
- ภพ(กรรมและขันธ์ที่เกิดเพราะกรรม) มีเพราะอุปาทาน เป็นปัจจัย
- ชาติ(ความบังเกิดของขันธ์ครั้งแรก) มีเพราะภพ(เฉพาะกรรมภพ) เป็นปัจจัย
- ชรามรณโสกปริเทวทุกขโทมนัสอุปายาส มี เพราะชาติ เป็นปัจจัย
ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นเป็นอย่างนี้ ดูก่อน ภิกษุทั้งหลานี้เรียกว่า " ปฏิจจสมุปปาท " แล
เรื่องปฏิจจสมุปปาทนี้ เป็นเรื่องสืบต่อของสังสารวัฏฏ์ จากอดีตมาสู่ปัจจุบัน จากปัจจุบันไปสู่อนาคต ซึ่งเมื่อย่อแล้วก็ได้แก่ กิเลส กรรม และวิบาก ที่เรียกว่า วัฏฏะ 3 อย่างนั่นเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งเข้าใจยากอย่างยิ่ง ผู้ศึกษาต้องมีพื้นความรู้ทางปรมัตถ์เป็นอย่างดี จึงจะได้ความเข้าใจว่า องค์แห่งปฏิจจสมุปปาท แต่ละอย่างนั้นคืออะไร หมายความว่าอะไร ทำไมจึงเป็นปัจจัยกันอย่างนั้น และที่ว่าเป็นปัจจัยๆนั้นคืออะไร ปัจจัยมี่กี่อย่างอะไรบ้าง? เป็นต้น แต่ที่ยกมาพูดในที่นี้ก็ในฐานะว่าเป็นวิปัสสนาภูมิอย่างหนึ่งเท่านั้น ถึงกระนั้นแม้นัยการเจริญวิปัสสนาที่อาศัย ปฏิจจสมุปปาทเป็นวิปัสสนาภูมิก็มีความละเอียดสุขุมลุ่มลึกคัมภีรภาพยิ่งนัก เพื่อนสหธรรมิกพึงศีกษาให้รอบด้านเถิด
(วิสุทธิมรรค มหาฎีกา ปฏิสัมภิทามรรค นิสสยอักษรปัลลวะ อักษรสิงหล)
---------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ