พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน (๑๒)

---------------------------

ข้อความจากบทความ “เรื่องราวที่อยากเขียน”

..........................................................

..... ในยุคนี้ คนไทยไม่ได้นับถือพระเหมือนเมื่อก่อน แม้จะเป็นคนพุทธก็ตาม ชาวพุทธบางคนด่าพระ นักวิชาการนักศึกษา ข้าราชการ นักธุรกิจ รุ่นใหม่บางส่วน มองพระเป็นคนไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ 

..........................................................

... #ในยุคปัจจุบัน สังคมพุทธปัญญาชน จะเรียกร้อง และจับผิดพระสงฆ์มากขึ้น 

... หลายๆฝ่ายจะทำตัวเป็นผู้รู้พระพุทธธรรมมากกว่าพระ และจะดูหมิ่นดูถูกพระ จะสอนพระ ชี้นิ้วตัดสินถูกผิดพระ โดยที่ตัวเองรักษาศีลได้ไม่เท่าพระ พวกนี้เรียกว่า กลุ่มพุทธกระแสรอง...หรือกระแสนอก พวกนี้อันตรายมากกว่าคนต่างศาสนาเสียอีก 

..........................................................

“ชี้นิ้วตัดสินถูกผิดพระ โดยที่ตัวเองรักษาศีลได้ไม่เท่าพระ” (ต่อ)

ตอนที่แล้วผมตั้งประเด็นขึ้นว่า - ประเด็นที่ควรช่วยกันพิจารณาก็คือ เรื่องของพระ รวมทั้งเรื่องในวงการพระศาสนา สมควรที่จะยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่?

ถามสั้นๆ - ชาวบ้านควรวิจารณ์พระหรือไม่?

คนที่ตอบคำถามนี้จะมี ๒ พวก คือ พวกหนึ่งว่าไม่ควร พวกหนึ่งว่าควร

พวกที่ว่าไม่ควร อ้างเหตุผลว่า พระเป็นปูชนียบุคคล ชาวบ้านไม่ควรไปแตะต้อง

คำไทยก็มีมาแต่ไหนแต่ไร - ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

..........................................................

แวะตรงนี้นิดหนึ่ง “ชี” ในคำนี้หมายถึงพระนะครับ ไม่ใช่ “ชี” ที่เราเรียกผู้หญิงโกนผม นุ่งขาว ถือศีล ๘ อย่างที่เข้าใจกันในเวลานี้

ที่ต้องแวะก็เพราะ-คนไทยรุ่นใหม่พูดภาษาไทยก็จริง แต่ส่วนมากไม่ได้เรียนภาษาไทย

นี่ก็ตั้งใจพูดเพื่อให้กระทบใจครับ บอกไว้ตรงๆ เลย

..........................................................

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ บอกไว้ว่า - 

..........................................................

ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์ : (สํานวน) (คำวิเศษณ์) ปล่อยไปตามเรื่องตามราว ไม่เอาเป็นธุระ.

..........................................................

แปลว่า พระท่านจะประพฤติดีชั่วอย่างไร ปล่อยไปตามเรื่องตามราวของท่าน ไม่ต้องเอามาเป็นธุระของเรา

คำของคนรุ่นใหม่ก็มี ใครยังไม่เคยได้ยินโปรดฟังไว้ เขาบอกว่า -

..........................................................

ไม่ได้นุ่งลายอย่าพูดการเมือง

ไม่ได้นุ่งเหลืองอย่าพูดการวัด

..........................................................

นี่ตีกำแพงกั้นทั้งสองฝ่าย พระไม่ต้องไปยุ่งกับชาวบ้าน ชาวบ้านก็อย่ามายุ่งกับพระ ต่างคนต่างอยู่

ชาววัดกับชาวบ้าน ต่างคนต่างอยู่ เราต้องการอย่างนั้นใช่ไหม?

ถามว่า พระเป็นมนุษย์ต่างดาวหรือ?

ตอบว่า เปล่า พระมาจากชาวบ้าน ไม่ได้เป็นพระมาตั้งแต่เกิด

อ้าว แล้วชาวบ้านมายุ่งกับพระทำไม?

ไม่ใช่มายุ่ง มาเพราะมีศรัทธา และมีเหตุผลความจำเป็นนั่นนี่โน่นสารพัดนั่นแหละ ชาวบ้านจึงเข้ามาบวชเป็นพระ บวชแล้วก็ไม่ได้ไปอยู่ป่าหิมพานต์ แต่ยังคงอยู่ในบ้านเมืองนี่แหละ อยู่ในเมืองบ้าง อยู่นอกเมืองบ้าง ตามสภาพ แปลว่ายังอยู่ในถิ่นชาวบ้านนั่นเอง ชาวบ้านเองก็ถือโอกาสอุปถัมภ์บำรุงพระตามสภาพ

ชาววัด อยู่เป็นพระต่อไปไม่ไหว ก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะออกไปเป็นชาวบ้าน

ชาวบ้าน เกิดเบื่อชีวิตบ้านๆ หรือมีเหตุผลเพียงพอ ก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะเข้าไปบวชเป็นพระ-ถ้ามีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข

สรุปว่า ชาววัดกับชาวบ้านยังต้องเกี่ยวข้องกันอยู่

ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่

แต่ถึงข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างนี้ ท่านพวกที่ว่าชาวบ้านไม่ควรวิจารณ์พระ ก็ยังคงยืนยันอยู่นั่นแหละว่า ชาวบ้านไม่ควรวิจารณ์พระ

ผมเคยโดนตอกหน้ามากับตัวเองว่า พระท่านมีศีล ๒๒๗ ชาวบ้านอย่างคุณน่ะ ศีล ๕ ยังรักษาไม่ค่อยจะได้ ยังจะมีหน้าไปว่าพระอีกหรือ

นี่ก็คือเอาจำนวนศีลเป็นไม้บรรทัด ไม่ต้องมองความประพฤติ

ศีล ๒๒๗ ฉันสุราฉันข้าวเย็นทุกวันก็ยังประเสริฐกว่าศีล ๕ อยู่นั่นเอง สวัสดี

อีกดอกหนึ่งที่ผมเคยโดนตอกมาเต็มๆ ก็คือ พระท่านมีเจ้าคณะพระสังฆาธิการปกครองดูแลกันอยู่ ผิดถูกอย่างไรให้ท่านไปว่ากันเอง ชาวบ้านอย่างคุณไม่ต้องมาทำตัวเป็นเสือใส่เกือกไม่เข้าเรื่อง

ผมเคยเห็นพระท่านยืนบิณฑบาตและมีวี่แววว่าจะสมรู้ร่วมคิดกับแม่ค้าขายของใส่บาตร รอให้เจ้าคณะพระสังฆาธิการที่ปกครองดูแลมาว่ากันเอง ท่านก็ไม่ทำอะไรสักที ก็เลยตัดสินใจไปนมัสการเจ้าอาวาส 

ท่านเจ้าอาวาสของพระรูปนั้นมีเมตตาตอบว่า ในห้องมันมีอีดาบยาวตั้งวา ถ้ามันเสียบพุงอาตมา โยมทองย้อยรับผิดชอบได้ไหม สวัสดี

ทั้งสองเรื่องที่ผมเล่ามานี้เป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่ทุกวันนี้การยกจำนวนศีลขึ้นมาข่มกัน และการยกเจ้าคณะพระสังฆาธิการที่ปกครองดูแลขึ้นมาขู่กัน ก็ยังมีผู้นิยมใช้กันอยู่เสมอ

สรุปว่า ท่านจำพวกนี้ยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า ชาวบ้านห้ามวิจารณ์พระ

ต่อไปนี้เป็นการพูดประชด

พระตั้งวงก๊งสุราหน้ากุฏิกันทุกวัน ก็ห้ามชาวบ้านวิจารณ์พระ

พระท่านสั่งดินเนอร์ชุดใหญ่มาฉลองกันทุกเย็นบนหอฉัน ก็ห้ามชาวบ้านวิจารณ์พระ

พระท่านเปิดเพลงเต้นดิสโก้กันที่ลานหน้าโบสถ์จนดึกดื่นทุกคืน ก็ห้ามชาวบ้านวิจารณ์พระ

ท่านจำพวกนี้จะรีบลุกขึ้นมาบอกว่า แบบนั้นมันก็เกินไป ทำถึงขนาดนั้นมันก็ไม่ใช่พระแล้ว อย่าพูดให้มันเกินไป

จะเห็นได้ว่า ในที่สุดแล้วก็จะต้องมีกรอบหรือขอบเขตอะไรสักอย่างหนึ่งจนได้-สำหรับตัดสินว่าอะไรอย่างไรเกินไปหรือไม่เกินไป

อะไรที่เป็นกรอบขอบเขตนี่แหละครับที่ควรจะต้องทำความเข้าใจกันให้ชัด

ถ้าถามว่า แล้วผมเป็นพวกไหน?

ตอบได้ทันทีว่า ผมเป็นพวกที่เห็นว่าชาวบ้านควรวิจารณ์พระได้-แต่ต้องมีกรอบขอบเขตที่สมควร

ผมมีเหตุผลว่าทำไมชาวบ้านจึงควรวิจารณ์พระได้ และผมมีหลักว่าควรวิจารณ์ด้วยท่าทีอย่างไร

.....................

พอดีผมเขียนบทความไว้เรื่องหนึ่ง-ที่น่าจะตอบคำถามได้ว่า ทำไมชาวบ้านจึงควรวิจารณ์พระได้ บทความนั้นยังไม่ได้โพสต์เผยแพร่ จึงจะขอโพสต์บทความเรื่องนั้นคั่นรายการก่อน แล้วจะเอาลิงก์มาแปะไว้ให้ตามไปอ่านกัน ส่วนหลักแห่งการวิจารณ์พระควรเป็นอย่างไร จะได้พูดกันต่อจากนั้นไป

..........................................................

ตามไปอ่านบทความได้ที่ลิงก์นี้ครับ

..........................................................

ข้อค้นพบของผม

https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/pfbid0g9XqTNmaxfAei7u9nbRUv5sW9midYF95MHF9ECTyz3XapyWfBs1HP7wcZ22rGgiil

..........................................................

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๕ มิถุนายน ๒๕๖๖

๑๓:๔๗

[full-post]

พระสงฆ์กับสังคมปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.