สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
คัมภีร์ " วชิรสารัตถสังคหะ " เป็นไฉน? มีประโยชน์อะไร?
เป็นคัมภีร์ ประมวลอรรถะที่เป็นสาระประดุจเพชร ผู้รจนา คือ พระสิริรัตนปัญญาเุถระ เมื่อ ปี พ.ศ. 2078 ประสงค์ให้ผู้ศึกษาจดจำเนื้อความ และองค์ธรรมได้แม่นยำ โดยอาศัยส่วนต่างๆของคาถา 19 ส่วน มาตั้งเป็นมาติกา(แม่บท) ดังนี้
มาติกา(แม่บท)
อาทิอนฺตตทุภย สงฺเกตํ มชฺฌสํหตํ
ปฏิโลมกฺขรํ ลีนน ตรกฺขรญฺจ ทุวตฺถกํ
โลกสญฺญงฺกิตสงฺขยํ วณฺณสงฺขยํ สิเลสกํ
อาทิปาโทตฺตรํ มชฺฌ อนฺตปาโทตฺตรํ ตถา
ปญฺหสโมตฺตรํ สตฺทตฺ ถกํ คุฬฺหปทตฺถกํ
ปเหฬียมกญฺเจว ปกิณฺณกนฺติ มาติกา.
แปลว่า มาติกา (แม่บท) คือ
1. อาทิสังเกต (สังเกตอักขระหนต้น)
2. อันตสังเกต (สังเกตอักขระหนปลาย)
3. อาทยันตสังเกตุ (สังเกตทั้งหนต้นและหนปลาย)
4. มัชฌสํหตะ (ประมวลไว้ ณ ท่ามกลาง)
5. ปฏิโลมักขระ (ทวนอักษร)
6. สีนันตรักขระ (แฝงอักษรไว้ในระหว่าง
7. ทวัตถกะ (สองความ)
8. โลกสัญญังกิตสังขยา (สังขยากำหนดด้วยโลกสัญญา)
9. วัณณสังขยา (สังขยาตัวหนังสือ)
10. สิเลสกะ (จุความ)
11. อาทิปาโทตตระ (ไขที่บาทต้น)
12. มัชฌปาโทตตระ (ไขที่บาทกลาง)
13. อันตปาโทตตระ (ไขที่บาทท้าย)
14. ปัญหสโมตตระ (ไขเหมือนปัญหา)
15. สัททัตถะ (ความของศัพท์)
16. คุฬหปทัตถกะ (ความของบทลี้ลับ)
17. ปเหฬี (ความบรรณาการ=ความที่ฝากไว้ให้)
18. ยมก (ศัพท์ซ้ำ)
19. ปกิณณกะ (ศัพท์เบ็ดเตล็ด)
ขอยกตัวอย่างประโยชน์ ข้อ 7 ทวัตถกะ (สองความ) ที่ปราชญ์ บัณฑิต ทั้งหลายนำมาใช้ในการศึกษาคัมภีร์มหาปัฏฐาน
จำนวนปัฏฐานโดยสังเขป มี 129,232 ปัฏฐาน แยกเป็นหลายแสนล้านข้อ
ถามว่า จะศึกษาให้เข้าใจแล้วก็จำได้และทบทวนเสร็จได้ในเวลาที่ไม่นานนักได้ยังไง ?
ตอบว่า ก็ต้องอาศัยคาถาที่แต่งสรุปเนื้อความไว้ได้กระชับชัดเจน ซึ่งมักจะเป็นคาถากลบท มีอรรถ 2 นัย(ทวัตถกะ) โดยนัยที่ 1. แปลตามศัพท์ นัยที่ 2.แปลตามกลไกที่ซ่อนอยู่ ตัวอย่างเช่น คาถาที่ 100-101 ในภัมภีร์วชิรสารัตถสังคหะ กล่าว่า
" อสิญฺจิ วีโร นยนมฺพุนา นเร
นมามิ นํ นิรสรํ รุสนฺตปํ
อนีรณิทฺธีธตุลํ อกมฺปินํ
อนาทิภิญฺญารินตํ อนพฺภินํ.
ขยาณวนฺตํ ธชกุตฺติเขปนํ
อนุตฺตเมชาธุนกํ กุคลฺลนํ
ติโลลโทสญฺจ วธํ ยสาธินํ
ภวคฺคโลกาสทิสํ สทุชฺชลํ."
นัยที่ 1 แปลตามศัพท์
ความว่า " พระวีรเจ้าพระองค์ใด ทรงแลดูหมู่นรชน ด้วยพุทธจักษุอันเต็มเปรี่ยมไปด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระวีรเจ้าพระองค์นั้น ผู้ทรงเป็นดุจกระแสน้ำที่ดับความร้อนรุ่มได้ ทรงสงบสุขมิได้หวั่นไหว ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ทรงละกิเลสและวาสนาได้สิ้น ทรงปราศจากมลทิน ไม่ทรงถือพระองค๋เอง และทรงคงที่ไม่โลเล เพราะทรงกำจัดโทษอันเป็นมูลเหตุทั้งสาม คือ ราคะ โทสะ โมหะ ได้แล้ว จึงทรงมีพระเกียรติยศยิ่งยงไม่มีผู้เสมอเหมือนในมนุษย์โลกจนถึงภวัคคพรหม ทรงรุ่งเรืองในกาลทุกเมื่อแล."
นัยที่ 2.แปลตามกลไกที่ซ่อนอยู่
" พระวีรเจ้าพระองค์ใด ทรงหลั่งธรรมธารารดเวไนยนิกรโดยนัยต่างๆ อันเป็นประธานในคัมภีร์ปัฏฐาน ซึ่งมีข้อปุจฉา ดังนี้
ติกปัฏฐาน 200,301,024 ข้อ
ทุกปัฏฐาน 167,227,200 ข้อ
ทุกติกปัฏฐาน 11,036,995,200 ข้อ
ติกทุกปัฏฐาน 40,060,204,800 ข้อ
ติกติกปัฏฐาน 12,618,964,512 ข้อ
ทุกทุกปัฏฐาน 33,110,985,600 ข้อ
รวมข้อปุจฉาทั้ง 6 หมวด(เฉพาะธัมมานุโลมนัย) 97,194,678,336 ข้อ
รวมปุจฉาทั้งหมดในสมันตปัฏฐาน 388,778,713,344 ข้อ
ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระชินเจ้าพระองค์นั้น
เมื่อเห็นกลไกปรากฏ ก็จะทำความเข้าใจได้ เมื่อทำความเข้าใจได้ก็จะจำได้ เมื่อจำได้ก็จะทบทวนได้คล่องขึ้น เมื่อคล่องขึ้นก็จะเกิดทักษะเป็นความชำนาญได้แล
คาถากลบทที่ซ่อนกลไกเช่นนี้ มีมากในยุกเริ่มแรกการจารลงใบลาน เหตุเพราะสำนักเรียนห่างไกล การเดินทางก็ไม่สะดวก ปราชญ์ผู้แต่งคาถาต้องการลดน้ำหนักในการแบกใบลานไปเรียนของพระภิกษุท่านจึงรจนาคาถากลบทขึ้นตรงกับยุกสมัยอักษรปัลละ อันเป็นต้นแบบอักษรโบราณ มี สิงหล ขอม มอญ พม่า ล้านนา ล้านช้าง เป็นต้นมีมากรองลงมาก็ในอักษรสิงหลและอักษรขอม นอกนั้นมีประปราย
----------------
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ