สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
เหตุใดบิณฑบาตที่ทรงเสวยครั้งแรกกับครั้งสุดท้ายจึงมีอานิสงส์เสมอกัน?
ก็บิณฑบาตที่พระตถาคตบริโภคแล้วตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนั้น ก็คือ บิณฑบาตที่นางสุชาดา ธิดาเสนานิกุฎุมพีถวายแก่มหาบุรุษในเช้าวันที่จะตรัสรู้
ส่วนบิณฑบาตที่พระตถาคตบริโภคแล้ว เสด็จดับขันธปรินิพพานนั้น ก็คือ บิณฑบาตที่นายจุนทะกัมมารบุตรถวาย ก็เมื่อบิณฑบาตที่นางสุชาดาถวาย พระองค์เสวยในเวลาที่ยังมีราคะ โทสะ โมหะอยู่ แต่บิณฑบาตที่นายจุนทะถวาย พระองค์เสวยในเวลาที่ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ไฉนบิณฑบาต 2 ครั้งนี้จึงมีอานิสงส์เสมอกันเล่า? ใน ที.มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสรรเสริญบิณฑบาตทั้งสองครั้งมีอานิสงส์เสมอกันด้วยเหตุ 3 ประการ คือ ด้วยการปรินิพพาน 1 ด้วยการเข้าสมาบัติ 1 และด้วยการระลึกถึง 1
เสมอกันด้วยการปรินิพพานนั้น คือ บิณฑบาตที่นางสุชาดาถวาย พระผู้มีพระภาคเสวยแล้ว ปรินิพพานด้วย สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ คือ กิเลสดับหมดสิ้นแล้ว แต่อุปาทิคือขันธ์ 5 ยังอยู่ เพื่อทำกิจโปรดสัตว์ ส่วนบิณฑบาตที่นายจุนทะถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยแล้วปรินิพพานด้วย อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ คือ ขันธ์ 5 ดับสิ้น พุทธบริษัททรงคำสอนได้แล้ว กิจโปรดสัตว์ก็จบลง บิณฑบาตทั้งสองครั้งนี้จึงเสมอกันด้วยการปรินิพพานดังกล่าว
เสมอกันด้วยการเข้าสมาบัติ คือ ในวันตรัสรู้พระผุ้มีพระภาคเจ้าทรงเข้าสมาบัติ สองล้านสี่แสนโกฎิ แม้ในวันปรินิพพาน พระองค์ก็ทรงเข้าสมาบัตินับได้สองล้านสี่แสนโกฏิเช่นกัน บิณฑบาตทั้งสองครั้งนี้ จึงเสมอกันด้วยการเข้าสมาบัติดังกล่าว
เสมอกันด้วยการระลึกถึง คือ ในวันที่จะตรัสรู้นั้นตอนเช้านางสุชาดาได้นำข้าวปายาสมาถวาย ด้วยเข้าใจว่าเป็นรุกขเทวดา แต่มาทราบภายหลังว่าเป็นพระโพธิสัตว์ ซึ่งเมื่อเสวยบิณฑบาตคือข้าวปายาสของนางแล้ว ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ และพระองค์ทรงดำรงอยู่ได้ด้วยข้าวปายาสนั้นถึง 7 สัปดาห์ เมื่อนางสุชาดาทราบความจริงอย่างนี้ก็ระลึกถึงว่า เป็นลาภของเราหนอ ดังนี้แล้วก็เกิดปีติ โสมนัสแรงกล้า ส่วนนายจุนทะ เมื่อได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยบิณฑบาตของตนแล้วเสด็จปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ จึงหวนระลึกว่า เป็นลาภของเราหนอ ดังนี้ก็เกิดปีติ โสมนัสอย่างแรงกล้า บิณฑบาตทั้งสองครั้งนี้ จึงเสมอกันด้วยการระลึกถึงดังกล่าว
--------///--------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ