สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
พระศาสนาแผ่ไพศาลมากที่เมืองใด?
ถาม ในบรรดาเมืองทั้งหลายในชมพูทวีปสมัยนั้น พระศาสนาแผ่ไปกว้างขวาง มากทีเมืองใด?
ตอบ ในสมัยพุทธกาล พระพุทธศาสนาแผ่ไปกว้างขวางมาก แม้ว่าจะทรงตรัสรู้ ที่แคว้นมคธ และทรงแสดงปฐมเทศนาที่เมืองพาราณสีแคว้นกาสีก็ตาม แต่เมืองที่พระพุทธองค์ประทับอยู่นานที่สุด แสดงธรรมนานที่สุดเห็นจะเป็นเมืองสาวัตถีแคว้นโกศลของพระเจ้าปเสนทิโกศล ณ ที่นี้มีอุบาสกอุบาสิกา ซึ่งเป็นพระโสดาบัน ๒ ท่าน ที่บำรุงอุปัฏฐากพระศาสนามั่นคงมาก สองท่านนั้นคือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี ผู้สร้าง วัดเชตวันถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่จำพรรษาที่วัดเชตวันนี้นานถึง ๑๙ พรรษาทรงแสดงธรรมที่วัดนี้มากมาย และมีผู้บรรลุธรรมที่นี้นับจำนวนไม่ได้ อีกท่านหนึ่ง คือ นางวิสาขามหาอุบาสิกา ผู้สร้างวัดบุพพาราม พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับจำพรรษา อยู่ที่วัดบุพพารามที่ ๖ พรรษา รวมพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำพรรษาอยู่ที่เมืองสาวัตถี ถึง ๒๕ พรรษา ลองคิดดูว่าตลอดเวลา ๔๕ พรรษา นับแต่ทรงตรัสรู้ ๒๕ พรรษา ประทับอยู่ที่เมืองสาวัตถีนี้ อีก ๒๐ พรรษา ทรงแยกย้ายไปประทับตามอัธยาศัย เพราะ ฉะนั้นจึงเป็นของแน่นอนที่ว่า พระธรรมคำสอนจะแพร่หลายกว้างขวางมากในแคว้นนี้ ซึ่งแม้พระเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นนี้คือ พระเจ้าปเสนทิโกศล กับพระนางมัลลิกาพระมเหสี ก็ทรงเลื่อมใสและบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก ทรงสร้างวัดราชการามถวาย รวมความว่าที่แคว้นโกศลนี้ ทั้งพระราชาและราษฎร เคารพเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา มากกว่าที่อื่น เพราะฉะนั้นที่ใดมีผู้เลื่อมใสมาก พระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ก็ย่อมจะเสด็จ และไปสู่ที่นั้นก่อนเป็นธรรมดา เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าเคยตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย เมื่อจะเข้าไปสู่ที่ใด ย่อมเข้าไปสู่ที่เขาศรัทธาเลื่อมใสก่อน ซึ่งก็เป็นธรรมดา ที่พระผู้มี พระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์จะสงเคราะห์ท่านผู้มีศรัทธาเลื่อมใสก่อน
ถ้าจะคิดกันถึงทรัพย์สินที่ชาวเมืองสาวัตถีฝังไว้ในพระพุทธศาสนาแล้ว ก็เห็น จะนับไม่ถ้วนทีเดียว เพราะเพียงแต่วัดเชตวัน ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีก็ลงทุนสร้าง ถึง ๕๔ โกฏิ นางวิสาขามหาอุบาสิกาสร้างวัดบุพพาราม ๒๗ โกฏิ ทั้งเมื่อท่านทั้งสอง มาวัด ท่านก็ไม่เคยมามือเปล่า ท่านจะมีปัจจัยสี่มาถวายพระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ เสมอมิได้ขาด เพราะฉะนั้นลำพังเพียงสองท่านนี้เท่านั้น ก็สุดจะนับจำนวนทรัพย์สิน ที่บำรุงพระศาสนาแล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงพระราชาและท่านผู้อื่นในเมืองนั้นอีก แม้ทานที่ยิ่งใหญ่หาทานใดเสมอมิได้ที่เรียกว่า อทิสทาน ก็เป็นของพระนางมัลลิกา ราชเทวีของพระเจ้าปเสนทิโกศลแห่งแคว้นโกศลนี้เช่นกัน
เพราะเหตุที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขามหาอุบาสิกาท่านเป็นผู้บำรุงพระศาสนามากนี้เอง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งเลิศแห่งอุบาสกและ อุบาสิกาในการถวายทาน หมายความว่า ในบรรดาอุบาสกทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นอุบาสกสาวกผู้เลิศในการถวายทาน และในบรรดาอุบาสิกา ทั้งหลาย นางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นอุบาสิกาสาวิกาผู้เลิศในการถวายทาน เพราะฉะนั้น ที่เมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศลนี้ จึงเป็นเมืองที่พระศาสนาแผ่ไปกว้างขวางมาก
ที่จริงเมืองราชคฤห์ ของพระราชาพิมพิสาร ซึ่งเป็นพระโสดาบัน และเป็นที่ตั้ง ของวัดเวฬุวัน อันเป็นวัดแรกในพระพุทธศาสนา ก็จัดเป็นเมืองที่มีความสำคัญแก่ พระพุทธศาสนามาก พระพุทธศาสนาหยั่งรากลึก ณ ที่นี้ พระสาวกองค์สำคัญๆ ก็เกิด ที่แคว้นนี้ อย่างท่านพระอัครสาวกทั้งสองคือ ท่านพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร ก็เป็นชาวเมืองนี้ แม้ท่านพระมหากัสสปะเป็นชาวเมืองนี้
แม้เมืองพาราณสีจะไม่สำคัญเท่าเมืองสาวัตถีและราชคฤห์ก็ตาม แต่ก็คงความสำคัญไม่น้อย ในฐานะที่เป็นบ่อเกิดของพระอรหันต์ ๖๐ รูปแรก ที่เกิดขึ้นในพรรษาเดียว คือในพรรษาแรกที่ทรงจำพรรษาอยู่ที่อิสิปตนะมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสีนี้ทรงแสดงธรรมให้พระปัญจวัคคีย์และชาวเมืองพาราณสี ๕๕ คน รวม ๖๐ คน ให้เป็น พระอรหันต์ ครั้นออกพรรษาแล้วจึงทรงส่งพระอรหันต์ทั้ง ๖๐ รูปนี้ออกไปเผยแพร่ศาสนาแห่งละรูป ไม่ให้ไปรวมกันสองรูป ทั้งนี้เพื่อสงเคราะห์ชนเป็นอันมากให้ได้รับ ความสุขจากพระธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้ แม้พระองค์เองก็เสด็จไปยังอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อทรงโปรดชฎิลสามพี่น้อง พร้อมทั้งบริวารอีกหนึ่งพันให้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วยังทรงได้อัครสาวกทั้งสองและบริวารด้วย เพราะฉะนั้นก็เห็นจะต้องถือว่าพระพุทธ ศาสนาได้แพร่หลายกว้างขวางไปทั่วชมพูทวีปก็เพราะทรงอาศัยพระอรหันต์สาวกชุดแรก ๖๐ รูปจากเมืองพาราณสีนี้เอง
ด้วยเหตุนี้จึงใคร่จะสรุปว่าเมืองทั้งสามคือ สาวัตถี ราชคฤห์ และพาราณสี ต่างก็มีความสำคัญแก่พระศาสนามากพอๆ กัน เพียงแต่ที่เมืองสาวัตถีนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจําพรรษานานกว่าที่อื่นมาก พระธรรมที่ทรงแสดงจึงต้องมากกว่าที่อื่นเป็นธรรมดา
----------///---------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ