วุฏฐานคามินีเกิดเป็นอย่างไร

ถาม : วุฏฐานคามินีเกิดเป็นอย่างไร ? 

ตอบ : ในขณะแห่งสังขารุเปกขาญาณ และอนุโลมญาณ ก่อนโคตรภูญาณและมรรคญาณจะเกิด

      - วุฏฐานะ เป็นชื่อของมรรค 

      - วุฏฐานคามินี แปลว่า ทางไปสู่มรรค เป็นชื่อของวิปัสสนา เรียกว่า "วุฏฐานคามินีวิปัสสนา" หมายถึง วิปัสสนาที่ทำให้ออกไปสู่มรรค ได้แก่ วิปัสสนาญาณ ๓ คือ 

      ๑. สังขารุเปกขาญาณ – วางเฉยในสังขารธรรม คือขันธ์ ๕ ด้วยการพิจารณาเห็นไตรลักษณ์ 

      ๒. อนุโลมญาณ – คล้อยตามวิปัสสนาญาณเบื้องต่ำและน้อมไปตามมรรคญาณเบื้องบน 

      ๓. โคตรภูญาณ – ข้ามโคตรปุถุชนไปสู่อริยโคตร อาการของวุฏฐานคามินีตั้งแต่สังขารุเปกขาญาณ 


      สำหรับผู้ยิ่งด้วยศรัทธินทรีย์ ยิ่งด้วยสมาธินทรีย์ และยิ่งด้วยปัญญินทรีย์นั้น ให้ชื่อแก่มรรคต่างกัน ดังนี้ (มีแสดงในวิสุทธิมรรค ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ และในอรรถกถาพระสูตรต่าง ๆ) 

      ๑) ผู้ยิ่งด้วยศรัทธินทรีย์ มากด้วยอธิโมกข์ (ความน้อมใจเชื่อ) หนักในอธิศีลสิกขา เจริญสังขารุเปกขาญาณน้อมไปในไตรลักษณ์ แต่อนิจจานุปัสสนา คือความตามเห็นรูป-นามว่าไม่เที่ยงปรากฏชัดเจน, อนุโลมญาณมีความไม่เที่ยงของนาม หรือรูป อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ อาจเป็นอารมณ์ภายในหรือภายนอกก็ได้ โคตรภูญาณมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ มรรคได้ชื่อว่า อนิมิตตวิโมกข์ ผลได้ชื่อว่า อนิมิตตวิมุติ พระนิพพานของผู้นี้ชื่อว่า "อนิมิตตนิพพาน" 

        ขณะบรรลุโสดาปัตติมรรค ได้ชื่อว่า "สัทธานุสารี" แต่นั้นไป (โสดาปัตติผล-อรหัตตผล) ของผู้นั้น ได้ชื่อว่า "สัทธาธิมุติ" 


     ๒) ผู้ยิ่งด้วยสมาธินทรีย์ มากด้วยปัสสัทธิ (ความสงบ) หนักในอธิจิตตสิกขา เจริญสังขารุเปกขาญาณน้อมไปในไตรลักษณ์ แต่จะตามเห็นทุกขานุปัสสนาชัดเจน ขณะอนุโลมญาณมีความทุกข์ของนาม หรือรูป อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ อาจเป็นอารมณ์ภายในหรือภายนอกก็ได้ โคตรภูญาณมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ มรรคได้ชื่อว่า อัปปณิหิตวิโมกข์ ผลได้ชื่อว่า อัปปณิหิตวิมุติ พระนิพพานของผู้นี้ชื่อว่า "อัปปณิหิตนิพพาน"

        พระอริยบุคคลผู้เห็นทุกขานุปัสสนาชัดเจนนี้ อันเรียกว่า "อัปปณิหิตวิโมกข์" ยิ่งด้วยสมาธินทรีย์ บรรลุมรรค ๔ ผล ๔ หลังจากการออกจากรูปฌาน ๔ แล้วพิจารณาองค์ฌาน ๔ ด้วยวิปัสสนาภาวนา จากนั้นได้บรรลุมรรค-ผล ได้ชื่อว่า "กายสักขี" 

        ส่วนผู้ที่ได้ออกจากอรูปฌานแล้วบรรลุอรหัตตมรรค-ผล ขณะแห่งอรหัตตผล ผู้นั้นได้ชื่อว่า "อุภโตภาควิมุติ" เป็นผู้หลุดพ้นโดยส่วน ๒ คือ ทั้งส่วนรูปกายและนามกาย ฯ    


      ๓) ผู้ยิ่งด้วยปัญญินทรีย์ มากด้วยปัญญาความรู้ หนักในอธิปัญญาสิกขา เจริญสังขารุเปกขาญาณน้อมไปในไตรลักษณ์ แต่จะหนักไปทางอนัตตานุปัสสนา ขณะอนุโลมญาณมีความเป็นอนัตตาของนาม หรือรูป อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอารมณ์ อาจเป็นอารมณ์ภายในหรือภายนอกก็ได้ โคตรภูญาณมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ มรรคได้ชื่อว่า สุญญตวิโมกข์ ผลได้ชื่อว่า สุญญตวิมุติ พระนิพพาน ของผู้นี้ชื่อว่า "สุญญตนิพพาน"

         ขณะแห่งโสดาปัตติมรรคของพระอริยบุคคลท่านนี้ ได้ชื่อว่า "ธัมมานุสารี" ขณะแห่งโสดาปัตติผล จนถึง อรหัตตมรรค ได้ชื่อว่า "ฐีติปัตตะ" ส่วนขณะแห่งอรหัตตผล ได้ชื่อว่า "ปัญญาวิมุติ" ฯ 



 


[full-post]

วุฏฐานคามินี, อริยบุคคล ๗, อุภโตภาควิมุติ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.