ลักษณะของผู้สงบ
อุปสนฺโต อุปรโต มนฺตภาณี อนุทฺธโต
ธุนาติ ปาปเก ธมฺเม ทุมปตฺตํว มาลุโต.
แปลว่า บุคคลผู้สงบ งดเว้นจากการทำชั่ว
พูดด้วยปัญญา ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมกำจัดบาปธรรมทั้งหลายได้
เหมือนลมพัดใบไม้ให้ล่วงหล่นไป ฉะนั้น
(ขุ.เถร.เอก.๑๓๙, มจร.๒)
ความเป็นมาแห่งเถรภาษิต
พระมหาโกฏฐิตเถระ ชาวสาวัตถี ฟังธรรมแล้วออกบวช ได้บรรลุอรหัตพร้อมปฏิสัมภิทา ครั้งหนึ่งท่านแสดงมหาเวทัลลสูตรแล้วได้รับคำชมเชยจากพระศาสดา ทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคด้านผู้บรรลุปฏิสัมภิทา วันหนึ่งท่านเข้าสมาบัติเสวยวิมุตติสุข ออกแล้วได้เปล่งอุทานภาษิตนี้
ปัญญา ท่านเรียกว่า มันตา บุคคลชื่อว่า มันตภาณี เพราะพิจารณาด้วยปัญญาแล้วจึงพูด เช่น รู้กาล, ไม่ฟุ้งซ่าน คือ ไม่ยกตนเหนือผู้อื่น, ผู้สงบ คือ ผู้ทำอินทรีย์ทวาร ๖ เช่น ทวารตา ทวารหู เป็นต้น ให้หมดพยศได้แล้ว คือ ละเป็นสมุจเฉทปหานได้แล้ว
(เถร.อ.๑/๕๓-๖๐)
ในนิสสยะ อธิบายว่า กิเลสไม่มีด้วยอาการ ๒ คือละได้เด็ดขาดแล้ว(สมุจเฉทปหาน) ๑. เมื่อยังไม่ได้รับปัจจัย เช่น การสำรวมอินทรีย์ทวาร(อินทรีย์สังวรศีล), การสำรวมทวารกรรม(ปาฏิโมกขสังวรศีล) การสำรวมการใช้สอยปัจจัย ๔(ปัจจยสันนิสิตศีล), การสำรวมการดำรงชีวิต(อาชีวปาริสุทธศีล), การสำรวมใจยอมรับความเป็นจริงได้ที่เรียกอีกชื่อหนี่งว่าอธิวาสนขันติ (ขันติสังวรศีล)(นาลถสูตร,วิสุทธิมรรค, ปฏิสัมภิทามรรค)
-----------------
คัมภีร์ที่แสดงปฏิปทาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
ในส่วนอดีตที่ล่วงมาแล้ว 25 พระองค์ มีกล่าวไว้ในขุททกนิกาย คัมภีร์พุทธวงศ์ โดยเน้นพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง 25 พระองค์เป็นหลัก รจนาโดยพระพุทธทัตตเถระ
ในส่วนปัจจุบัน(องค์ปัจจุบัน) มีกล่าวไว้ในคัมภีร์ สัมภารวิบาก(คัมภีร์ผลการสะสมบารมีเพื่อสัมมาสัมโพธิญาณ) โดยเน้นเฉพาะพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นหลัก (ซึ่งในคัมภีร์พุทธวงศ์ถือว่าทรงล่วงไปแล้ว)ไม่ปรากฏผู้รจนา สันนิษฐานว่ารจนาขึ้นระหว่าง พ.ศ.1850-1888 ยุคสมัยภาษาบาลีอักษรขอมเจริญรุ่งเรือง มีเนื้อหาจารบนใบลาน 14 ผูก เพราะมีการเผยแพร่เฉพาะแถบย่านประเทศไทย ในยุคใกล้ๆกันก็มีการปริวรรตเป็นภาษาบาลีอักษรมอญ, ภาษาบาลีอักษรล้านนา, ภาษาบาลีอักษรล้านช้างอีกด้วย
ในส่วนอนาคตที่ยังไม่ถึง มีกล่าวไว้ในคัมภีร์อนาคตวงศ์ โดยเน้นพุทธประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต 10 พระองค์ มี พระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น รจนาโดยพระกัสสปเถระ ชาวอินเดียใต้ ราว พ.ศ.1703-1773 ต้นฉบับรจนาเป็นคาถา(ร้อยกรอง)ตลอดทั้งคัมภีร์ มี 142 คาถา ส่วนฉบับที่พบในไทยรจนาเป็นร้อยแก้ว ช่วงก่อนสมัยสุโขทัย เพราะคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวอ้างอิงในการรจนาคัมภีร์ไตรภูมิพระร่วง ฉบับนี้ไม่มีระบุผู้รจนาเช่นเดียวกับคัมภีร์สัมภารวิบาก
จากคัมภีร์ทั้ง 3 นี้ ผู้ศึกษาจะทราบสาระทุกแง่มุม มีการนับกัปประเภทต่างๆ, ความต่างกันระหว่างนิทาน(เรื่องราว)กับกัปเมื่อใช้เกี่ยวข้องกับกาล, เหตุผลทำไมใครๆไม่อาจทำอันตรายปัจจัย 4,พระชนมายุ, มหาปุริสลักษณะ 32 ประการ, อนุพยัญชนะ 80 ประการ และ พุทธรัศมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายได้ เป็นต้น
-------------

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ