Sompob Sanguanpanich


จิตที่เศร้าหมองย่อมนำทุคติมาให้

...

      จิตอย่างไรจึงเรียกว่า "เศร้าหมอง" คำนี้ฟังดูก็ยากที่จะเห็นภาพได้ชัด แต่กระนั้น ก็มิพ้นวิสัยแห่งบัณฑิตผู้ฉลาดในเทศนา จะพึงกระทำให้เป็นสิ่งเข้าใจง่าย 

     พระผู้มีพระภาคตรัสถึงภาวะที่เศร้าหมองแห่งจิตที่ถูกปนเปื้อนด้วยอกุศลธรรม ๑๖ ที่ทรงให้ชื่อว่า อุปกิเลส (ธรรมเป็นเหตุให้จิตเศร้าหมอง) โดยเปรียบเทียบให้เห็นกับผ้าที่มลทินคือฝุ่นละอองจับแล้ว หากจะนำไปย้อมด้วยสีต่างๆ ก็หาได้มีสีสวยงามสดใสไม่ 

     เป็นความจริงว่า ผ้าที่บริสุทธิมาแต่เดิม กลายเป็นผ้าเศร้าหมองด้วยสิ่งทำให้หม่นหมองมีฝุ่นละอองเป็นต้น ซึ่งปลิว มาจับ. ความจริง สิ่งทำให้หม่นหมองนั้น ก็คือ สิ่งที่เป็นเหตุให้เสียความบริสุทธิ์หมดจด โดยประการทั้งปวง (สังกิเลส), ก็ด้วยสิ่งนี้ ผ้าจึงกลายเป็นผ้าหมองด้วยฝุ่นละอองเหล่านี้ คือ ถูกทำลายโดยการทำให้เสียสีไป.  (เรียบเรียงจาก วัตถูปมสูตร (ม.มู.๑๒/๙๓) และอรรถกถาฏีกา)

     เมื่อเทียบกับสิ่งที่ทำให้จิตหม่นหมอง ฝุ่นละอองเทียบได้กับธรรม ๑๖ มีอภิชฌาวิสมโลภะเป็นต้น ผ้าที่สะอาดมาแต่เดิม หมายถึง จิตที่มีปกติสะอาด เพราะเป็นภวังคจิต เป็นจิตที่มีหน้าที่รักษาความเป็นมนุษย์เป็นต้นให้อยู่ตลอดชาติ ไม่ทำหน้าที่อะไรอื่นๆแม้กระทั่งเห็น รับรู้เลย) 

     จิตประเภทนี้แหละ เมื่อทำหน้าที่อย่างนั้นอยู่ ก็ชื่อว่า บริสุทธิ์ ไม่ปนเปื้อน แต่จิตที่เกิดต่อจากนั้น เมื่อเกิดขึ้นปรารภรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรม (ได้แก่ ความรู้สึกต่างๆเป็นต้น) ที่่ผ่านเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ,  

     หากสำรวมระมัดระวังอินทรีย์มีตา หูเป็นต้นไว้ไม่ดี จึงไม่สามารถป้องกันอุปกิเลสที่อาศัยการเห็นรูปเป็นต้นเข้าจู่โจมทำร้ายจิตเอาไว้ได้ เพราะเหตุแห่งการไม่สำรวมอินทรีย์นั้นนั่นเอง จิตจึงกลายเป็นจิตที่เศร้าหมอง  ถูกอุปกิเลสเหล่านี้ทำร้าย จิตเป็นสื่อร้ายที่นำเข้าสู่ทุคติ อบายภูมิได้ สมดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา (เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว เป็นอันหวังทุคติได้) ด้วยประการฉะนี้

     ก็ในเรื่องนี้ จิตที่เศร้าหมอง นั้นเป็นเหตุให้เกิดการประพฤติล่วงกรรมบถ 

     จริงอย่างนั้น  บุคคลผู้มีจิตอันกิเลสเหล่านี้ให้เศร้าหมองแล้ว ทำร้ายแล้ว ย่อมกระทำปาณาติบาตเป็นต้น ล่วงกรรมบถ ๑๐ ทั้งสิ้น ครั้นตายไปย่อมเข้าถึงอบายอย่างแน่นอน ไม่เป็นอื่น ในเพราะเหตุแห่งกรรมนั้น จึงเป็นอันว่า ทุคติเป็นสิ่งที่เขาหวังได้ 

     เกี่ยวกับเรื่องนี้ การประพฤติก้าวล่วงกรรมบถ ก็ชื่อว่า ทุคติ เพราะเป็นการกระทำกรรมที่ไม่ดี   การเข้าถึงอบาย ก็ชื่อว่า ทุคติ เพราะเป็นคติภพไม่ดี ด้วยเหตุนี้ ในอรรถกถาและฏีกาแห่งพระสูตรนี้ท่านจึงอรรถาธิบาย คำว่า ทุคฺคติ  ไว้เป็น ๒ ประการความว่า 

     ทุคติมี ๒ อย่าง คือ ปฏิปัตติทุคติ (คติคือการปฏิบัติ) และ คติทุคติ (ทุคติ คือ คติภพในเบื้องหน้า). ปฏิปัตติทุคติ แยกเป็น ๒ ฝ่าย คือ อคาริยปฏิปัตติทุคติ (การที่คฤหัสถ์ประพฤติชั่ว) และ อนาคริยปฏิปัตติทุคติ (การที่บรรพชิตประพฤติชั่ว). 

     คฤหัสถ์มีจิตใจเศร้าหมอง ย่อมฆ่าสัตว์บ้าง ย่อมลักทรัพย์บ้าง ย่อมประพฤติอกุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งสิ้นบ้าง นี้ชื่อว่า อาคาริยปฏิปัตติทุคติของคฤหัสถ์นั้น. 

     คฤหัสถ์นั้นดำรงอยู่ในอัตภาพนั้นแล้ว ครั้นตายไป ย่อมไปสู่นรกบ้าง กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานบ้าง เปรตวิสัยบ้าง นี้ชื่อว่า  คติทุคคติของคฤหัสถ์นั้น.

แม้ฝ่ายบรรพชิต มีจิตเศร้าหมองด้วยอำนาจความปรารถนาในลาภ จึงล่วงละเมิดสิกขาบทและประพฤติอนาจาร ครั้นตายไป เข้าถึงอบายมีนรกเป็นต้น  นี้คือ อนาคาริยคติทุคติ  ของบรรพชิต

     ถาม เพราะเหตุไร จึงเรียก การก้าวล่วงกรรมบถจึงชื่อว่า ทุคติปฏิปัตติ 

     ตอบ คำว่า คติ มีความหมายตามศัพท์ว่า ความเป็นไป อย่างหนึ่ง มีความหมายว่า พึงไปถึง อย่างหนึ่ง เมื่อประกอบกับคำว่า ทุ ที่แปลว่า ทุกข์ ก็ได้ หรือ น่ารังเกียจ  ก็ได้ 

     การล่วงกรรมบถ เป็นการปฏิบัติ ชนิดที่ทำทุคติภพให้บริบูรณ์  และเป็นการปฏิบัติที่เป็นไปอย่างทุกข์ระทม ด้วยอำนาจความกระวนกระวายเร่าร้อนเพราะกิเลสเป็นต้น ประการหนึ่ง, หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นความประพฤติอันบัณฑิตรังเกียจ, หรืออีกนัยหนึ่งเป็นเหตุแห่งการเข้าถึงคติทุคติ ซึ่งเป็นผลอันประสบในโลกหน้า ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกว่า การก้าวล่วงกรรมบถนั้นว่า ทุคติ  

..

     ถาม เพราะเหตุไร การเข้าถึงอบายจึงชื่อว่า ทุคติ 

     ตอบ เพราะอบายนั้น เป็นคติ อันบัณฑิตรังเกียจ ด้วย เป็นทุกข์ ด้วย เพราะบุคคลจะพึงไปถึงด้วยทุคติปฏิบัติ นั้น, หรืออีกนัยหนึ่ง เพราะเป็นสถานะที่เผล็จวิบากแห่งทุคติปฏิบัตินั้น ด้วยเหตุนี้ จึงชื่อว่า ทุคติ (ได้แก่ คติทุคติ)

     เป็นอันว่า ทุคติ เป็นสถานะที่บุคคลมีจิตอันอุปกิเลสให้เศร้าหมองแล้ว พึงหวังได้ คือ พึงเข้าถึงอย่างแน่นอน ด้วยประการฉะนี้


ขออนุโมทนา

สมภพ สงวนพานิช

๑๘/๐๗/๖๖


[full-post]

จิตที่เศร้าหมอง,สังกิลิฏฐะ

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.