เฟซบุ๊กเป็นสนามบอกบุญ
--------------------------
สำหรับผม เฟซบุ๊กเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนตัว-อันนี้เป็นแนวคิดของท่านศาสตราจารย์ ดร.สมภาร พรมทา ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และใช้เฟซบุ๊กในฐานะเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนตัวตลอดมา
“หนังสือพิมพ์ส่วนตัว” หมายความว่า เราอยากเสนอข่าว เสนอความคิดเห็นใดๆ ก็สามารถทำได้ทันทีและทำได้โดยเสรี จะเขียนอะไรก็ไม่ต้องขออนุมัติบรรณาธิการก่อน เพราะเราเป็นบรรณาธิการเอง
ระวังอยู่ ๒ ข้อเท่านั้น คือ อย่าเสนอภาพและข่าวที่เป็นการหมิ่นประมาทใคร และอย่าเสนอภาพและข่าวที่เป็นอนาจาร
ผมเข้าใจว่าญาติมิตรทั้งหลายที่มีเฟซบุ๊กของตัวเองต่างก็ใช้เฟซบุ๊กเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนตัวตามความหมายที่ว่านี้อยู่โดยทั่วกัน
ผมว่าข้อที่น่าคิดก็อยู่ที่เนื้อหาสาระของเรื่องที่นำเสนอ
ในมุมมองของผม ผมเห็นว่ามีคนใช้เฟซบุ๊กในฐานะเป็นไดอารี่ คือบันทึกส่วนตัวประจำวันมากที่สุด
ไดอารี่หรือที่มีคนเรียกเป็นภาษาไทยว่า “อนุทิน” คือบันทึกส่วนตัวที่คนสมัยก่อนนิยมเขียนกันมาก เขียนแล้วเก็บไว้อ่านคนเดียว ไม่เปิดเผย จึงเป็นช่องทางที่ใช้ระบายอารมณ์หรือความรู้สึกได้อย่างอิสระเสรี
นักเรียนไทยรุ่นเก่ามักจะได้รับคำแนะนำจากครูให้เขียนอนุทินทุกวันให้เป็นนิสัย การเขียนอนุทินเป็นวิธีฝึกให้รู้จักสรุปเหตุการณ์ การเรียบเรียงเรื่องราว การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดหรือความคิดเห็น และฝึกการใช้ภาษาเขียนที่ดีที่ถูกต้อง เป็นการฝึกทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน ครบสูตรในกระบวนการสื่อสาร
“อนุทิน” อุปมาเหมือนถุงสำหรับใส่อารมณ์ส่วนตัวของแต่ละคน ชอบใครชังใครก็ระบายใส่ไว้ในถุง ไม่ไปกระทบกระเทือนหรือรบกวนใคร
เข้าใจว่า ครูคงจะไม่ได้แนะนำนักเรียนไทยรุ่นใหม่ให้มีใจรักในการเขียนอนุทินกันอีกแล้ว นอกจากภาษาไทยจะเรียวลงอย่างน่าใจหายแล้ว คนสมัยนี้ชอบใครชังใครก็ระบายอารมณ์ออกมากระจายเกลื่อนกลาดไปตามถนนหนทาง ทำให้บรรยากาศการสื่อสารในสังคมตลบอบอวลไปด้วยแสง สี เสียง กลิ่น รส สารพัดชนิด
ถ้าไม่ตั้งสติให้มั่นคง ผู้เสพสารก็อาจจะเกิดอาการคลื่นเหียนวิงเวียนกันได้โดยทั่วหน้า
....................
ที่เห็นนิยมทำกันมากขึ้นทุกวันก็คือ ใช้เฟซบุ๊กเป็นสนามบอกบุญ
“บอกบุญ” ตามความหมายของผมในที่นี้มี ๒ แบบ
๑ ใครไปทำบุญทำกุศลใดๆ มา ก็เอาภาพเอาเรื่องมาบอกกล่าว เพื่อให้ญาติมิตรร่วมอนุโมทนา - นี่แบบหนึ่ง
๒ บอกกล่าวเชิญชวนให้ทำบุญ-ตามความเข้าใจของคนไทย-คือให้บริจาคทรัพย์สร้างนั่นนี่โน่น วัดเรากำลังสร้างศาลา วัดเรากำลังสร้างเมรุ ฯลฯ สารพัดสร้าง ก็เอามาบอกเชิญชวนให้ร่วมบริจาค หรือใครจัดกิจกรรมการบุญ ก็เอามาบอกเชิญชวนให้ร่วม ร่วมกิจกรรมก็มี ร่วมบริจาคก็มี - นี่อีกแบบหนึ่ง
ไม่ว่าจะบอกบุญแบบไหน ควรแก่การร่วมอนุโมทนา ด้วยสติและด้วยปัญญาทั้งนั้น
ในทัศนะของผม ยังมีการบอกบุญอีกชนิดหนึ่งที่ควรทำ
นั่นคือ การใช้เฟซบุ๊กเป็นสนามเผยแพร่ความรู้
คำว่า “ความรู้” นี้ มีขอบเขตกว้างไกลไพศาล ใครถนัดทางไหน เอาความรู้ที่ถนัดมาเผยแพร่ให้ญาติมิตรรู้ด้วย อย่างที่เรียกกันว่า-เป็นวิทยาทาน
การให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวและหลักคำสอนที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องที่น่าทำมาก เรื่องอะไรในพระพุทธศาสนาที่คนยังไม่รู้ ก็จะได้รู้
เฉพาะหลักคำสอนที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คนที่ได้อ่านได้เห็นจะได้รู้ว่า สิ่งที่ตนเห็นใครๆ ทำกันนั้นถูกหรือผิด และสิ่งที่ตนเคยทำมาหรือกำลังจะทำนี่ถูกหรือผิด ทำไมจึงถูก ทำไมจึงผิด
ในทัศนะของผม การให้ความรู้เรื่องราวและหลักคำสอนที่ถูกต้องในพระพุทธศาสนาเป็นการบอกบุญที่ได้อานิสงส์แรงเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะเมื่อคนทั้งหลายมีความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะไม่ทำสิ่งที่วิปริตผิดเพี้ยน และไม่ไปร่วมสนับสนุนในเรื่องที่วิปริตผิดเพี้ยน ความวิปริตในพระศาสนาก็จะมีน้อยลงหรือหมดไปในที่สุด
แต่น่าเสียดาย ที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นสนามบอกบุญแบบนี้น้อยอย่างยิ่ง
แม้แต่ในหมู่ชาววัดที่มีสนามเฟซบุ๊ก และควรจะทำหน้าที่บอกบุญแบบนี้ได้ดีที่สุด แต่ก็มองหาได้ยากที่สุดเช่นกัน
ได้แต่เสียดาย
แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖
๑๗:๐๓
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ