สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ


อาโรคยปณิธาน

ความปรารถนาที่จะให้ปวงนุษยชาติพ้นจากโรค

   ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ความเจ็บไข้ได้ป่วยเป็น ๑ ใน ความทุกข์ ๔ ประการ อันได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกผู้คนต่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ส่วนความเชื่อแบบตะวันตก คำว่า ความเจ็บป่วย (Disease) เป็นการผสมของคำว่า dis (ไม่) กับคำว่า ease (ง่าย) ซึ่งแปลตามรากศัพท์ หมายถึงสภาวะที่ไม่ง่าย หรือไม่ปกติ เพราะโรคภัยนั้น ก่อให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตทั้งในแง่ ปัจเจก และหากโรคนั้นร้ายแรงเป็นโรคระบาดก็จะมีผลในวงกว้าง ต่อชุมชนเมือง หรืออาจจะนำมาซึ่ง การล่มสลายของอาณาจักรได้

   ในอดีตที่ผ่านมา มนุษย์พยายามแสวงหาหนทางให้พ้นจากโรค ไม่ว่าจะด้วยสัญชาตญาณ การสังเกตจากธรรมชาติและสัตว์ การลองผิดลองถูก จนสั่งสมขึ้นเป็นภูมิปัญญาของมนุษย์ในการรักษาโรค ซึ่งมีทั้งการรักษาเยียวยาทางกายและจิตใจ การป้องกันไม่ให้เกิดโรค และยังคงต้องคิดหาหนทางใหม่ ๆ ที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอ

   ด้วยเหตุนี้ หากเราได้ศึกษาเรียนรู้โรคภัยที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตมนุษย์ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับ แนวทางการรักษาโรค ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่อันสำคัญของแต่ละบุคคล ชุมชน รัฐ และผู้นำ ที่ดำเนินมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อถอดบทเรียนจากประสบการณ์ในอดีต นำมาวิเคราะห์ปรับใช้ ในการจัดการของทุกภาคส่วนของสังคมในปัจจุบันและอนาคต

   ก็ในเมื่อเรื่องโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวข้องกับรูปที่เกิดจากกรรม(กัมมชรูป) จากจิต(จิตตชรูป) จากอุตุ(อุตุชรูป) จากอาหาร(อาหารชรูป) ตำราแพทย์โบราณจักอาศัยคัมภีร์อะไรบ้าง จึงจะทำให้การศึกษาไม่ไขว้เขวจับหลักการและประเด็นได้ คือ สาวโยงถึงเหตุและผลได้ ในคัมภีร์นิสสยะอักษรปัลลวะระบุไว้ว่ามี ๑๔ คัมภีร์ คือ

   ๑. คัมภีร์ฉันทศาตร์ เพื่อให้จดจำเนื้อหาได้ง่าย

   ๒. คัมภีร์ปฐมจินดาร์ เนื้อหาเกี่ยวกับแม่และเด็ก กล่าวถึงเรื่องราวกำเนิดชีวิตมนุษย์ตั้งแต่แรกปฏิสนธิ การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การรักษาครรภ์ การคลอด การเลี้ยงดูทารก และการรักษาสุขภาพของมารดา สาระสำคัญแสดงให้เห็นกำเนิดของโรค อาการของโรค การรักษาโรค และรายละเอียดเกี่ยวกับยาสมุนไพร

   ๓. คัมภีร์ธาตุวิภังค์  เนื้อหาว่าด้วยการรักษาโรคที่เกี่ยวกับความพิการของธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องกับคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ โดยอ้างถึงคัมภีร์โรคนิทาน คัมภีร์พระปรมัตถธรรม และคัมภีร์มรณญาณ ซึ่งพิจารณาจากเนื้อหาเกี่ยวกับธาตุ ๔ นั้น เชื่อว่าได้อิทธิพลมาจากพระสุตตันตปิฏก ทีฆนิกายมหาวรรค และสุมังคลวิลาสินีอรรถกถาทีฆนิกายสีลขันธวรรค ในพระไตรปิฏกนั้นเอง มีการกล่าวนอบน้อมพระรัตนไตรและครูบาอาจารย์ของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

ด้วย

   ๔. คัมภีร์สรรพคุณ(แลมหาพิกัด) เนื้อหาที่ว่าด้วยสรรพคุณของสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยาหรือเภสัช โดยกล่าวว่า การจะรักษาโรคอย่างไร ขึ้นอยู่กับรสของสมุนไพรนั้นๆ เพราะสมุนไพรแต่ละรสจะมีสรรพคุณยาต่างกัน ดังนั้นคัมภีร์สรรพคุณยาจึงแยกแยะรายละเอียดของคุณค่าสมุนไพรแต่ละชนิด ขณะยังสดหรือเมื่อแห้งแล้ว คือ แบ่งเป็น ราก ต้น ใบ ดอก แก่น กระพี้ ยาง และผล ดังนั้นจึงเหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าต่อไปว่า สมุนไพรแต่ละชนิดมีคุณค่าดังที่บันทึกไว้หรือไม่ ส่วนมหาพิกัต หมายถึงการกำหนดน้ำหนักในการใช้สมุนไพรเป็นยา ซึ่งในแต่ละคนหรือแต่ละวัยจะใช้พิกัดน้ำหนักแตกต่างกัน

    ๕. คัมภีร์สมุฏฐานวินิจฉัย เนื้อหาว่าด้วยปรัชญาความรู้ในการวินิจฉัยโรค รวมทั้งองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาสาเหตุแห่งการเกิดโรค และการรักษาสุขภาพ

   ๖. คัมภีร์วรโยคสาร เนื้อหาว่าด้วยองค์แห่งแพทย์ ๓๐ ประการ คุณลักษณะของแพทย์ที่ดี ลักษณะผู้ป่วย นิมิต โรค การรักษาโรค การเก็บสมุนไพร และท้ายสุดว่าด้วยอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

   ๗. คัมภึร์มหาโชตรัต เนื้อหาว่าด้วยโรคของสตรีโดยเฉพาะ เช่น โรคเกี่ยวกับประจำเดือนเป็นต้น

   ๘. คัมภีร์ชวดาร เนื้อหาว่าด้วยโรคลม และโรคเลือด

   ๙. คัมภีร์โรคนิทาน เนื้อหาว่าด้วยเหตุและสมุฏฐานของโรค มีการออกนามว่า แพทย์โกมารภัจเป็นผู้แต่งทั้งฉบับอักษรปัลลวะ อักษรสิงหล  และอักษรขอม

   ๑๐. คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ เนื้อหาว่าด้วยสาเหตุที่ธาตุทั้ง ๔  คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ มีอาการไม่ปรกติ รวมถึงการแก้ไข การรักษาธาตุทั้ง ๔ ให้เป็นปกติ จึงมีเนื้อหาต่อเนื่องจากคัมภีร์ธาตุวิภังค์ มีคัมภีร์ที่อ้างอิงถึง คือ คัมภีร์โรคนิทาน คัมภีร์สังคหะ คัมภีร์วิสุทธิมรรค คัมภีร์คิริมานนท์ คัมภีร์สาโรชนา คัมภีร์ธาตุบรรจบ และคัมภีร์โลกาธิจรคุณ

   ๑๑. คัมภีร์ธาตุบรรจบ เนื้อหาว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับอุจจาระโดยเฉพาะ คือ กล่าวถึงสาเหตุที่เกิดโรค ลักษณะอุจจาระธาตุ โรคอุจจาระธาตุ และยาแก้โรคอุจจาระธาตุ

    ๑๒. คัมภีร์มุจฉาปักขันทิกา เนื้อหาว่าด้วยอาการของโรคบุรุษและโรคสตรี รวมถึงยาสมุนไพรที่ใช้รักษาโรคบุรุษและสตรี คัมภีร์นี้แบ่งอาการของโรคออกเป็น ๘ ประเภท ได้แก่

   (๑) ทุลาวสา เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับบุรุษเท่านั้น มีอาการผิดปกติเวลาถ่ายปัสสาวะ ลักษณะของทุลาวสาแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๒) มุตคาต เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับเฉพาะสตรี มีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกต ลักษณะของมุตคาตแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๓). มุตกิต เป็นที่เกิดขึ้นเฉพาะกับสตี เช่นกัน เป็นลักษณะที่น้ำปัสสาวะมีความผิดปกติ และรุนแรงกว่ามุตคาต มุตกิตแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๔). สันทะคาต เป็นโรคที่เกิดได้ทั้งกับบุรุษและสตรีที่สำส่อนในทางกาม สันทะคาตแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๕). องคสูตร เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในบุรุษ  มีอาการเจ็บที่องคชาตและลูกอัณฑะ แบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๖). ช้ำรั่ว เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะสจรีเท่านั้น ช้ำรั่ว เป็นอาการผืดปรกติเกี่ยวกับมดลูก มี ๔ ชนิด

   (๗). อุปทม เป็นโรคที่เกืดขึ้นทั่งในบุรุษและสตรี อุปทมแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด

   (๘). ไส้ด้วน เป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในบุรุษเท่านั้น ถ้าเกิดในสตรีจะเรียกว่าไส้ลาม ทั้ง ๒ อย่างเป็นอาการเน่าที่องคชาตและภายใน ถ้าไม่รักษาก็ถึงตายได้ ไส้ด้วนไส้ลามแบ่งออกเป็น ๔ ชนิด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงโรคนิ่ว และโรคริดสีดวงด้วย

   ๑๓. คัมภีร์ตักกะศิลา เนื้อหาว่าด้วยโรคระบาดร้ายแรงที่เกิดขึ้นในเมืองตักกะศิลา มี ๓  ชนิด คือ 

   ก.ไข้พิษ ได้แก่ ไข้รากสาด ไข้อีดำอีแดง ไข้มาลาเรีย ไข้มหาเมฆ ไข้มหานิล เป็นต้น อาการทั่วไปของไข้พิษ คือ ปวดศรีษะตัวร้อนจัดประดุจเปลวไฟ ปากแห้ง ฟันแห้ง น้ำลายเหนียว ตาแดงคล้ายสายเลือดร้อนใน กระหายน้ำ มือเท้าเย็น มีเม็ดขึ้นตามร่างกาย เม็ดนั้นเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง สีต่างๆกัน ดำก็มี แดงก็มี เขียวก็มี เป็นต้น

   ข. ไข้เหนือ คือไข้ป่า หรือที่เรียกกันว่า ไข้จตุดง

   ค. ไข้กาฬเกิดพิษร้อนภายในร่างกายรุนแรง  จะมีตุ่มเม็ดแดงๆ เท่ากับตุ่มยุงกัดขึ้นตามในลำไส้,ไต,ปอด หรือม้าม ทำให้มีอาการปวมขึ้น หรืออ่อนเหลวไป มักจะตายภายใน ๗ วัน หรือ ๑๑ วัน เมื่อตายกาฬก็จะผุดขึ้นตามผิวหนังเป็นแผ่น เป็นแว่น เป็นวง สีนั้นแดงไหม้เกรียม

   ๑๔. คัมภีร์ไกษย เนื้อหาว่าด้วยโรคชนิดหนึ่งที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมผอมแห้งและสุขภาพไม่สมบูรณ์ บางตำราเรียกว่า กษัย กไษย กไสย หรือ กระสัย ก็มี

---------------

 

[full-post]

อาโรคยปณิธาน

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.