สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
สิกขาบทบัญญัติ ที่มีโทษเป็นปัณณัตติวัชชะ
ศีลสิกขาบทบัญญัติ ที่มีโทษเป็นปัณณัตติวัชชะ (โทษทางพระบัญญัติ) มีรายละเอียดสุขุมลุ่มลึก เกินกว่าบุคคลทั่วไป แม้กระทั้งพระอรหันต์จะเข้าใจได้เอง เพราะเกิดจากพุทธวิสัยที่หยั่งถึงได้ยาก ต้องศึกษาตามเท่านั้นจึงจะเข้าใจได้ เช่น สัญจริตสิกขาบท (การชักสื่อให้หญิงชายเป็นคู่กัน), ภูตคามสิกขาบท (การพรากของเขียว) เป็นต้น ต่างกับที่มีโทษเป็นโลกวัชชะ (โทษทางโลก) เช่น เมถุนสิกขาบท (การเสพเมถุนธรรม), สัญเจตนิกสิกขาบท (การจงใจให้อสุจิเคลื่อน) เป็นต้น
ที่ว่าปัณณัตติวัชชะละเอียดสุขุมลุ่มลึก เข้าใจยาก เพราะไม่ได้ถือเอาเจตนา (ความจงใจ) เป็นประมาณ แต่ถือเอาการจัดการความเสียหายจากสิกขาบทนั้นๆ ที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงแห่งสาตถกสัมปชัญญะกับสัปปายสัมปชัญญะ และถือเอาการบริหารความผิดพลาดจากสิกขาบทนั้นๆ ที่ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงแห่งโคจรสัมปชัญญะกับอสัมโมหะสัมปชัญญะ คือ ต้องเป็นผู้ฉลาดรอบคอบหลุดพ้นทั้งความเสียหายทั้งความผิดพลาดจากสิกขาบทนั้นๆได้ครบบริษูรณ์นั้นเอง จึงเป็นเครื่องรองรับมรรคผลนิพพานได้สะดวกนั่นแล
ดังจะขอนำปฏิปทาของพระเถระมหาติสสะ ผู้รักษาศีลสิกขาบทที่เป็นปัณณัตติวัชชะได้บริสุทธ์หมดจด เป็นสังวรวินัย เข้าถึงความเป็น " อปริยันตศีล " ได้ ที่นอนพักเหนื่อยและหิวกระหายจัด จากการเดินทางไกล ที่ใต้ต้นมะม่วงข้างทาง ใกล้วัดจีวรคุมพวิหาร ซึ่งมีผลมะม่วงสุกล่วงหล่นไม่มีเจ้าของ อยู่เต็มบริเวณที่ท่านนอนพักเหนื่อยนั่นแหละ ทั้งๆที่เหน็ดเหนื่อย หิวกระหายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจัด ท่านก็ไม่ยอมระเมิด ปฏิคคหณสิกขาบท (ซึ่งเป็นปัณณัตติวัชชะ) อุบาสกผู้เป็นบัณฑิตรอบรู้พระวินัยดี พอเห็นเข้าก็ทราบว่า พระเถระ มี อปริยันตปาริสุทธิศีล จึงมีศรัทธา ทำน้ำปานะมะม่วงถวายพระเถระ เมื่อเห็นว่าท่านยังไม่มีเรี่ยวแรงฟื้นขึ้นมาพอที่จะกลับวัดเองได้ ก็ขันอาสา แบกท่านใว้ที่หลังของตน นำพาท่านส่งวัด ขณะอยู่บนหลังอุบาสกนั่นเอง พระเถระก็ให้โอวาสตนว่า อุบาสกนี้ทั้งไม่ใช่บิดามารดาของเจ้า ทั้งไม่ใช่ญาติเผ่าพันธุ์ของเจ้า แต่ก็ยังทำกิจปรนนิบัติเช่นนี้แก่เจ้าได้ นั่นไม่ใช่ เพราะความเป็นผู้มีอปริยันตศีลของเจ้าหรือหนอ ก็เกิดความสลดสังเวชขึ้น เจริญวิปัสสนาบนหลังของอุบาสก บรรลุเป็นพระอรหันต์แล

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ