ภาษาคน - ภาษาธรรม

-----------------------

การสอนธรรมะในประเทศไทยในระยะประมาณ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา เกิดมีคำว่า “ภาษาคน - ภาษาธรรม” ขึ้นมา ซึ่งถ้าไม่ทำความเข้าใจให้ดีก็จะชวนให้ขัดแย้งกันได้

.........................................................

ภาษาคน หมายถึง พูดตามที่คนทั่วไปเข้าใจกันหรือตามความเข้าใจของชาวบ้านทั่วไป

ภาษาธรรม หมายถึง พูดตรงไปถึงนามธรรมหรือสัจธรรมที่มีอยู่ในสิ่งนั้นๆ ไม่เอาวัตถุหรือรูปธรรมมาคิดคำนึง

.........................................................

เมื่อมองในแง่ภาษาธรรม แม้แต่พระรัตนตรัยตามความเข้าใจของภาษาคนก็กลายเป็นสาเหตุแห่งความขัดแย้งกันได้

ยกตัวอย่าง เมื่อเสร็จพิธีทำบุญ ปัจจุบันพิธีกรนิยมเชิญผู้ร่วมพิธีไหว้พระอีกครั้งหนึ่งโดยใช้คำว่า “ขอเชิญลาพระรัตนตรัย” 

คำว่า “ขอเชิญลาพระรัตนตรัย” ความหมายของ “ภาษาคน” ก็มีเพียงแค่ต้องการจะลาพระก่อนจะแยกย้ายกันไปตามวัฒนธรรม “ไปลา-มาไหว้” เท่านั้น 

แต่ใช้คำพูดที่ฟังแล้วผิดความหมายของ “ภาษาธรรม” 

เพราะคำว่า “ลาพระรัตนตรัย” นักภาษาธรรมตีความว่า หมายถึงลาขาดจากพระรัตนตรัย คือไม่นับถือพระรัตนตรัยอีกต่อไป 

ผู้พูดว่า “ขอเชิญลาพระรัตนตรัย” ไม่ได้มีเจตนาจะให้หมายถึงเช่นนั้นเลย

.......................

ถ้าเข้าใจเจตนาของกันและกัน ---

ก็ไม่ต้องทุบพระพุทธรูปทิ้ง 

จึงจะหมดเครื่องกีดขวางไม่ให้เข้าถึงความจริงแห่งพุทธคุณ

ไม่ต้องเผาพระไตรปิฎกให้หมดทุกตู้

จึงจะไม่มีอะไรมาปิดกั้นไม่ให้เรียนรู้เข้าถึงพระธรรมคุณ

ไม่ต้องฆ่าพระสงฆ์ให้หมดทั้งโลกหล้า

จึงจะไม่มีอะไรมาขวางหน้าไม่ให้เข้าถึงพระสังฆคุณ

ปล่อยพระรัตนตรัยชนิดที่เป็นวัตถุนั้นไว้เถิด เพื่อให้เพื่อนมนุษย์ที่อินทรีย์ยังอ่อนได้อาศัยยึดเหนี่ยวไปก่อน แล้วช่วยแนะนำสั่งสอนกันไปพลาง

เมื่อมีอินทรีย์แก่กล้าแล้ว เขาก็จะปล่อยวางแล้วก้าวข้ามขึ้นสู่ไตรรัตนคุณที่เป็นสัจธรรมอันประเสริฐแท้จริงต่อไป

ดูก่อนภราดา!

: ถ้ามีแต่แก่นล้วนๆ

: หมู่ไม้ทั้งมวลก็จะมีแต่ไม้ที่ยืนตาย

--------------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๘ สิงหาคม ๒๕๖๖

๒๐:๓๐ 

[full-post]

ภาษาคน - ภาษาธรรม

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.