คิดไปเขียนไป (๗)

------------------

ตอนที่แล้วผมทิ้งท้ายไว้ว่า -

..................................................

พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลชุด ๙๑ เล่ม จะมีที่แปลผิดพลาดคลาดเคลื่อนอีกสักกี่แห่ง ก็รู้ไม่ได้

แล้วจะทำอย่างไรกัน?

..................................................

ผมนึกถึงญาติมิตรท่านหนึ่งที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่พระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลี และเราจึงต้องเรียนบาลี 

ท่านเย้าเล่นขำๆ ว่า-นี่ถ้าพระไตรปิฎกเป็นภาษาเอสกิโม เราก็ต้องเรียนภาษาเอสกิโมกันใช่ไหม 

แล้วท่านก็บอกว่า เราแปลบาลีเป็นไทยแล้วเรียนเอาจากภาษาไทยจะไม่สะดวกกว่าดอกหรือ จะต้องเรียนบาลีให้เหนื่อยยากทำไมกัน

ถามว่า ก็ถ้าแปลผิดพลาดคลาดเคลื่อน เราก็ต้องเรียนพระไตรปิฎกที่ผิดพลาดคลาดกันไปอย่างนั้นใช่ไหม 

ถ้าไม่เรียน-ไม่รู้บาลี แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพระไตรปิฎกที่แปลเป็นภาษาไทยนั้นถูกต้องแล้ว หรือว่าผิดพลาดไปอย่างไรบ้าง

คำตอบก็คือ-เราก็ตรวจสอบคำแปลอย่าให้มีผิดพลาดสิ จะยากอะไร

แล้วใครจะเป็นคนตรวจสอบละครับ?

อ้าว ก็ใครเป็นคนแปล คนนั้นก็ตรวจสอบรับผิดชอบสิ หรือว่าสำนักไหนผลิตพระไตรปิฎกแปลออกมา สำนักนั้นก็รับผิดชอบตรวจสอบไปสิ ไม่เห็นจะยากอะไร

ตามหลักการก็ต้องเป็นอย่างนั้น

แต่ตามข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

......................

ขออนุญาตเล่าเรื่องพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลชุด ๙๑ เล่ม ของมหามกุฏฯ เท่าที่ผมรู้ ขอให้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ฉบับบอกเล่าหรือฉบับมุขปาฐะ

พระไตรปิฎกชุดนี้เกิดจากความดำริของท่านเจ้าคุณระแบบ วัดบวรนิเวศวิหาร ท่านมรณภาพแล้ว ขอประทานโทษผมจำสมณศักดิ์ท่านไม่ได้ เคยเรียกกันในฐานคุ้นเคยว่า “ท่านเจ้าคุณระแบบ”

แนวคิดของท่านก็คือ พระไตรปิฎกมีแปลเป็นภาษาไทยครบแล้ว แต่อรรถกถายังไม่มีใครแปล จึงควรจะแปลเป็นไทยให้ครบ แล้วเอามาแทรกต่อท้ายพระไตรปิฎกเป็นสูตรๆ ไป 

อ่านพระไตรปิฎกแล้ว 

อ่านอรรถกถาต่อไปได้ด้วย 

วิธีนี้จะทำให้สามารถศึกษาพระไตรปิฎกและอรรถกถาควบคู่กันไปได้โดยสะดวก

วิธีการของท่านก็คือ เอาต้นฉบับอรรถกถาที่เป็นภาษาบาลีมาถ่ายเอกสาร 

โปรดระลึกว่าสมัยนั้น (น่าจะราวๆ ๒๕๒๖+) คอมพิวเตอร์ยังไม่มีใครรู้จัก เว็บไซต์ไฮเทคยังไม่มี โทรศัพท์มือถือยังไม่มา การทำสำเนาเอกสารยังใช้ระบบอัดโรเนียวหรือถ่ายเอกสาร 

ถ่ายเอกสารแล้วก็แบ่งข้อความเป็นสูตรๆ แจกจ่ายไปยังมหาเปรียญที่สามารถจะแปลเป็นไทยได้ แบ่งกันแปลเป็นสูตรๆ

แหล่งชุมนุมมหาเปรียญใหญ่ที่สุดก็คือกองอนุศาสนาจารย์ของสามเหล่าทัพ 

กองอนุศาสนาจารย์ทหารเรือก็มีผู้รับเอาต้นฉบับอรรถกถาที่ถ่ายสำเนามาขอให้ช่วยกันแปล จำได้ว่าผมก็ได้รับมอบหมายให้แปลด้วย ดูเหมือนจะ ๒ พระสูตร แต่จำไม่ได้แล้วว่าสูตรอะไรบ้าง

แปลเสร็จก็รวบรวมส่งไปที่มหามกุฏฯ เข้าใจว่าท่านคงมีคณะทำงานรวบรวมตรวจสอบต้นฉบับแปล 

เอาพระไตรปิฎกที่แปลเป็นไทยแล้วเป็นตัวตั้ง 

เอาอรรถกถาที่แปลขึ้นในครั้งนี้แทรกสลับไว้ตามพระสูตรนั้นๆ เป็นตอนๆ 

อ่านพระสูตรนี้จบแล้ว มีอรรถกถาต่อท้ายให้อ่านต่อไปด้วย 

เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งพระไตรปิฎก

เข้าใจว่า เมื่อแรกคิด ท่านคงเล็งไปที่ “พระสูตร” ต่างๆ เป็นหลัก เมื่อพิมพ์พระไตรปิฎกชุดนี้ออกมาครั้งแรกจึงเรียกชื่อว่า “พระสูตรและอรรถกถาแปล” ภายหลังจึงปรับเปลี่ยนเป็น “พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล” 

ว่าถึงรูปแบบและวิธีการ ต้องนับว่าพระไตรปิฎกชุดนี้อำนวยความสะดวกให้แก่การศึกษาพระไตรปิฎกอย่างดียิ่ง คือมีทั้งบาลี (พระไตรปิฎก) มีทั้งอรรถกถาควบคู่อยู่ด้วยกันครบถ้วน เป็นรูปแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

บอกเลยว่า ผมเองอาศัยพระไตรปิฎกชุดนี้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าอยู่เป็นประจำ เปิดอ่านทีไรก็นึกถึงพระคุณของท่านเจ้าคุณระแบบทุกครั้งไป

แต่ข้อบกพร่องอย่างสำคัญของพระไตรปิฎกชุดนี้ก็คือ -

๑ สำนวนแปลยังลักลั่นไม่เสมอกัน เนื่องจากผู้แปลร้อยพ่อพันแม่ แม้ (น่า) จะมีผู้ทำหน้าที่บรรณาธิการตรวจต้นฉบับ ก็คงทำได้ไม่ทั่วถึงเนืองจากปริมาณข้อความมากมายมหาศาล

๒ คำแปลผิดพลาดคลาดเคลื่อนน่าจะมีอยู่มาก เรื่องเนรุชาดกที่ผมยกขึ้นมาพูดเป็นกรณีศึกษาเพียงเรื่องเดียว ที่อื่นๆ มีอีกเท่าไรไม่อาจทราบได้ แต่มีแน่ และมีมากแน่

๓ คุณภาพการตรวจปรู๊ฟค่อนข้างต่ำ พิมพ์ผิดตกขาดเกินมีทั่วไปหมด สะกดการันต์เอาเป็นมาตรฐานไม่ได้

......................

ผมเคยเสนอผู้บริหารมหามกุฏฯ ตั้งแต่สมัยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (จุนท์) เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ว่า ควรจะยกเครื่องพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลชุดนี้ได้แล้ว คือตั้งเป็นโครงการชำระตรวจแก้กันใหม่หมดเพื่อให้ข้อบกพร่องต่างๆ หมดไป พระไตรปิฎกชุดนี้ก็จะได้มาตรฐาน สามารถเป็นที่อ้างอิงได้อย่างสมบูรณ์สืบไปชั่วกาลนาน

แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่มีวาระนำเข้าสู่การพิจารณา จนกระทั่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จท่านมรณภาพไป

เคยได้ฟังเหตุผลแว่วๆ มาจากผู้บริหารภายในว่า เท่าที่เป็นอยู่ พระไตรปิฎกชุดนี้ก็จำหน่ายเผยแพร่ไปได้ดีอยู่แล้ว ถ้าตรวจชำระใหม่ก็จะต้องลงทุนอีกมาก เกรงว่าจะไม่คุ้มทุน อยู่อย่างนี้เรื่อยๆ ไปก่อนดีกว่า

เท็จจริงประการใด ไม่ยืนยันนะครับ อย่างไรละก็ ขออภัยไว้ด้วยถ้าไม่ตรงตามความเป็นจริง

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร พระไตรปิฎกชุดนี้มีคุณค่าสมควรแก่การปรับปรุงให้สมบูรณ์ขึ้นถึงมาตรฐาน

......................

ในระหว่างที่ผู้ควรรับผิดชอบจัดทำยังไม่พร้อมที่จะทำ เราควรจะทำอย่างไรกันดี?

อันที่จริง พระไตรปิฎกไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครหรือของสำนักไหน แต่เป็นสมบัติส่วนรวมของชาวพุทธ 

เวลานี้ เว็บไซต์ 84000 ก็ได้นำพระไตรปิฎกชุดนี้ไปเผยแพร่เข้าชุดรวมอยู่กับพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ 

โปรแกรมของเว็บไซต์ 84000 มีข้อดีตรงที่สามารถโยงพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ และอรรถกถาถึงกันได้หมด 

อ่านฉบับนี้แล้วอยากเทียบเคียงฉบับโน้น ก็ทำได้ 

อ่านฉบับแปลแล้วอยากเทียบกับฉบับบาลี ก็ทำได้

อ่านฉบับบาลีแล้วอยากเทียบกับฉบับอรรถกถา ก็ทำได้

อ่านอรรถกถาที่แปลเป็นไทยแล้วอยากเทียบกับฉบับบาลี ก็ทำได้

ผู้ทำเว็บไซต์นี้ควรได้รับความขอบคุณอย่างยิ่ง

เมื่อพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ได้นำเสนอสู่สาธารณชนเช่นนี้แล้ว ทุกคนที่ได้รู้ได้เห็น ย่อมมีทั้งสิทธิมีทั้งหน้าที่ที่จะช่วยกันคิดช่วยกันทำ

เมื่อเห็นความบกพร่องเกิดขึ้นตรงจุดใดๆ ก็ควรช่วยกันแก้ไขเพื่อมิให้ข้อบกพร่องนั้นๆ ประทุษร้ายสติปัญญาของสังคม

ผู้ที่สมควรที่สุดและเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยคิดช่วยทำก็คือ นักเรียนบาลี-โดยเฉพาะนักเรียนบาลีที่เรียนจบแล้ว

แต่ปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาหิมาลัยก็คือ นักเรียนบาลีของเราไม่ได้เรียนบาลีเพื่อจะทำงานบาลี!

-----------------

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

๑๕:๕๗

 

[full-post]

คิดไปเขียนไป,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.