คิดไปเขียนไป (๒)
------------------
เป็นอันว่า ผมลงมือค้นชาดกที่ผมจำเรื่องได้เลาๆ แต่จำชื่อชาดกไม่ได้
เบื้องต้นก็ต้องรู้แหล่ง คือรู้ว่าจะไปค้นได้ที่ไหน
ก็ต้องถอยไปหาความรู้ว่า ชาดกคืออะไร
มองภาพรวมก่อน ชาดกเป็นส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก
พอได้ภาพนี้ ก็ไม่ยาก มุ่งไปที่พระไตรปิฎกก่อนเพื่อนเลย
ไปถึงพระไตรปิฎกแล้ว ก็จะพบว่า พระไตรปิฎกฉบับบาลีอักษรไทยมี ๔๕ เล่ม
พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับหลวง คือฉบับที่แปลมาจากฉบับบาลีก็มี ๔๕ เล่ม
พูดถึง “พระไตรปิฎกภาษาไทย” ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “พระไตรปิฎกภาษาไทย” นั้น ไม่มีนะครับ
ต้นฉบับพระไตรปิฎกเถรวาทมีภาษาเดียว คือภาษาบาลี
พระไตรปิฎกเถรวาทที่เรารู้เห็นกันว่ามีฉบับภาษานั่นภาษานี่-รวมทั้งฉบับภาษาไทย-ล้วนแปลไปจากต้นฉบับภาษาบาลีทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น เมื่อพูดว่า “พระไตรปิฎกภาษาไทย” อย่าเข้าใจว่ามีพระไตรปิฎกภาษาไทยอีกฉบับหนึ่งที่แตกต่างไปจากฉบับภาษาบาลี
แต่คือ-พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลีนั่นเอง-ที่แปลเป็นภาษาไทย
เอาละ ถ้าเข้าใจแล้วก็ดูต่อไปว่า-แล้วชาดกนี่อยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหนในจำนวน ๔๕ เล่ม?
ถ้าตั้งฐานศึกษาเรียนรู้กันให้มั่นคงหน่อย ก็ถอยไปที่คำว่า “ไตรปิฎก”
"ไตรปิฎก” แปลว่า “คัมภีร์ที่บรรจุพุทธพจน์ (และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธศาสนา) ๓ ชุด” หรือ “ประมวลแห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย ๓ หมวด” กล่าวคือ วินัยปิฎก สุตตันตปิฎก และ อภิธรรมปิฎก
๑. พระวินัยปิฎก เรียกสั้นๆ ว่า “พระวินัย” คือประมวลพุทธพจน์หมวดพระวินัย คือพุทธบัญญัติเกี่ยวกับความประพฤติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และการดำเนินกิจการต่างๆ ของภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ หรือเรียกว่า “วิถีชีวิตสงฆ์”
๒. พระสุตตันตปิฎก เรียกสั้นๆ ว่า “พระสูตร” คือประมวลพุทธพจน์หมวดพระสูตร คือ พระธรรมเทศนา คำบรรยายธรรมต่างๆ ที่ตรัสยักเยื้องให้เหมาะกับบุคคลและโอกาส ตลอดจนบทประพันธ์ เรื่องเล่า และเรื่องราวทั้งหลายที่เป็นชั้นเดิมในพระพุทธศาสนา
๓. พระอภิธรรมปิฎก เรียกสั้นๆ ว่า “พระอภิธรรม” คือประมวลพุทธพจน์หมวดพระอภิธรรม คือ หลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่เกี่ยวด้วยบุคคลหรือเหตุการณ์ สูตรโครงสร้างพระอภิธรรมคือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน สั้นๆ ไม่เรียนไม่รู้
เฉพาะพระอภิธรรมปิฎก ถ้าคนสมัยใหม่จะคิดเทียบให้เห็นภาพ พระอภิธรรมก็เหมือนสูตรโครงสร้างเคมี-ชีวะ ลิเทียม (Lithium) โซเดียม (Sodium) โพแทสเซียม (Potassium) ฯลฯ เฮชทูโอ (H2O) ฯลฯ สูตรพวกนี้ไม่เรียนไม่รู้เหมือนกัน-นั่นแหละคือพระอภิธรรมปิฎก
จำชื่อสั้นๆ ว่า พระวินัย พระสูตร พระอภิธรรม
จำสูตรตัวเลขสั้นๆ ว่า ๘-๒๕-๑๒ และ ๑-๘, ๙-๓๓, ๓๔-๔๕
ลองถอดรหัสกันเองนะครับ คงพอเดาได้
......................
แวะตรงนี้หน่อย พอดี “แวบ” ขึ้นมา
พระอภิธรรมปิฎกนั้น เคยมีนักการศึกษาธรรมะประเภทร้อนวิชาบอกว่า ไม่ใช่พระพุทธพจน์
ประกาศทฤษฎีสั้นๆ ว่า “พระอภิธรรมไม่ใช่พระพุทธพจน์”
นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่า พระอภิธรรมปิฎกนั้นฉีกทิ้งไปได้เลย
ตอนนั้นผมกำลังร้อนวิชา ทำท่าจะเอาด้วย
แต่พอสติมา ก็ฉุกคิดได้
จะต้องไปฉีกทิ้งทำไม พระอภิธรรมปิฎกก็อยู่ของท่านเงียบๆ ในตู้ ไม่ได้เปลืองที่เปลืองทางหรือไปเกะกะระรานใครที่ไหนเลย
ใครไม่เชื่อ ไม่ชอบ ก็ปล่อยไว้เฉยๆ สิ จะต้องเดือดร้อนทำไม ถ้าใครเชื่อว่าพระอภิธรรมไม่ใช่พระพุทธพจน์ ก็แค่แสดงทฤษฎีของตนไว้ ให้คนอื่นๆ เขาพิสูจน์เอาเอง
ใครที่เขาเชื่อเขาชอบ เขาจะได้มีโอกาสศึกษา ศึกษาไปแล้ว เขาอาจจะเกิดไม่เชื่อไม่ชอบขึ้นมาอีกคนหนึ่งก็เป็นได้ คนที่ไม่เชื่อไม่ชอบก็ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นอีก มีแต่ได้ประโยชน์
พอหวนคิดถึงตรงนี้ ผมก็เลยคิดต่อไปว่า ทฤษฎีฉีกทิ้งพระอภิธรรมปิฎกนี่ น่าจะเอามาใช้กับพฤติกรรมพฤติการณ์ของพระสงฆ์สมัยใหม่ ที่นึกออกชัดๆ ขณะเขียนนี่ก็อย่างเช่น-บิณฑบาตเงิน ซึ่งระบาดไปทั่ว
ทีแบบนี้ปล่อยเฉยกันหมด
ไม่ยักมีใครร้อนวิชาลุกขึ้นมาประกาศฉีกทิ้งมั่ง
แค่นี้แหละครับ กลับเข้าเรื่อง ไปกันต่อ
......................
หลักความรู้พื้นฐานต่อไปก็คือ ชาดกอยู่ในจำพวกพระสูตร
พระสูตรอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๙ ถึงเล่ม ๓๓ (ดูสูตรข้างต้น) เพราะฉะนั้น พื้นที่ที่จะต้องทำงานก็มีแค่ ๒๕ เล่ม ไม่ใช่หมดทั้ง ๔๕ เล่ม
แต่ถ้าจะจำสั้นๆ ก็เจาะลงไปเลย
ชาดกอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๗-๒๘
จบ
......................
ถ้าพบเห็นกลุ่มผู้รู้คุยกันเรื่องพระไตรปิฎก แล้วท่านเอ่ยขึ้นว่า “ชาดกอยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม ๒๗-๒๘”
ผมรับรองได้ว่า กลุ่มผู้รู้เหล่านั้นจะมองท่านอย่างทึ่งมากๆ
ไม่เชื่อ ลอง!
แต่ว่า-เมื่อเอ่ยแล้วท่านควรรีบหลบไปให้พ้นๆ เพราะอาจถูกซักรายละเอียดบางอย่าง
ถ้าจะไม่หลบ ท่านก็ต้องเตรียมหาความรู้เรื่องชาดกเพิ่มเติมไว้ด้วย
......................
พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต อธิบายคำว่า “ชาดก” ไว้ดังนี้ -
..................................................
ชาดก, ชาตกะ : “เครื่องเล่าเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเกิดมาแล้ว”, ชื่อคัมภีร์ในพระไตรปิฎก อันเล่าเรื่องพระชาติในอดีตของพระพุทธเจ้า เมื่อยังเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งกำลังทรงบำเพ็ญบารมี มีจำนวนทั้งหมดตามตัวเลขถ้วนที่กล่าวในอรรถกถาทั้งหลายว่า ๕๕๐ ชาดก (นับตรงเลขว่า ๕๔๗ ชาดก แต่คนไทยมักพูดตัดเลขแค่หลักร้อยว่า พระเจ้า ๕๐๐ ชาติ), จัดเป็นคัมภีร์ที่ ๑๐ แห่งขุททกนิกาย ในพระสุตตันตปิฎก.
เนื่องจากชาดกทั้งหมดในพระไตรปิฎก เป็นคาถาล้วนๆ (เว้นชาดกหนึ่งที่เป็นความร้อยแก้ว คือกุณาลชาดก) และโดยมากเป็นเพียงคำกล่าวโต้ตอบกันของบุคคลในเรื่อง พร้อมทั้งพระดำรัสของพระพุทธเจ้าที่ตรัสสรุปหรือแสดงคติธรรม อันเรียกว่าอภิสัมพุทธคาถาเท่านั้น ไม่ได้เล่าเรื่องโดยละเอียด ผู้อ่านเข้าใจได้ยาก จึงมีอรรถกถาขึ้นมาช่วยอธิบาย เรียกว่า “ชาตกัฏฐกถา” (เรียกให้ง่ายว่าอรรถกถาชาดก) ซึ่งขยายความออกไปมาก จัดเป็นเล่มหนังสือฉบับบาลีอักษรไทยรวม ๑๐ เล่ม เรื่องชาดกที่เรียนและเล่ากันทั่วไป ก็คือเล่าตามชาตกัฏฐกถานี้ แต่นักศึกษาพึงรู้จักแยกระหว่างส่วนที่มีในพระไตรปิฎก กับส่วนที่เป็นอรรถกถา.
..................................................
เมื่อพูดถึง “ชาดก” ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงคัมภีร์อีกคัมภีร์หนึ่ง คือ คัมภีร์ “ธรรมบท”
ชาดกกับธรรมบทมีหลายอย่างที่คล้ายกัน น่าศึกษาครับ
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖
๑๗:๐๙
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ