สมเกียรติ พลเดชอุดมคุณ
มีเพื่อนๆ ผู้สนใจจิตที่สร้างรูปนัยพระอภิธรรมและนัยพระวินัยต่างกันยังไง? ๑
มีประโยชน์และเหตุผลเช่นไร? ๑
ผู้โพสต์เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อโพสต์เรื่องวิญญัตติสีลันติกถาด้วย ๑
จึงนำเสนอดังนี้
สาระจากจิตที่สร้างรูปได้(จิตตชรูป) ในมุมที่เอาประโยชน๋ของพระอภิธรรมและของพระวินัยต่างกันเช่นไร ?
ในอภิธรรมกล่าวว่าจิตที่สร้างรูปได้ มี 75 ดวง คือ เว้น ทวิปํญจวิญญาณ 10 ดวง ซึ่งมีเพียงสัพพจิตตสาธารเจตสิก 7 ประเภทประกอบเท่านั้น(ผัสสะ, เวทนา, สัญญา, เจตนา. เอกัคคตา, ชีวิตินทรีย์, มนสิการ) ดังนั้นทวิปัญจวิญญาณ 10 ดวง จึงไม่เป็นสมุฏฐานให้รูปเกิดขี้นได้ เหตุเพราะทรามกำลังด้วยไร้เจตสิกที่เป็นองค์เหตุ องค์ฌาน องค์มรรค ประกอบร่วม และเว้นอรูปาวจรวิบากจิต 4 ดวง อันเป็นผลของอรูปาวจรกุศล ซึ่งเจริญรูปวิราคภาวนา คือ ปรารถนาจะไม่ให้มีรูป เพราะสำคัญว่ารูปนี้แหละเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์ ด้วยกำลังแห่งการเจริญรูปวิราคภาวนา จึงได้รับผลเป็นอรูปวิบากจิต นำไปปฏิสนธิในอรูปภูมิ อันเป็นภูมิที่ไม่มีรูปใดๆเลย รวมทั้งไม่มีจิตตชรูปด้วย มีแต่นามล้วนๆ ดังนั้น อรูปาวจรวิบากจิต 4 จึงไม่เป็นสมุฏฐานให้เกิดรูป
ส่วนภวังคจิตของสัพพสัตว์ เมื่อทำกิจปฏิสนธิในภพที่เข้าถึง เป็นจิตดวงแรกมีกำลังอ่อนอยู่ จึงไม่สามารถเป็นสมุฏฐานให้เกิดจิตตชรูปได้ แม้ภวังคจิตของพระอรหันต์ที่ทำกิจจุติก็ไม่สามารถเป็นสมุฏฐานให้เกิดทั้งรูปทั้งนามได้ เพราะสิ้นกิเลสแล้ว ภพชาติก็สิ้นไปด้วย คือ ไม่มีการเวียนว่ายตายอีกต่อไป จิตที่เป็น
สมุฏฐานให้เกิดจิตตชรูปได้จึงมีทั้งสิ้น(89-10-4)=75 ดวง
มีประเด็นชวนให้ศึกษาว่าจิตที่ทำให้เกิดรูปเครื่อนไหว อิริยาบถใหญ่น้อย มีการยืนเดินนั่งนอน การเหยียดคู้ วิญญัติ มี การพูดการอ่านหนังสือ การหัวเราะ การร้องไห้เป็นต้น ซึ่งแสดงออกทางกาย ทางวาจา อันเป็นเหตุให้ล่วงอาบัติได้ ในพระอภิธรรม ท่านแสดงว่า มี 32 ดวง คือ
มโนทวาราวัชชนจิต 1
กามชวนจิต 29 ( อกุศลจิต 12+กามาวจรกุศลจิต 8+กามาวจรกิริยาจิต 8+หสิตุปปาทจิต 1=29)
กุศลอภิญญาจิต 1
กิริยาอภิญญาจิต 1
รวม 32 ดวง
แต่ในพระวินัยท่านแสดงว่า มี 32 ดวง เช่นกัน ต่างกันดังนี้
กามาวจรกุศลจิต 8
อกุศลจิต 12
กามาวจรกิริยาจิต 10
(มโนทวาราวัชชนจิต1+ปัญจะทวาราวัชชนจิต 1+กามาวจรกิริยาชวนจิต 8 )
กุศลอภิญญาจิต 1
กิริยาอภิญญาจิต 1
รวม 32 ดวง
สรุปที่ต่างกัน คือ พระอภิธรรมไม่มี ปัญจทวาราวัชชนจิต พระวินัยไม่มี หสิตุปปาทจิต (วิ.อฏ.1/66/291 มจร)
เพราะพระอภิธรรมเน้นรูปการเคลื่อนไหวอิริยาบทและวิญญัตติรูปที่ใช้สื่อความ ซึ่งเกิดทางมโนทวาร ปัญจทวาราวัชชนจิตจึงไม่มี ส่วนพระวินัยเน้นการสำรวมอินทรีย์ทวารทั้ง 6 ทวาร เพื่อเกื้อต่อการรักษาพระวินัยดุจรั้วรักษาต้นข้าวในนา จึงต้องมีปัญจทวาราวัชชนจิต และที่หสิตุปปาทจิตซึ่งเป็นจิตยิ้มเฉพาะของพระอรหันต์เมื่อได้รู้เห็นอารมณ์อันละเอียดแล้วตระหนักชื่นใจว่าอาการที่เป็นเช่นนั้นไม่มีแก่ทานแน่นอน หสิตุปปาทจิตจึงเว้นไม่กล่าวถึง(สาระมุมที่เอาประโยชน์จากจิตที่เกิดรูปอิริยาบถ และรูปวิญญัติระหว่างพระอภิธรรมกับพระวินัย จากนิสสยอักษรปัลลวะ)
--------///-------
[full-post]

แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ