มองฉายาพระ (๑๒)
-----------------------------
เห็นอนาคตพระพุทธศาสนา
...................................
พิจารณาคำบอกอนุศาสน์อย่างละเอียดแล้วจะเห็นอะไรๆ หลายอย่าง
อย่างแรกคือ เห็นความสำคัญของวิถีชีวิตสงฆ์
การดำรงชีพหรือการเป็นอยู่ในวิถีชีวิตสงฆ์ -
(๑) อาหาร ได้จากการบิณฑบาตวันต่อวัน
(๒) เครื่องนุ่งห่ม ได้จากผ้าที่เขาทิ้งแล้ว
(๓) ที่อยู่อาศัย นอนโคนไม้
(๔) ยารักษาโรค ทำจากน้ำมูตรดอง
จะเห็นได้ว่า ถ้ายึดตามพระธรรมวินัย บรรพชิตในพระพุทธศาสนาก็เป็นอยู่ง่ายอย่างยิ่ง และด้วยเครื่องยังชีพเพียงแค่นี้มีผู้เดินทางไปถึงพระนิพพานได้แล้วเป็นจำนวนมากมายเหลือคณานับ
การที่ท่านกำหนดให้รีบบอกกล่าวทันทีที่บวชเสร็จ ก็แปลว่าท่านเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ต้องการให้พระดำรงชีพง่ายๆ แบบนี้ไปตั้งแต่วันแรกที่บวช
ในคำบอกอนุศาสน์ท่านยังย้ำไว้ทุกตอนว่า -
.........................................................
ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย.
เธอพึงทำอุตสาหะ (คือตั้งใจปฏิบัติตาม) ในข้อนั้นจนตลอดชีวิต
.........................................................
อาหาร-ได้จากการบิณฑบาตวันต่อวัน เครื่องนุ่งห่ม-ได้จากผ้าที่เขาทิ้งแล้ว ที่อยู่อาศัย-นอนโคนไม้ ยารักษาโรค-ทำจากน้ำมูตรดอง
บอกทันทีที่บวชเสร็จ
บอกย้ำไว้ทุกตอน
นั่นคือท่านย้ำว่า เมื่อบวชแล้วให้ตั้งใจปฏิบัติตามวิถีชีวิตสงฆ์ ไม่ใช่ตั้งใจละเลยหลีกเลี่ยงหรือละเมิด แล้วพยายามหาเหตุผลมาอธิบายว่า จำเป็นต้องทำ หรือไม่ใช่เรื่องร้ายแรง หรือที่นิยมอ้างกันในเวลานี้ว่า โลกเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไป ต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่กับโลกได้
แล้วทุกวันนี้ผลเป็นอย่างไร?
ทันทีที่บวชเสร็จ ก็ใช้สิทธิ์ดำรงชีพด้วยอดิเรกลาภกันทั้งนั้น นิสัย ๔-บอกกันพอเป็นพิธีในตอนบวชเท่านั้น
บิณฑบาต - ไม่ออกกันมากขึ้น โดยเฉพาะพระระดับผู้บริหาร ออกบิณฑบาตกลายเป็นเรื่องผิดปกติไปแล้ว
เครื่องนุ่งห่ม - ใช้ของสำเร็จรูปหมดแล้ว ผ้าบังสุกุลเหลือแต่ชื่อ เอาไปเรียกผิดๆ อีกต่างหาก
นอนโคนไม้ - โอย ไม่ใช่มนุษย์ถ้ำนะจ๊ะ
ยาดองน้ำมูตร - สกปรก ไม่ปลอดภัย กินเข้าไปได้ยังไง โลกเขาไปถึงไหนแล้ว
ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องถอยกลับไปเป็นพระสมัยพุทธกาล
แต่หมายความว่า ให้จับเป้าหมายแห่งการบวชให้ถูก
เป้าหมายแห่งการบวชคือ ขัดเกลาตนเอง มีการครองชีพอย่างเรียบง่ายที่สุดเป็นพื้นฐาน
ทุกวันนี้กลายเป็นว่า-บวชแล้วทำทุกเรื่อง ยกเว้นขัดเกลาตนเอง
ผมแน่ใจว่า พระภิกษุสามเณรที่บวชแล้วตั้งใจขัดเกลาตนเองไม่ใช่ไม่มี มีอยู่ มีแน่นอน แต่มีแบบที่บอกกันว่า-เป็นไปตามอัธยาศัย
กิจสำคัญที่-ของเดิมของแท้กำหนดไว้ว่า บวชแล้วต้องทำ และทำตลอดชีวิต
บัดนี้กลายเป็นว่า ใครจะทำหรือไม่ทำ เป็นไปตามอัธยาศัย
ตรงนี้ต่างหากที่น่าเป็นห่วง-ตรงที่จับเป้าหมายแห่งการบวชผิดที่
.....................
อย่างต่อไปที่ผมมองเห็นในคำบอกอนุศาสน์ก็คือ เรากำลังเอาเพชรมาทำให้เป็นก้อนกรวด
เนื้อหาสาระในคำบอกอนุศาสน์ ตลอดจนข้อกำหนดที่ต้องบอกทันทีที่บวชเสร็จ ล้วนแต่บ่งบอกว่า-นี่คือเพชรล้ำค่าที่หยิบยื่นให้ผู้บวชในโอกาสแรก แต่น่าเสียดายที่เราปฏิบัติต่อขั้นตอนการบอกอนุศาสน์แบบที่เรียกว่า “ทำพอเป็นพิธี”
หลักปฏิบัติอันมีอยู่ในคำบอกอนุศาสน์เป็นเรื่องที่ควรเอามาอบรมสั่งสอนฝึกหัดให้ปฏิบัติกันอย่างเข้มแข็งอยู่เสมอตลอดเวลาที่เป็นพระ แต่กลายเป็นว่า พูดกันครั้งเดียว ซ้ำพูดเป็นภาษาบาลีที่เข้าใจยากหรือไม่เข้าใจเลย ส่วนที่บอกเป็นภาษาไทยให้เข้าใจจริงๆ มีน้อยที่สุด บอกแล้วบอกเลย ไม่ได้เอามาแนะนำย้ำเตือนกันอีก นี่คือทำเพชรให้เป็นก้อนกรวด
ขอถวายความคิดไว้ ณ ที่นี้ว่า กรุณาเอาคำบอกอนุศาสน์มาทำเป็นหลักสูตรการศึกษาของพระ-ทั้งพระใหม่พระเก่า ศึกษาเพื่อเอาไปปฏิบัติจริง ไม่ใช่ศึกษาเพื่อเอาวุฒิ ทำได้อย่างนี้คือเอาเพชรมาเจียระไนให้เกิดน้ำงามยิ่งขึ้น
ท่านที่มีตำแหน่ง มีหน้าที่ ขอความกรุณาคิดเรื่องนี้หน่อยนะครับ
สำหรับเราท่านทั่วไป ผมขอเชิญชวนให้หยิบเรื่องคำบอกอนุศาสน์ขึ้นมาศึกษาดูด้วย เป็นการถวายกำลังใจแก่พระด้วย ช่วยกันรักษาพระศาสนาด้วย เป็นการทำบุญอีกวิธีหนึ่งที่มีอานิสงส์สูงส่ง
.....................
ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง พอบวชสำเร็จเป็นองค์พระ ออกมาจากโบสถ์ เวลานี้มีธรรมเนียมตั้งแถวใส่บาตรพระใหม่กันที่หน้าโบสถ์นั่นเลย
ผู้คิดธรรมเนียมใส่บาตรพระใหม่บอกเหตุผลว่า พระบวชใหม่ศีลบริสุทธิ์ ทำบุญกับพระที่มีศีลบริสุทธิ์ได้กุศลแรง
นับว่าเป็นเหตุผลที่ถูกต้องตามหลักธรรม ควรแก่การอนุโมทนา
ที่ว่า “เป็นเหตุผลที่ถูกต้องตามหลักธรรม” เพราะมีหลักธรรมเรื่อง “ทักขิณาวิสุทธิ” ความบริสุทธิ์แห่งทักขิณา คือข้อที่เป็นเหตุให้สิ่งที่ให้ที่ถวายเป็นของบริสุทธิ์และเกิดมีผลมาก แสดงไว้ว่า -
.........................................................
๑ ผู้ให้มีศีล ผู้รับทุศีล ทานไม่บริสุทธิ์ มีผลน้อย
๒ ผู้ให้ทุศีล ผู้รับมีศีล ทานไม่บริสุทธิ์ มีผลน้อย
๓ ผู้ให้ทุศีล ผู้รับก็ทุศีล ทานไม่บริสุทธิ์ มีผลน้อย
๔ ผู้ให้มีศีล ผู้รับก็มีศีล ทานบริสุทธิ์ มีผลมาก
ที่มา: ทักขิณาวิภังคสูตร มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๗๑๔
.........................................................
แต่ในบรรดาของที่ใส่บาตรพระใหม่นั้น นอกจากดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะแล้ว ก็มักจะมีเงินรวมอยู่ด้วย บางคนใส่เฉพาะเงินอย่างเดียวก็มี
โปรดทราบว่า การเอาเงินใส่บาตรพระใหม่นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ควรทำ หรือพูดให้ถูกก็คือ ห้ามทำ
ในจำนวนศีล ๒๒๗ ข้อของพระ มีข้อหนึ่งบัญญัติว่า พระรับเงิน ต้องอาบัติ คือมีความผิด ศีลขาด
.........................................................
ถวายเงินให้พระได้ แต่ต้องถวายให้ถูกวิธี
พระใช้เงินได้ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี
วิธีถวายเงินให้พระ ทำอย่างไร
วิธีที่พระจะใช้เงิน ทำอย่างไร
ท่านบอกไว้ให้แล้ว
ผมพยายามเอามาบอกต่อจนปากจะฉีก แต่ไม่มีใครฟัง
.........................................................
อ้างว่าทำบุญกับพระศีลบริสุทธิ์ได้กุศลแรง
แต่วิธีทำบุญทำให้พระศีลไม่บริสุทธิ์ทันที
เป็นตรรกะแบบไหน สมเหตุสมผลหรือไม่
อุปมาเหมือนถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเองนั่นแล
เรื่องนี้ผมก็บอกจนปากจะฉีก แต่ไม่มีใครฟังอีกเหมือนกัน
ขอบอกไว้ในที่นี้อีกครั้งว่า เอาเงินใส่บาตรใส่ย่ามพระใหม่ออกจากโบสถ์ ขอความกรุณาอย่าทำเลยครับ ทำแล้วแล้วไป ทีหลังอย่าทำ
การทำให้พระใหม่ศีลขาดตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากโบสถ์ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ใช่เรื่องที่ควรภูมิใจ แต่เป็นเรื่องที่น่าสลดใจ ยิ่งระบาดไปจนถึงต่างประเทศ (ตามภาพประกอบ) ก็ยิ่งน่าสลดใจเป็นทวีคูณ
ท่านได้บุญก็จริง แต่ได้บาปติดมาด้วย จะทำอย่างนั้นทำไม
ถวายเงินให้พระอย่างถูกวิธีทำได้อีกตั้งหลายโอกาส
ถ้าอยากถวายตอนนั้นใจจะขาด ก็มีวิธีที่ถูกต้อง ผมเคยบอกพิธีกรงานบวช เขาเอาไปคิดวิธีถวาย แยบคายดี นั่นคือ ให้ไวยาวัจกรหรือคนวัดหรือใครสักคนถือบาตรตามหลังพระใหม่มาด้วย
ดอกไม้ธูปเทียน ใส่บาตรใส่ย่ามพระใหม่
เงิน ใส่บาตรที่ฆราวาสถือตามหลังมา
วิธีนี้ท่านได้ทำบุญถวายเงินสมเจตนา
พระใหม่ก็ไม่ศีลขาดเพราะรับเงิน
เงินในบาตรก็เอาไปบริหารจัดการให้ถูกต้องตามหลักพระวินัย
โอเคนะครับ
ต่อไปนี้ถ้าอยากเอาเงินใส่บาตรพระใหม่ ก็ให้ใส่ด้วยวิธีนี้
ช่วยกันทำสิ่งที่ถูกวิธี
อย่าช่วยกันทำวิธีที่ผิดๆ
ตอนหน้า มองฉายาพระกันจริงๆ แล้วก็คงจบได้
----------------------
พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย
๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๖
๑๔:๔๕
[full-post]
แสดงความคิดเห็น
ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ