มองฉายาพระ (๑๑)

-----------------------------

เห็นอนาคตพระพุทธศาสนา 

...................................

คำบอกอนุศาสน์ส่วนที่เป็นอกรณียกิจ ๔

.........................................................

(๕) อุปสมฺปนฺเนน  ภิกฺขุนา  เมถุโน  ธมฺโม  น  ปฏิเสวิตพฺโพ  อนฺตมโส  ติรจฺฉานคตายปิ.

ภิกษุผู้อุปสมบทแล้วไม่พึงเสพเมถุนธรรม โดยที่สุดแม้กับสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย 

โย  ภิกฺขุ  เมถุนํ  ธมฺมํ  ปฏิเสวติ  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตติโย.

ภิกษุใดเสพเมถุนธรรม ภิกษุนั้นไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร 

เสยฺยถาปิ  นาม  ปุริโส  สีสจฺฉินฺโน  อภพฺโพ  เตน  สรีรพนฺธเนน  ชีวิตุํ

อันว่าคนศีรษะขาด ร่างกายไม่อาจคุมกันมีชีวิตอยู่ได้ ฉันใด

เอวเมว  ภิกฺขุ  เมถุนํ  ปฏิเสวิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย. 

ภิกษุเสพเมถุนธรรม ก็ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

ตนฺเต  ยาวชีวํ  อกรณียํ.

การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต.

(๖) อุปสมฺปนฺเนน  ภิกฺขุนา  อทินฺนํ  เถยฺยสงฺขาตํ  อาทาตพฺพํ  อนฺตมโส  ติณสลากํ  อุปาทาย.

ภิกษุผู้อุปสมบทแล้วไม่พึงถือเอาของอันเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย โดยที่สุดจนชั้นหญ้าสักเส้นหนึ่ง

โย  ภิกฺขุ  ปาทํ  วา  ปาทารหํ  วา  อติเรกปาทํ  วา  อทินฺนํ  เถยฺยสงฺขาตํ  อาทิยติ  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย.

ภิกษุใดถือเอาของอันเขามิได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย บาทหนึ่งก็ดี ควรแก่บาทหนึ่งก็ดี เกินกว่าบาทหนึ่งก็ดี ภิกษุนั้นไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร 

เสยฺยถาปิ  นาม  ปณฺฑุปลาโส  พนฺธนา  ปมุตฺโต  อภพฺโพ  หริตฺตตาย

อันว่าใบไม้เหลืองที่หลุดจากขั้ว ไม่อาจจะเขียวสดได้ ฉันใด

เอวเมว  ภิกฺขุ  ปาทํ  วา  ปาทารหํ  วา  อติเรกปาทํ  วา  อทินฺนํ  เถยฺยสงฺขาตํ  อาทิยิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย. 

ภิกษุถือเอาของอันเขามิได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย บาทหนึ่งก็ดี ควรแก่บาทหนึ่งก็ดี เกินกว่าบาทหนึ่งก็ดี ก็ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

ตนฺเต  ยาวชีวํ  อกรณียํ.

การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต.

(๗) อุปสมฺปนฺเนน  ภิกฺขุนา  สญฺจิจฺจ  ปาโณ  ชีวิตา  น  โวโรเปตพฺโพ  อนฺตมโส  กุนฺถกิปิลฺลิกํ  อุปาทาย.

ภิกษุผู้อุปสมบทแล้วไม่พึงจงใจพรากสัตว์จากชีวิต โดยที่สุดจนชั้นมดดำมดแดง

โย  ภิกฺขุ  สญฺจิจฺจ  มนุสฺสวิคฺคหํ  ชีวิตา  โวโรเปติ  อนฺตมโส  คพฺภปาตนํ  อุปาทาย  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย.

ภิกษุใดจงใจพรากชีวิตมนุษย์ โดยที่สุดจนชั้นการทำแท้ง ภิกษุนั้นไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร 

เสยฺยถาปิ นาม ปุถุสิลา ทฺวิธา ภินฺนา อปฺปฏิสนฺธิกา โหติ

อันว่าก้อนศิลาแตกเป็นสองเสี่ยงแล้ว ต่อกลับเป็นเนื้อเดียวเหมือนเดิมไม่ได้ ฉันใด

เอวเมว  ภิกฺขุ  สญฺจิจฺจ  มนุสฺสวิคฺคหํ  ชีวิตา  โวโรเปตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย.

ภิกษุจงใจพรากชีวิตมนุษย์ ก็ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

ตนฺเต  ยาวชีวํ  อกรณียํ.

การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต.

(๘) อุปสมฺปนฺเนน  ภิกฺขุนา  อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม  น  อุลฺลปิตพฺโพ  อนฺตมโส  สุญฺญาคาเร  อภิรมามีติ.

ภิกษุผู้อุปสมบทแล้วไม่พึงอวดอุตริมนุสธรรม โดยที่สุดพูดแสดงให้เขารู้ว่า “ข้าพเจ้าพอใจในสุญญาคาร”

โย  ภิกฺขุ  ปาปิจฺโฉ  อิจฺฉาปกโต  อสนุตํ  อภูตํ  อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ  อุลฺลปติ ฌานํ  วา  วิโมกฺขํ  วา  สมาธึ  วา  สมาปตฺตึ  วา  มคฺคํ  วา  ผลํ  วา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย.

ภิกษุใดตกอยู่ในอำนาจความอยาก ถูกความอยากได้ครอบงำ อวดอุตริมนุสธรรมอันไม่ได้บรรลุจริง คืออวดว่าได้บรรลุฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค หรือผลก็ตาม ภิกษุนั้นไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร 

เสยฺยถาปิ  นาม  ตาโล  มตฺถกจฺฉินฺโน  อภพฺโพ  ปุน  วิรุฬฺหิยา

อันว่าตาลยอดด้วน ไม่อาจที่จะงอกขึ้นได้อีก ฉันใด

เอวเมว  ภิกขุ  ปาปิจฺโฉ  อิจฺฉาปกโต  อสนฺตํ  อภูตํ  อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ  อุลฺลปิตฺวา  อสฺสมโณ  โหติ  อสกฺยปุตฺติโย.

ภิกษุตกอยู่ในอำนาจความอยาก ถูกความอยากได้ครอบงำ อวดอุตริมนุสธรรมอันไม่ได้บรรลุจริง ก็ไม่เป็นสมณะ ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร ฉันนั้นเหมือนกัน

ตนฺเต  ยาวชีวํ  อกรณียํ.

การนั้นเธอไม่พึงทำตลอดชีวิต.

ที่มา: มหาขันธกะ วินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ พระไตรปิฎกเล่ม ๔ ข้อ ๑๔๔

.........................................................

(จบคำบอกอนุศาสน์ส่วนที่เป็นอกรณียกิจ ๔)

.........................................................

จบนิสัย ๔ อกรณียกิจ ๔ แล้ว คำบอกอนุศาสน์ลงท้ายด้วยคำสรุป ดังต่อไปนี้ -

.........................................................

อเนกปริยาเยน  โข  ปน  เตน  ภควตา  ชานตา  ปสฺสตา  อรหตา  สมฺมาสมฺพุทฺเธน  สีลํ  สมฺมทกฺขาตํ  สมาธิ  สมฺมทกฺขาโต  ปญฺญา  สมฺมทกฺขาตา

พระผู้มีพระภาคผู้รู้ ผู้เห็น เป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ชอบเองพระองค์นั้น ตรัสศีลไว้โดยชอบแล้ว ตรัสสมาธิไว้โดยชอบแล้ว ตรัสปัญญาไว้โดยชอบแล้ว เป็นอเนกปริยาย

ยาวเทว  ตสฺส  มทนิมฺมทนสฺส  ปิปาสวินยสฺส  อาลยสมุคฺฆาตสฺส  วฏฺฏูปจฺเฉทสฺส  ตณฺหกฺขยสฺส  วิราคสฺส  นิโรธสฺส  นิพฺพานสฺส  สจฺฉิกิริยาย

ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานอันเป็นทางย่ำยีความเมา กำจัดความอยาก ถอนออกซึ่งความยึดติด ตัดการเวียนเกิดเวียนตาย สิ้นตัณหา สำรอกกิเลส และหมดสิ้นทุกข์

ตตฺถ  สีลปริภาวิโต  สมาธิ  มหปฺผโล  โหติ  มหานิสํโส

ในธรรม ๓ อย่างนั้น สมาธิอันศีลอบรมแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก

สมาธิปริภาวิตา  ปญฺญา  มหปฺผลา  โหติ  มหานิสํสา

ปัญญาอันสมาธิอบรมแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก

ปญฺญาปริภาวิตํ  จิตฺตํ  สมฺมเทว  อาสเวหิ  วิมุจฺจติ 

จิตอันปัญญาอบรมแล้ว ย่อมพ้นจากอาสวะอย่างหมดจดดี

เสยฺยถีทํ  กามาสวา  ภวาสวา  อวิชฺชาสวา

กล่าวคือพ้นจากอาสวะคือความอยากได้ จากอาสวะคือความอยากเป็น จากอาสวะคือความเขลาไม่รู้จริง

ตสฺมาติห  เต  อิมสฺมึ  ตถาคตปฺปเวทิเต  ธมฺมวินเย

เพราะเหตุนั้นแล ในพระธรรมวินัยอันพระตถาคตตรัสประกาศไว้แล้วนี้ -

สกฺกจฺจํ  อธิสีลสิกขา  สิกฺขิตพฺพา  อธิจิตฺตสิกฺขา  สิกฺขิตพฺพา  อธิปญฺญาสิกฺขา  สิกฺขิตพฺพา 

เธอพึงศึกษาอธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา อธิปัญญาสิกขา ให้ถูกต้องถ่องแท้

ตตฺถ  อปฺปมาเทน  สมฺปาเทตพฺพํ.

ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทในการศึกษานั้นเทอญ

.........................................................

ตอนหน้า ศึกษาคำบอกอนุศาสน์กันอีกที

พลเรือตรี ทองย้อย แสงสินชัย

๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖

๑๙:๓๙

[full-post]

มองฉายาพระ,อนุศาสน์,อกรณียกิจ,

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลความคิดเห็นของท่าน จะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้ง ฯ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.